กลุ่มอนุรักษ์ป่าชุมชนเขาเหล่าใหญ่-ผาจันไดยื่นหนังสือป้องกันเหมืองต่ออายุประทานบัตร

10 ก.ย. 2563 กลุ่มอนุรักษ์ป่าชุมชนเขาเหล่าใหญ่-ผาจันได เดินสายยื่นหนังสือหน่วยงานราชการ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบหลังใบอนุญาตประกอบกิจการของเหมืองแร่ในพื้นที่หมดอายุ ขอให้กำกับดูแลการปฏิบัติหน้าที่ของสภา อบต.ดงมะไฟ ไม่ให้นำเรื่องต่ออายุประทานบัตรเหมืองหินปูนขึ้นมาพิจารณา ขอให้คืนคำขอต่ออายุการใช้พื้นที่ป่าสงวนของผู้ประกอบกิจการเหมือง และขอเป็นผู้ดูแลพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าเก่ากลอยและป่านากลางแทนผู้ประกอบกิจการเหมือง

กลุ่มอนุรักษ์ป่าชุมชนเขาเหล่าใหญ่-ผาจันได เปิดเผยว่า 10 ก.ย. 2563 ประมาณ 11.00 น. ตัวแทนกลุ่มอนุรักษ์ป่าชุมชนเขาเหล่าใหญ่-ผาจันได เข้ายื่นหนังสือต่อจรูญ วิริยะสังวร นายอำเภอสุวรรณคูหา จ.หนองบัวลำภู ณ ที่ว่าการอำเภอสุวรรณคูหา จำนวน 2 ฉบับ ซึ่งประกอบด้วย ฉบับที่ 1 หนังสือขอให้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงและสภาพพื้นที่ที่ได้รับอนุญาตให้ใช้ประโยชน์หรืออยู่อาศัยในเขตป่าสงวน ของธีรสิทธิ์ ตรีวัฒน์สุวรรณ หมดอายุการขอใช้พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติเพื่อทำเหมืองแร่ และฉบับที่ 2 หนังสือขอให้กำกับดูแลการปฏิบัติหน้าที่ของสภาองค์การบริหารส่วนตำบลดงมะไฟ ให้เป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมายอย่างเคร่งครัด และไม่ให้มีการนำวาระการพิจารณาการต่อใบอนุญาตเข้าทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยในเขตป่าสงวนฯ และพิจารณาการต่อใบอนุญาตประทานบัตร เพื่อทำเหมืองแร่เข้าสู่วาระการประชุม

โดยตัวแทนกลุ่มอนุรักษ์ฯ อ่านเนื้อหาในหนังสือฉบับที่ 1 ซึ่งมีใจความสำคัญว่า วันที่ 3 ก.ย. 2563 ใบอนุญาตให้ใช้ป่าสงวนเพื่อทำเหมืองแร่ของธีรสิทธิ์ ตรีวัฒน์สุวรรณ หมดอายุลง ทำให้บริษัท ธ.ศิลาสิทธิ จำกัด ไม่สามารถใช้พื้นที่ดังกล่าวเพื่อประกอบกิจการเหมืองแร่ หรือกิจกรรมอื่นได้อีกต่อไป และในวันที่ 24 ก.ย. 2563 จะเป็นวันที่ใบประทานบัตรสิ้นอายุ ทำให้ใบอนุญาตปลูกสร้างอาคารเกี่ยวกับการทำเหมือง หรือจัดตั้งสถานที่เพื่อการแต่งแร่นอกเขตประทานบัตรสิ้นอายุลงไปด้วย ตามเงื่อนไขท้ายใบอนุญาตแต่งแร่นอกเขตประทานบัตร และเมื่อสิทธิในการแต่งแร่สิ้นสุดลง สิทธิในการได้รับอนุญาตให้ใช้พื้นที่ป่าสงวนเพื่อทำเหมืองแร่ในส่วนของโรงโม่หินย่อมหมดลงเช่นกัน จึงขอให้มีคำสั่งให้ผู้ประกอบการขนย้ายเครื่องจักรและอุปกรณ์ทั้งหมดที่ยังคงเหลืออยู่ในเขตแต่งแร่ออกจากพื้นที่ภายในวันที่ 24 ก.ย. 2563

กลุ่มอนุรักษ์ป่าชุมชนเขาเหล่าใหญ่-ผาจันได ขอให้หน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ลงมาตรวจสอบพื้นที่ร่วมกับกลุ่มอนุรักษ์ป่าชุมชนเขาเหล่าใหญ่-ผาจันไดว่า มีการปฏิบัติตามเงื่อนไขท้ายคำขออนุญาตใช้พื้นที่ป่าสงวนหรือไม่ หรือมีการกระทำผิดตามข้อร้องเรียนหรือไม่

