เลื่อนไต่สวน 'เพนกวิน' ละเมิดอำนาจศาล เหตุผู้กล่าวหาเพิ่งส่งหลักฐานใหม่

11 ก.ย. 2563 ศาลอาญาเลื่อนไต่สวนคดีละเมิดอำนาจศาลของ 'เพนกวิน' พริษฐ์ ชิวารักษ์ ไป 28 ต.ค. 2563 หลังผู้อำนวยการสำนักงานศาลอาญาเพิ่งส่งหลักฐานบันทึกภาพและเสียงเหตุการณ์วันที่ 8 ส.ค. 2563 ซึ่งประชาชนมารวมตัวให้กำลังใจและเรียกร้องให้ปล่อยตัวอานนท์และภาณุพงศ์ที่ถูกนำตัวมาขออำนาจศาลฝากขังบริเวณหน้าบันไดศาลอาญา

ประมาณ 09.10 น. พริษฐ์เดินทางมาฟังการไต่สวนของศาล พร้อมเปิดเผยก่อนขึ้นห้องพิจารณาคดี มั่นใจว่าไม่มีพฤติการณ์เข้าข่ายละเมิดศาลอำนาจ และขอให้ศาลใช้ดุลยพินิจในการพิจารณากรณีนี้ด้วยความเป็นธรรม โดยขอให้ต่อสู้คดีไปตามข้อเท็จจริง เชื่อว่ามีหลักฐานเพียงพอที่จะชี้ให้ศาลเห็นว่า การไลฟ์สดที่บริเวณศาลไม่เข้าข่ายการละเมิดอำนาจศาล เพราะไม่ได้กระทำในบริเวณภายในห้องพิจารณาคดี

ด้านกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความนายพริษฐ์ เปิดเผยว่า เตรียมพยานบุคคลไว้ 3–4 ปาก เพื่อชี้ให้ศาลเห็นว่าพริษฐ์ ไม่ได้มีเจตนาหมิ่นฯหรือละเมิดอำนาจศาล และขอดูว่าฝ่ายผู้กล่าวหาเตรียมพยานหลักฐานใดไว้บ้าง ดังนั้นจึงยังไม่สามารถระบุได้ว่า การไต่สวนจะเสร็จสิ้น จนศาลมีคำสั่งในวันนี้เลยหรือไม่

ขณะที่ไอลอว์รายงานว่า ศาลอาญาดำเนินมาตรการรักษาความปลอดภัยและความสงบในพื้นที่อย่างเข้มงวด ตั้งแต่ก่อนเวลา 08.30 น. มีตำรวจในเครื่องแบบตั้งรั้วที่บริเวณทางรถเข้าและบังคับทิศทางให้เลี้ยวไปยังอาคารจอดรถเท่านั้นไม่ให้เลี้ยวไปหน้าอาคารศาลอาญา ส่วนประตูทางรถออกของศาลอาญาก็ถูกปิดไม่ให้คนเดินเข้า และมีตำรวจในเครื่องแบบยืนเฝ้าประตูประมาณ 4-5 นาย

ที่แนวรั้วซึ่งถูกกั้นเป็นจุดคัดกรองก่อนถึงอาคารศาล ตำรวจ และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของศาลจะสอบถามผู้ประสงค์จะเข้าไปในอาคารศาลทุกคนว่า มาติดต่อราชการหรือมาคดีใด หากไม่มีเหตุเกี่ยวข้องในการติดต่อราชการกับศาลอาญา จะไม่สามารถผ่านจุดคัดกรองได้ ส่วนผู้ที่ผ่านจุดคัดกรองได้ก็จะถูกตรวจบัตรประชาชน และจดบันทึกชื่อไว้ ที่จุดคัดกรองยังมีการตั้งประกาศศาลเรื่องการห้ามถ่ายภาพ ถ่ายทอดสด และแสดงสัญลักษณ์ใดๆ ในบริเวณศาลด้วย

พริษฐ์ บิดา ทีมทนายความ และเพื่อนผู้ติดตามขึ้นมาที่ห้องพิจารณาคดี 809 ในเวลาประมาณ 09.30 น. บริเวณนอกห้องพิจารณาคดีมีตำรวจศาลยืนเฝ้าประตูอยู่ 4-5 นาย คอยตรวจค้นกระเป๋าของคนที่จะเข้าห้องพิจารณาคดีและในห้องพิจารณาคดีก็มีตำรวจ และเจ้าหน้าที่ศาลนั่งอยู่ด้วย โดยตำรวจศาลคอยกำชับคนที่อยู่ในห้องพิจารณาคดีเรื่องการนั่งรักษาระยะห่าง และห้ามหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาในห้องพิจารณาคดี มิฉะนั้นจะเชิญออกจากห้องพิจารณาคดีทันที

