ช่วง COVID-19 ผู้หญิงออสเตรเลียยังเผชิญปัญหา 'ช่องว่างค่าจ้างระหว่างเพศ'

หลังการต่อสู้เพื่อลดช่องว่างค่าจ้างระหว่างเพศมีมาอย่างยาวนานในออสเตรเลีย แต่สถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 อาจทำให้ความคืบหน้าในการแก้ปัญหานี้ล่าช้าลงไปอีก - ในรอบ 20 ปีที่ผ่านมาช่องว่างค่าจ้างระหว่างเพศในออสเตรเลียอยู่ที่ระหว่างร้อยละ 13.9 ถึงร้อยละ 19

เมื่อเร็ว ๆ นี้สำนักงานสนับสนุนความเท่าเทียมทางเพศในที่ทำงานของรัฐบาลกลางออสเตรเลีย (WGEA) รายงานว่าช่องว่างค่าจ้างระหว่างเพศ อยู่ที่ร้อยละ 14 สูงกว่าค่าเฉลี่ยในปี 2562 ที่ร้อยละ 13.9 ซึ่งหมายความว่าค่าตอบแทนโดยเฉลี่ยรายสัปดาห์ของผู้หญิงที่ทำงานประจำทุกอาชีพและทุกสาขาอยุ่ที่ 1,558.40 เหรียญ ในขณะที่ค่าตอบแทนโดยเฉลี่ยรายสัปดาห์ของผู้ชายที่ทำงานประจำอยู่ที่ประมาณ 1,812 เหรียญ

ลิบบี ลีออง ผู้อำนวยการ WGEA ระบุว่าในช่วงวิกฤตการเงินโลกปี 2551 ช่องว่างการจ่ายเงินระหว่างเพศเพิ่มขึ้นร้อยละ 2 ไปแตะที่ระดับร้อยละ 17.6 และใช้เวลาเกือบทศวรรษที่จะลดมานลงมาได้

"เราใช้เวลา 10 ปีในการลดช่องว่าง กลับมาสู่จุดที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน" เธอกล่าว "เราเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจถดถอยครั้งแรกในรอบเกือบ 30 ปี มันจะเป็นหายนะทางเศรษฐกิจและเป็นหายนะสำหรับผู้หญิงในออสเตรเลีย"

เมไรยาห์ โฟลี่ย์ รองผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยสตรีกับการทำงานโดยภาควิชาธุรกิจของมหาวิทยาลัยซิดนีย์ชี้แจงว่ามีปัจจัยหลายอย่างที่ทำให้ผู้ชายและผู้หญิงได้รับค่าตอบแทนต่างกัน

"สิ่งที่มีมาตั้งแต่ในอดีตและยังมีอยู่คือการให้ความสำคัญในการทำงานของผู้หญิงนั้นไม่ได้รับการตีราคาที่เหมาะสม เช่น ในสาขาพยาบาล การศึกษา การดูแลคนชรา และการค้าขาย เป็นต้น เรารู้ว่าการเลือกปฏิบัติก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดการค่าตอบแทนที่ไม่เท่าเทียมกันทางเพศ เพราะฉะนั้นถึงแม้ว่าผู้หญิงและผู้ชายจะทำงานในสาขาอาชีพเดียวกัน ก็ดูเหมือนว่าผู้หญิงจะได้รับค่าตอบแทนน้อยกว่าผู้ชาย อีกประการหนึ่งก็คือการที่ผู้หญิงต้องรับภาระในการดูแลผู้อื่นโดยที่ไม่ได้รับค่าตอบแทนในสังคมของเรา" 

ผู้หญิงตกงานมากกว่าผู้ชายในสถานการณ์ COVID-19

ผู้หญิงออสเตรเลียตกงานมากกว่าผู้ชายในช่วงที่เกิดโรคระบาดเนื่องจากอุตสาหกรรมที่มีจ้างงานผู้หญิงเป็นส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบมากที่สุด | ที่มาภาพประกอบ: Unearth Women