ส่วนเนื้อหาในหนังสือฉบับที่ 2 มีใจความว่า กลุ่มอนุรักษ์ฯ ได้ทราบข้อมูลจากประกาศอำเภอสุวรรณคูหา เรียกประชุมสภา อบต.ดงมะไฟ สมัยสามัญ ครั้งที่ 1/2563 ประจำปี 2563 ในวันศุกร์ที่ 11 ก.ย. 2563 เวลา 09.00 น. ณ ห้องประชุมสภา อบต.ดงมะไฟ ซึ่งกลุ่มอนุรักษ์ฯ มีข้อกังวลว่า อาจมีการนำวาระการพิจารณาและลงมติต่ออายุประทานบัตรเข้าทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยในเขตป่าสงวนฯ เพื่อทำเหมืองหินปูน และการต่ออายุประทานบัตรทำเหมืองหินปูนอุตสาหกรรมชนิดหินปูน (เพื่ออุตสาหกรรมก่อสร้าง) ตามประทานบัตร 27221/15393 ของบริษัท ธ.ศิลาสิทธิ จำกัด บรรจุเข้าสู่สภา อบต.ดงมะไฟ อีกครั้ง เพื่อเอื้อประโยชน์ให้บริษัทดำเนินการทำเหมืองแร่หินปูนต่อไปให้ได้ จึงขอให้กำกับดูแลการประชุมสภาฯ ให้เป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมายและไม่ให้มีการนำวาระการพิจารณาดังกล่าวเข้าสู่การประชุมสภาฯ อย่างเด็ดขาด

ทั้งนี้ หลังนายอำเภอสุวรรณคูหารับหนังสือจากชาวบ้านทั้ง 2 ฉบับ ก็กล่าวว่า เรื่องของการประชุมสภา อบต. ดงมะไฟ สมัยสามัญ ครั้งที่ 1/2563 ประจำปี 2563 ในวันศุกร์ที่ 11 ก.ย. 2563 ไม่ต้องกังวล เพราะสภา อบต.ดงมะไฟ ขอขยายเวลาเพื่อประชุม 3 เรื่อง คือ 1. การพิจารณาร่างข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจำปี 2564 2. พิจารณาร่างธรรมนูญสุขภาพตำบลดงมะไฟ 3.พิจารณาจ่ายขาดเงินสะสม และ 4. โอนงบประมาณตั้งจ่ายรายการใหญ่ ส่วนเรื่องให้มีคำสั่งให้ผู้ประกอบการขนย้ายเครื่องจักรและอุปกรณ์ทั้งหมดที่ยังคงเหลืออยู่ในเขตแต่งแร่ออกจากพื้นที่ภายในวันที่ 24 ก.ย. 2563 ทางอำเภอไม่มีอำนาจสั่ง แต่จะทำหนังสือส่งให้บริษัทให้

ขณะเดียวกันในเวลา 11.30 น. ตัวแทนชาวบ้านกลุ่มอนุรักษ์ฯ อีกส่วนหนึ่งประมาณ 10 คน เดินทางเข้ายื่นหนังสือขอให้คืนคำขอต่ออายุประทานบัตรที่ 27221/15393 และคำขออนุญาตเข้าทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยภายในป่าสงวนแห่งชาติ ของธีรสิทธิ์ ตรีวัฒน์สุวรรณ ต่อสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดหนองบัวลำภู ณ ศาลากลางจังหวัดหนองบัวลำภู โดยนิราศ เทียมวงศ์ หัวหน้ากลุ่มโรงงานอุตสาหกรรม ได้เป็นตัวแทนอุทัย สอนเทศ อุตสาหกรรมจังหวัดหนองบัวลำภู มารับหนังสือกับชาวบ้าน

ตัวแทนกลุ่มอนุรักษ์ฯ อ่านหนังสือใจความว่า เนื่องจากกลุ่มอนุรักษ์ฯ ได้ทราบข้อมูลว่า ธีรสิทธิ์ ตรีวัฒน์สุวรรณ ได้ยื่นคำขออนุญาตเข้าทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ซึ่งเป็นการยื่นคำขอภายใต้ระเบียบกรมป่าไม้ ว่าด้วยการอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยในเขตป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2548 แต่เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าหลักฐานที่แสดงว่าได้รับความเห็นชอบจากสภาตำบลที่ท้องที่ป่านั้นตั้งอยู่ พบมูลความผิดว่ามีการลงมติที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายจริง จึงไม่อาจนำมติดังกล่าวไปใช้เป็นหลักฐานแนบประกอบการยื่นคำขอได้อีกต่อไป ดังนั้น ต้องมีการคืนคำขอต่ออายุการใช้พื้นที่ป่าสงวนฯ ของธีรสิทธิ์ ตรีวัฒน์สุวรรณ เพื่อเริ่มกระบวนการใหม่ตามระเบียบกฎหมายใหม่ให้ถูกต้องครบถ้วน

ด้านหัวหน้ากลุ่มโรงงานอุตสาหกรรม หลังรับหนังสือแล้วก็ได้กล่าวว่า “จะรับไว้พิจารณา”

