ส.ส.ก้าวไกล ชำแหละงบสำนักเลขาธิการนายกฯ ซ้ำซ้อน ‘หน่วยราชการในพระองค์’

‘เบญจา’ ชำแหละงบสำนักเลขาธิการนายกฯ ซ้ำซ้อน ‘หน่วยราชการในพระองค์’ หวั่น มีการแอบอ้าง ทำเสื่อมเสียพระเกียรติ  ย้ำ งบเกี่ยวกับสถาบันฯต้องทำให้โปร่งใส เพื่อรักษาระบอบให้มั่นคงสถาพรในรัฐสมัยใหม่ ขณะที่ 'วิโรจน์'  ชำเเหละยิบงบ ‘ชุดทหารเกณฑ์’ ตั้งราคา 150 ล้านสูงเกินจริง ชวน ปชช.สเเกน QR code เทียบราคาใน Shoppee เผยต่ำกว่ามากแม้ขายปลีก ซัดกองทัพหากินกับประชาชน ส่อเอื้อธุรกิจพวกพ้อง

 

17 ก.ย.2563 ทีมสื่อพรรคก้าวไกล รายงานว่า เบญจา แสงจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ร่วมอภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 ในวาระที่ 2 - 3 ในหมวดที่ 3 มาตรา 7 งบประมาณในสัดส่วนของสำนักนายกรัฐมนตรี  โดยตั้งข้อสังเกตถึงการจัดทำงบประมาณซ้ำซ้อนกับงบประมาณของหน่วยราชการในพระองค์ อีกทั้งยังอาจส่อทุจริต ไม่โปร่งใส เเละอาจจะมีการแอบอ้างจากหน่วยงาน ส่งผลให้สถาบันพระมหากษัตริย์เสื่อมพระเกียรติได้

“งบประมาณรายจ่ายของสำนักนายกรัฐมนตรีและหน่วยงานในกำกับ ซึ่งเป็นหน่วยงานรับงบประมาณมีอยู่ 25 หน่วยงาน ข้อสังเกตประการที่หนึ่ง คือ สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ขอจัดสรรงบประมาณในส่วนค่าพิมพ์ใบประกาศนียบัตรกำกับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ และสัญญาบัตรฯ ปี 61 ปี 62 ปี 63 และ ปี 64 ปีละ 9 ล้านบาท ซึ่งมีการเบิกจ่ายค่าพิมพ์ใบประกาศนียบัตร ข้อสังเกตก็คือ มีการจัดสรรงบพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์และเบิกจ่ายในปี 61 ไปแล้ว จำนวน  515 ล้านบาท ในปี 62 จำนวน 131 ล้านบาท แต่ในเอกสารประกอบการชี้แจง ระบุว่า ปี 61 และ ปี 62 ไม่ได้มีพิธีพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ จึงต้องสอบถามไปยังหน่วยงานรับงบประมาณว่า ที่มีการขอจัดสรรงบประมาณเข้ามาในปี 64 หน่วยงานรับงบจะนำไปใช้อย่างมีประสิทธิภาพและเหมาะสมหรือไม่  เนื่องจากเราเห็นแล้วว่าในช่วงปีที่ไม่มีพิธีพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ก็มีการเบิกจ่ายค่าพิมพ์ใบประกาศกำกับเครื่องราช และมีการเบิกจ่ายในส่วนการผลิตเครื่องราชฯ รวมทั้งส่วนการประสานงานกับส่วนราชการในพระองค์และการขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ด้วย”

ประการต่อมา สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้เสนอของบประมาณค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับการส่งกำลังบำรุงม้าทรงประจำพระองค์ 1,800,000 บาท ซึ่งเป็นที่สังเกตว่า งบประมาณนี้มีความซ้ำซ้อนหรือไม่ เพราะงบประมาณที่เกี่ยวกับการส่งกำลังบำรุงม้าทรงประจำพระองค์ มีหน่วยงานเฉพาะกิจของกองทัพบกที่เป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบในการถวายงานด้านการทรงม้าแด่พระบรมวงศานุวงศ์อยู่แล้ว โดยยังมี สำนักราชเลขานุการในพระองค์ ที่ถวายงานด้านการทรงม้าโดยตรงด้วย การขอจัดสรรงบประมาณแบบนี้ตรงกับภารกิจและซ้ำซ้อนกับหน่วยงานรับงบอื่นที่ถวายงานอยู่แล้วหรือไม่ 

