ศาลทหารกลางลงโทษจำคุก 10 ด.ปรับ 2 หมื่น ทหารโพสต์บ่นอยากลาออกทหาร โทษจำคุกรอลงอาญา

ศาลทหารกลางพิพากษาคดีของทหารยศสิบโทคดีโพสต์เฟซบุ๊กตัดพ้ออยากลาออกแต่ออกไม่ได้ แต่เจ้าตัวให้การรับสารภาพศาลลดโทษเหลือจำคุก 10 เดือน ปรับ 20,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษ 5 ปี ศาลยกเหตุจำเลยเคยทำคุณงามความดีและให้โอกาสกลับตัว

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนรายงานว่าเมื่อวันที่ 1 ก.ย. 63 ศาลทหารกรุงเทพนัดอ่านคำพิพากษาของศาลทหารกลางในคดีที่อัยการทหารฟ้องร้อง “สิบโทเอ็ม” (นามสมมติ) ในข้อหาตามมาตรา 14 (2) ของพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ พ.ศ. 2560 โดยการนำข้อมูลอันเป็นเท็จที่อาจทำให้ประชาชนเข้าใจผิดเกี่ยวกับกองทัพบก โดยประการที่ก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน จากเหตุที่ไปคอมเมนต์ในเฟซบุ๊กว่าอยากลาออกจากราชการทหาร แต่ออกไม่ได้

หลังจากศาลทหารพิพากษาลงโทษจำคุกสิบโทเอ็มไปเมื่อกันยายนปี 2562 เขาได้ยื่นอุทธรณ์คดี โดยขอให้ศาลลงโทษสถานเบา และบรรเทาโทษโดยให้รอการลงโทษ ก่อนที่ศาลทหารกลางได้นัดหมายฟังคำพิพากษาในวันนี้

ศาลทหารกลางได้วินิจฉัยว่าโทษที่ศาลทหารกรุงเทพพิพากษาไว้นั้น เหมาะสมกับสภาพความผิดและพฤติการณ์แห่งคดีแล้ว ไม่มีเหตุจะต้องเปลี่ยนแปลงแก้ไข แต่ได้พิเคราะห์คำอุทธรณ์ของจำเลย เห็นว่าจำเลยได้ปฏิบัติหน้าที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติเสมอมา และปฏิบัติหน้าที่จิตอาสาทำความดีด้วยหัวใจตามภารกิจต่างๆ โดยมีหนังสือรับรองความประพฤติของผู้ใหญ่บ้าน รับรองว่าจำเลยมีความประพฤติเรียบร้อย ช่วยเหลือชุมชนด้านอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การพัฒนาชุมชน และไม่เคยต้องโทษจำคุกในคดีอาญามาก่อน ประกอบกับจำเลยมีภาระต้องดูแลบิดาซึ่งรับราชการทหารมาเช่นกัน ซึ่งปัจจุบันต้องรักษาอาการป่วย และจำเลยยังต้องเลี้ยงดูภรรยาและบุตร

เมื่อคำนึงถึงอายุ ประวัติ ความประพฤติของจำเลยประกอบกันแล้ว เชื่อว่ายังอยู่ในวิสัยที่จะให้โอกาสจำเลยประพฤติตนเป็นพลเมืองดีได้ การที่จะให้ต้องรับโทษจำคุกนั้น นอกจากจะไม่เกิดผลในการแก้ไขความประพฤติแล้ว ยังทำให้จำเลยต้องมีประวัติเสื่อมเสีย เมื่อพ้นโทษแล้วก็ยากจะกลับตัวเป็นพลเมืองดี ประกอบสัมมาชีพโดยสุจริตต่อไปได้ ย่อมส่งผลให้ครอบครัวพลอยได้รับความทุกข์ยากไปด้วย การให้โอกาสได้แก้ไขปรับปรุงพฤติกรรมเสียใหม่น่าจะเป็นผลดีแก่จำเลยและสังคมโดยรวมมากกว่า รูปคดีมีเหตุอันควรปรานี สมควรรอการลงโทษจำคุกจำเลย แต่เพื่อให้จำเลยรู้สึกหลาบจำ สมควรวางโทษปรับด้วยอีกสถานหนึ่ง