จากนั้น ตัวแทนกลุ่มอนุรักษ์ฯ ไปยื่นหนังสือเรื่องเดียวกัน ต่อผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดหนองบัวลำภู แต่เนื่องจากผู้อำนวยการติดราชการที่ต่างจังหวัด ตัวแทนกลุ่มจึงยื่นหนังสือต่อกิตติกูล แก้วเปรม เจ้าพนักงานป่าไม้อาวุโสแทน โดยก่อนที่ตัวแทนกลุ่มจะอ่านเนื้อหาในหนังสือ กิตติกูลได้ขอถ่ายบัตรประชาชนตัวแทนทุกคนแต่ไม่ได้รับอนุญาต นายกิตติกูลจึงพยายามถามชื่อ-นามสกุลของตัวแทนทุกคนอีกครั้ง แต่ไม่ได้รับคำตอบเพราะตัวแทนกลุ่มเห็นว่าเป็นสิทธิส่วนบุคคล

หลังจากเจ้าพนักงานป่าไม้อาวุโสรับหนังสือแล้วกล่าวว่า “เมื่อไรเราจะเลิกสักที เขาก็เลิกแล้ว ใบอนุญาตเขาก็หมดแล้ว เครื่องจักรเขาก็ย้ายไปที่เขตโรงโม่แล้ว เขาไม่ได้ขุดแร่ขุดหินแล้ว พอเขาจะเอาออกพวกเราก็ไม่ให้เอาออก หินเขาก็ไม่ทำอยู่แล้วเพราะใบอนุญาตหมดอายุ และประทานบัตรจะหมดวันที่ 24 เขาก็ทำไม่ได้แล้ว”

ตัวแทนกลุ่มอนุรักษ์โต้แย้งว่า “จะให้เลิกได้ยังไง ถ้าเขาเลิกจริงก็ต้องมีเอกสารเป็นลายลักษณ์อักษรว่า จะไม่มีการทำเหมืองในพื้นที่อีกต่อไป ตอนนี้ในพื้นที่โรงโม่ก็ยังมีรถแม็คโครถึง 4 คัน เขาต้องเอาออก ที่ผ่านมาเราขอให้เอาเครื่องจักรออกให้หมดแต่บริษัทไม่ยอมเอาออก พวกเราจะสู้จนถึงที่สุดจนกว่าจะเอาเครื่องจักรออกจากพื้นที่จนหมด และผู้ประกอบการต้องมาทำสัญญากับชาวบ้านว่าจะไม่มีการต่ออายุประทานบัตร ไม่มีการทำเหมืองในพื้นที่อีกต่อไป เพื่อปิดเหมืองถาวร”

ต่อมาเวลา 12.30 น. สมาชิกกลุ่มอนุรักษ์ฯ เดินทางไปยังหน้าห้องผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อยื่นหนังสือขอเป็นผู้ดูแลพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าเก่ากลอยและป่านากลาง แทนบริษัท ธ.ศิลาสิทธิ จำกัด หรือธีรสิทธิ์ ตรีวัฒน์สุวรรณ ที่หมดอายุใบอนุญาตเข้าทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยในเขตป่าสงวนแห่งชาติ เพื่อฟื้นฟู บำรุงรักษา และพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตาม พ.ร.บ.ป่าชุมชน พ.ศ. 2562 แต่ผู้ว่าราชการจังหวัดติดราชการที่ต่างจังหวัด ตัวแทนกลุ่มจึงยื่นหนังสือต่อเจ้าหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดหนองบัวลำภูแทน และได้ยื่นหนังสือในเรื่องเดียวกันนี้ต่อผู้อำนวยการศูนย์ป่าไม้จังหวัดด้วยเช่นกัน

จากการสัมภาษณ์ความรู้สึกของตัวแทนกลุ่มอนุรักษ์ฯ ที่ได้เข้าไปยื่นหนังสือต่อหน่วยงานราชการในวันนี้ หลายคนตอบว่ารู้สึกไม่พอใจในท่าทีของหน่วยงานราชการ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ ทรัพยากรธรรมธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดหนองบัวลำภู กิตติกูล แก้วเปรม เจ้าหน้าที่ป่าไม้อาวุโส ที่มีท่าทีที่ไม่ดีต่อชาวบ้านทุกครั้งที่มายื่นหนังสือร้องเรียน และแสดงอาการไม่พอใจต่อชาวบ้านกลุ่มอนุรักษ์ฯ ทุกครั้ง โดยเฉพาะครั้งนี้ที่มีความพยายามจะขอตรวจบัตรประชาชนโดยอ้างว่าไม่คุ้นหน้า การพูดเข้าข้างผู้ประกอบการให้ชาวบ้านเลิกคัดค้าน และท่าทีคุกคามตัวแทนที่ไปยื่นหนังสือด้วยการพูดจาขอเบอร์โทรศัพท์ติดต่อส่วนตัว ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ไม่สมควรอย่างยิ่งในฐานะข้าราชการ ซึ่งทางกลุ่มอนุรักษ์ฯ จะทำการร้องเรียนถึงพฤติกรรมไม่เหมาะสมดังกล่าวต่อไป

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

พื้นที่ประชาสัมพันธ์