ประมาณ 10.00 น. ผู้พิพากษาออกนั่งพิจารณาคดี โดยในคดีนี้มีผู้พิพากษาออกนั่งพิจารณาคดีทั้งหมด 5 คน ศาลเริ่มกระบวนการพิจารณาคดีเริ่มเรียกผู้อำนวยการสำนักงานศาลอาญา ในฐานะผู้กล่าวหา, พริษฐ์ ผู้ถูกกล่าวหา, และทนายความผู้ถูกกล่าวหาไปคุยที่หน้าบัลลังก์

ทนายผู้ถูกกล่าวหายื่นคำให้การ และแถลงต่อศาลว่า ผู้ถูกกล่าวหาขอให้การปฏิเสธข้อกล่าวหา โดยตามคำให้การนั้นผู้ถูกกล่าวหายอมรับว่าได้กล่าวถ้อยคำตามคำกล่าวหาจริง แม้จะมีถ้อยคำรุนแรงไปบ้าง แต่ไม่ได้กล่าวโดยมีเจตนาเป็นปฏิปักษ์กับศาล หรือมีเจตนาละเมิดอำนาจศาลแต่อย่างใด

ทนายผู้ถูกกล่าวหาแถลงเพิ่มเติมว่ามีความประสงค์ให้ศาลไต่สวนพยานฝ่ายผู้ถูกกล่าวหาสองปาก คือ ทนายอานนท์ นำภา ผู้ขึ้นศาลในวันเกิดเหตุ และพริษฐ์ ผู้ถูกกล่าวหาในคดีนี้ ขออ้างตนเองเป็นพยานเพื่อพิสูจน์ว่าการกระทำในวันเกิดเหตุไม่เป็นการรบกวน หรือขัดขวางกระบวนการพิจารณาคดีในวันเกิดเหตุตามข้อกล่าวหา

ศาลแจ้งแก่ทนายผู้ถูกกล่าวหา และพริษฐ์ว่า ผู้อำนวยการฯ ซึ่งเป็นผู้กล่าวหา ได้นำแผ่นซีดีบันทึกภาพ และเสียงเหตุการณ์ในวันที่ 8 ส.ค. 2563 ที่จะนำมาเป็นหลักฐานในคดีเพิ่มเติมมาส่งให้ศาลในวันนี้ ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า เนื่องจากผู้ถูกกล่าวหายังไม่ได้รับแผ่นซีดีดังกล่าว เพื่อให้ผู้ถูกกล่าวหามีโอกาสอย่างบริบูรณ์ในการแก้ข้อกล่าวหา และให้ได้ข้อเท็จจริงที่สิ้นกระแสความ จึงให้ทำสำเนาแผ่นซีดีให้กับผู้ถูกกล่าวหาในวันนี้ หากผู้ถูกกล่าวหามีข้อคัดค้าน หรือคำชี้แจงประการใดจากหลักฐานดังกล่าว ให้ทำเป็นคำแถลงมายื่นแก่ศาลในนัดหน้า และเลื่อนการไต่สวนออกไป

ในส่วนฝ่ายผู้กล่าวหา ศาลให้ผู้อำนวยการฯ ทำบันทึกการตรวจสอบหลังวันที่ 8 ส.ค. 2563 ว่ามีเหตุการณ์ในทำนองเดียวกันกับคำกล่าวหาในคดีนี้เกิดขึ้นในบริเวณพื้นที่ศาลอีกหรือไม่ แล้วให้ทำเป็นรายงานส่งศาลในนัดหน้า

ศาลเลื่อนนัดไต่สวนการละเมิดอำนวจศาลออกไปเป็นวันที่ 28 ต.ค. 2563 เวลา 09.00 น. เนื่องจากช่วงต้นเดือน ต.ค. 2563 ผู้ถูกกล่าวหาแจ้งว่าติดสอบ การพิจารณาคดีสิ้นสุดลงในเวลาประมาณ 10.50 น.

เหตุแห่งคดีนี้เกิดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ 8 ส.ค. 2563 พริษฐ์ติดตามไปให้กำลังใจทนายอานนท์ นำภา และภาณุพงศ์ จาดนอก ที่ถูกนำตัวมาฝากขังที่ศาลอาญา โดยพริษฐ์โพสต์เฟซบุ๊กเชิญชวนประชาชนมาให้กำลังใจ และทำการปราศรัยที่บริเวณหน้าบันไดศาลอาญา ในคำกล่าวหาระบุว่า พริษฐ์กล่าววิพากษ์วิจารณ์การทำงานของศาล ความสัมพันธ์ของศาลกับประชาชน อำนาจของสถาบันตุลาการ และปัญหากระบวนการยุติธรรมสองมาตรฐานที่หน้าศาลอาญา และมีการโฆษณาชักจูงให้คนอื่นๆ เดินทางมาชุมนุมในบริเวณศาล เพื่อขัดขวางรบกวนการดำเนินกระบวนพิจารณาของศาล

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์