ประการที่สาม สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เสนองบประมาณค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับการซ่อมบำรุงเครื่องบินและเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่ง มาทั้งหมด 1,969 ล้านบาท ข้อสังเกตว่า งบประมาณนี้อาจมีความซ้ำซ้อนเช่นกัน เพราะงบประมาณในการถวายการอารักขาเรื่องยานพาหนะ มีหน่วยงานที่จัดงบประมาณดูแลส่วนนี้หลายหน่วยงานอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นส่วนราชการในพระองค์ที่มีหน้าที่ถวายการดูแลให้กับพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ หรือเหล่าทัพต่างๆที่มีหน้าที่ถวายการอารักขาเมื่อเสด็จไปยังที่ต่างๆ อีกทั้ง งบประมาณส่วนนี้ เมื่อเทียบกับปี 63 มีการของบเข้ามา 1,575 ล้าน, ปี 62 ของบ 1,463 ล้าน, ปี 61 ของบ 1,295 ล้าน จะเห็นได้ว่างบประมาณนี้เพิ่มขึ้นถึง 52% ภายในระยะเวลาเพียงแค่ 4 ปี เท่ากับเพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 13% เป็นการเพิ่มขึ้นที่เร็วกว่าอัตราการเพิ่มขึ้นของงบประมาณแผ่นดินเสียอีก รวมทั้งเพิ่มขึ้นมากกว่าอัตราการเติบโตของจีดีพีด้วย

เบญจา อภิปรายเพิ่มเติมว่า งบประมาณ 3 รายการที่กล่าวถึงข้างต้น คือการขอใช้งบประมาณที่อาจมีความซ้ำซ้อน ไม่ผ่านการตรวจสอบ และมีข้อกังขาถึงความโปร่งใสของหน่วยงานรับงบประมาณ อาจจะทำให้เกิดความสงสัยและการตั้งคำถามจากประชาชน 

“ขอย้ำว่า งบประมาณที่เกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์ หน่วยงานรับงบประมาณต้องทำให้โปร่งใส ตรวจสอบได้ เพื่อป้องกันผู้ที่ไม่หวังดีแอบอ้างชื่อสถาบันพระมหากษัตริย์เอางบประมาณส่วนนี้ไปใช้เพื่อผลประโยชน์ของตนเองและอาจจะนำไปสู่การทุจริตทำให้เสื่อมเสียพระเกียรติไปได้ จึงเห็นควรว่า เพื่อรักษาพระเกียรติของสถาบันพระมหากษัตริย์ งบประมาณลักษณะนี้ควรต้องทำให้ถูกต้อง เข้าสู่กระบวนการปกติ เปิดเผยข้อมูลเหมือนที่หน่วยงานรับงบปกติทำ ข้อเสนอและข้อคิดเหล่านี้ ยืนยันว่า ไม่ได้เกินเลยไปกว่าขอบเขตของ ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข อยู่เหนือการเมือง และอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ แต่อย่างใด ในทางตรงกันข้าม สิ่งที่เสนอกลับจะทำให้ระบอบนี้ดำรงอยู่อย่างมั่นคงสถาพรในรัฐสมัยใหม่มากยิ่งขึ้น” เบญจา อภิปราย

วิโรจน์ เดือด ชำเเหละยิบงบ ‘ชุดทหารเกณฑ์’ ตั้งราคา150 ล้านสูงเกินจริง ชวน ปชช.สเเกน QR code เทียบราคาใน Shoppee เผยต่ำกว่ามากแม้ขายปลีก ซัดกองทัพหากินกับประชาชน ส่อเอื้อธุรกิจพวกพ้อง

ขณะที่ วิโรจน์ ลักขณาอดิศร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล ร่วมอภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564  ในวาระที่ 2 - 3  งบประมาณกระทรวงกลาโหม ในส่วนงบของกองทัพบก โดยตั้งข้อสังเกตุถึงงบในส่วนของโครงการจัดหายุทธภัณฑ์ เเละอาภรณ์ภัณฑ์ สายพลาธิการ กองทัพบก หรือที่เรียกง่ายๆว่า ‘งบชุดทหารเกณฑ์’  ซึ่งกองทัพตั้งงบประมาณดังกล่าวไว้สูงถึง 150 ล้านบาท ทั้งที่จริงเเล้วในราคาตลาดมีราคาต่ำกว่าเท่าตัว ส่งผลให้เป็นที่น่าสงสัยว่า งบประมาณดังกล่าวถูกตั้งเอาไว้โดยไม่โปร่งใส เอื้อให้ต่อธุรกิจของทัพ

วิโรจน์ กล่าวต่อไปว่า  จากเอกสารประกอบการชี้แจงต่อคณะอนุกรรมาธิการครุภัณฑ์ฯ หน้าที่ 44 การจัดซื้อทั้ง 7 รายการ ทั้งเสื้อยืด กางเกง ผ้าเช็ดตัว ผ้าขาวม้า รองเท้า ถุงเท้า แม้กระทั่งกางเกงใน มีกลิ่นไม่ชอบมาพากล ทั้งในส่วนของชุดลำลองของทหารเกณฑ์ อาทิ เสื้อยืดคอวี 152,000 ตัว งบ 27.816 ล้านบาท ตกตัวละ 161.25 บาท ถ้าซื้อปลีกแค่ตัวเดียว ที่ Shopee ตัวละ 80 บาท ซื้อ 152,000 ตัว แต่กลับแพงกว่าถึง 81.25 บาท 