ศาลทหารกลางจึงได้พิพากษาให้ลงโทษจำคุก 1 ปี 8 เดือน ปรับ 40,000 บาท ให้การรับสารภาพ ลดโทษกึ่งหนึ่ง เหลือจำคุก 10 เดือน ปรับ 20,000 บาท ทั้งนี้โทษจำคุก 10 เดือน ศาลให้รอการลงโทษไว้ มีกำหนดระยะเวลา 5 ปี นับแต่วันอ่านคำพิพากษาของศาลทหารกลาง

ศาลทหารสั่งคุก 'สิบโทเอ็ม' 1 ปี 8 เดือน คดีคอมเมนต์ 'จะลาออกจากราชการทหารแต่ทำไม่ได้'

คดีนี้เหตุเกิดเมื่อช่วงเดือนมีนาคม 2562 เมื่อมีกระแสข่าวเรื่องการลาออกจากราชการของเจ้าพนักงานตำรวจที่ถูกเรียกไปฝึก โดยสิบโทเอ็ม ปัจจุบันอายุ 26 ปี เป็นนายทหารภายในหน่วยงานของกองทัพบก ถูกกล่าวหาว่าได้ใช้เฟซบุ๊กส่วนตัวไปคอมเม้นท์ไว้ใต้โพสต์ของแฟนเพจเฟซบุ๊กชื่อ “กูรูสีกากี” ในโพสต์ว่า “สีกากีเริ่มยื่นใบลาออกแล้ว?…จะเกิดอะไร” โดยระบุว่าตนเองก็อยากลาออก แต่ไม่สามารถทำได้ เพราะนโยบายของหน่วย พร้อมระบุว่า “ทำได้แค่หนี แล้วรอปลด อนาจชิบหาย ยากกว่าสอบเข้า ก็ลาออกนี้แหละ”

หลังจากนั้น สิบโทเอ็มได้ถูกผู้บังคับบัญชาเรียกไปกล่าวตักเตือน และสั่งขังในเรือนจำทหารเป็นเวลา 30 วัน โดยถูกทำทัณฑ์บนว่าห้ามทำอีก ไม่เช่นนั้นจะถูกให้ออกจากราชการ

แต่หลังจากเขาถูกขังไปได้ 15 วัน ผู้บังคับบัญชาได้เรียกมาพบ พร้อมกับได้มีตำรวจจากสน.เตาปูน และทหารจากกรมพระธรรมนูญมาสอบสวนเพิ่มเติม ก่อนจะมีการแจ้งข้อกล่าวหาดำเนินคดีตามมา สิบโทเอ็มยืนยันว่าตนเพียงต้องการให้กำลังใจตำรวจที่จะลาออก แต่ลาออกไม่ได้ ไม่ได้มีเจตนาที่จะให้ร้ายใคร

ต่อมาเมื่อวันที่ 17 พ.ค. 2562 สิบโอเอ็มถูกสั่งฟ้องคดีที่ศาลทหารกรุงเทพ และได้ให้การรับสารภาพในชั้นศาล แต่ต้องเลื่อนการพิจารณาคดีออกมา เนื่องจากหากจำเลยในศาลทหารรับสารภาพและต้องการขอให้ศาลรอการลงโทษ จำเลยจะต้องได้หนังสือรับรองจากผู้บังคับบัญชาก่อน โดยเขาต้องประกันตัวโดยใช้หลักทรัพย์จำนวน 50,000 บาท

จนวันที่ 17 ก.ย. 2562 ศาลทหารได้พิพากษาให้สิบโทเอ็มมีความผิดตามที่โจทก์ฟ้อง โดยศาลเห็นว่าข้อความตามฟ้อง เป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จทำให้ประชาชนเข้าใจกองทัพบกและสถาบันอันเป็นที่เคารพยิ่งของประชาชนผิด ทั้งก่อให้ประชาชนเกิดความตื่นตระหนก

ศาลทหารพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย 1 ปี 8 เดือน ตามมาตรา 14 (2) พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 แต่จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาให้ลดโทษจำคุกเหลือ 10 เดือน โดยไม่รอการลงโทษ เพราะเห็นว่าจำเลยทำไปโดยไม่มีเหตุผลสมควรที่จะให้รอการลงโทษ และศาลก็ลงโทษจำเลยในสถานเบาอยู่แล้ว

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์