“ถ้าซื้อจาก Shopee นี่ซื้อได้ 2 ตัว แล้วยังมีเงินทอน ผมมี QR Code สามารถเข้าไปเช็คราคากันเองได้เลย  และผมเอาประกาศราคากลางในปี 63 จากเว็บไซต์ของกรมพลาธิการทหารบก มาให้ดู ก็พบว่า ตัวละ 161.25 บาท กางเกงขาสั้นลำลอง 76,000 ตัว งบ 27.816 ล้านบาท ตกตัวละ 366 บาท ถ้าซื้อปลีกตัวเดียว ที่ Shopee มีป้าย ใช้ในราชการกองทัพบก ด้วย ตัวละแค่ 120 บาท ซื้อ 76,000 ตัว แต่แพงกว่า 246 บาท ซื้อจาก Shopee นี่ซื้อได้ 3 ตัว ในประกาศราคากลางในปี 63 ก็ ตัวละ 366 บาท รองเท้าจังเกิ้ล 37,400 คู่ งบ 64.7768 ล้านบาท ตกคู่ละ 1,732 บาท ถ้าซื้อคู่เดียว ที่ Shopee ของแท้มีป้าย ใช้ในราชการกองทัพบก คู่ละแค่ 600 บาท ซื้อ 37,400 คู่ แต่แพงกว่าถึง 1,132 บาท ซื้อจาก Shopee ซื้อได้ เกือบ 3 คู่  ประกาศราคากลางในปี 63 ก็ คู่ละ 1,732 บาท  ผ้าเช็ดตัว 63,914 ผืน งบ 9.5871 ล้านบาท ตกผืนละ 150 บาท ซื้อ Shopee ผืนเดียว ราคา 100 บาท  ประกาศราคากลางในปี 63 ก็ผืนละ 150 บาท ผ้าขาวม้า 76,000 ผืน งบ 7.98 ล้านบาท ตกผืนละ 105 บาท ซื้อ Shopee ผืนเดียว จากสุรินทร์ เนื้อดี สีไม่ตก ราคาผืนละ 39 บาท ประกาศราคาลางในปี 63 ก็ผืนละ 105 บาท ถุงเท้าต้านแบคทีเรีย 100,000 คู่ งบ 8.4 ล้านบาท ตกคู่ละ 84 บาท ซื้อ Shopee คู่เดียว อย่างหนาต้านแบคทีเรียลาย ทบ. คู่ละ 35 บาท ประกาศราคากลางในปี 63 ก็คู่ละ 84 บาท ต่อให้เป็นถุงเท้านาโนใส่ 3 วันไม่เหม็น ที่ผลิตโดยกรมพลาธิการกองทัพอากาศ ที่เอามาจัดแสดงที่ทำเนียบรัฐบาลในปี 2559 และนายกฯ ไปพิสูจน์ด้วยตนเอง ก็ไม่น่าจะแพงถึงขนาดนี้” 

วิโรจน์ ระบุต่อว่า แม้แต่กางเกงในก็ไม่เว้น กางเกงใน 100,000 ตัว งบ 6.93 ล้านบาท ตกตัวละ 69.3 บาท ซื้อจาก Shopee 5 ตัว 170 ตกตัวละ 34 บาท ซื้อ 100,000 ตัว แต่แพงกว่า 35.3 บาท แพงกว่าเท่าตัว โดยประกาศราคากลางในปี 63 ก็ตัวละ 69.3 บาท จึงสงสัยว่ารุ่นนี้ใส่แล้วกันแรงระเบิดหรืออย่างไร

“ราคาทั้งหมดนี้ สะท้อนว่า โครงการจัดหายุทธภัณฑ์ และอาภรณ์ภัณฑ์ สายพลาธิการ กองทัพบก ที่ตั้งงบไว้ 150 ล้านบาท นั้นสูงเกินจริง ถ้าซื้อทั้ง 7 รายการ ใน Shopee ด้วยราคาขายปลีกจะใช้งบแค่ 59.9754 ล้านบาท เท่านั้น ซึ่งซื้อเป็นแสนตัวสามารถต่อรองให้ลดราคาสัก 10% ได้สบายๆ ก็จะใช้งบแค่ 53.9779 ล้านบาท เท่านั้น” วิโรจน์ ระบุทิ้งท้าย พร้อมกล่าวด้วยว่า “ผมจึงขอปรับลดงบประมาณลง 96.0221 ล้านบาท เนื่องจากงบที่ตั้งไว้นั้นสูงถึง 3 เท่า ของราคาตลาด และอยากให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ช่วยตอบประชาชนด้วยว่า ตกลงแล้ว “ถุงเท้า กางเกงใน นี่เขามีไว้ใส่ หรือมีไว้กิน”

 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์