ผู้หญิงยังคงเสียเปรียบจากผลกระทบของธุรกิจที่ตกต่ำจากวิกฤตไวรัส COVID-19 มากกว่าผู้ชาย นักวิจัยจากสถาบันของออสเตรเลียพบว่าในระหว่างเดือน มี.ค. และเดือน เม.ย. 2020 จำนวนสัดส่วนผู้หญิงที่ต้องตกงานอยู่ที่ร้อยละ 5.3 ในขณะที่ผู้ชายอยู่ที่ร้อยละ 3.9 

ศาสตราจารย์เรย์ คูเปอร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านความสัมพันธ์ในการทำงานและการจ้างงานจากมหาวิทยาลัยซิดนีย์ให้ความเห็นว่าขอบเขตที่แท้จริงของผลกระทบจาก COVID-19 ต่อความแตกต่างของรายรับนั้นยังไม่สามารถบอกได้ชัดเจน 

"ถ้าให้คาดการณ์ เราจะเห็นผลกระทบจากการได้รับค่าตอบแทนที่แตกต่างระหว่างเพศเพราะอิทธิพลเรื่องความแตกต่างระหว่างเพศมีอยู่ทุกที่ COVID-19 ทำให้หลายคนตกงาน แต่ผู้หญิงคือคนส่วนใหญ่ที่ตกงาน และผู้หญิงถือเป็นร้อยละ 55 ของการตกงานที่เกิดจาก COVID-19 เรากำลังเห็นความเปลี่ยนแปลงด้านอื่นที่กำลังจะเกิดขึ้น มีผู้หญิงบางคนที่ทำงานในหน่วยงานที่มีลูกจ้างส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก"

ด้านลีออง ยังระบุว่าผู้หญิงออสเตรเลียตกงานมากกว่าผู้ชายในช่วงที่เกิดโรคระบาดเนื่องจากอุตสาหกรรมที่มีจ้างงานผู้หญิงเป็นส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบมากที่สุด อุตสาหกรรมเหล่านี้ ได้แก่ การท่องเที่ยว การบริการ การค้าปลีก ศิลปะ การดูแลผู้สูงอายุและผู้ป่วยและผู้พิการ เป็นต้น

การระบาดของ COVID-19 ยังส่งผลกระทบมากขึ้นต่อคนงานแบบไม่ประจำซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง

เฮเลน อายส์ นักดนตรีหญิงจากแอดิเลด ระบุว่าไม่ได้แสดงมาตั้งแต่เดือน มี.ค. 2020 และเช่นเดียวกับศิลปินหลายคนที่ไม่ได้รับสิทธิ์รับเงินสนับสนุนจากรัฐบาล "ฉันต้องพึ่งสามีมากขึ้นเรื่อย ๆ ... และมากกว่าที่จะทำให้ฉันสบายใจ" เธอระบุ

ในขณะเดียวกันเจสสิก้า โอโฟริ ในซิดนีย์กำลังพยายามกลับเข้าทำงานด้านการบริหารอีกครั้งหลังจากลาคลอดเป็นเวลา 12 เดือน "งานหนึ่งที่ฉันสมัครมีผู้สมัครมากกว่า 200 คน" โอโฟริกล่าว

"ภายใน 24 ชั่วโมงหลังจากสมัคร ฉันได้รับอีเมลจากบริษัทซึ่งระบุว่า 'ฉันพร้อมที่จะรับเงินเดือน 70,000 เหรียญหรือไม่? ซึ่งมันน้อยกว่าที่บริษัทลงโฆษณาไว้ถึง 10,000 เหรียญ" เธอกล่าว "คำถามอื่น ๆ คือ 'ฉันจะยังสนใจงานนี้ไหมถ้าไม่ได้รับค่าจ้างหนึ่งวันต่อสัปดาห์' ... ฉันสังเกตว่ามีงานสัญญาระยะสั้นและงานพาร์ทไทม์จำนวนมาก"

ทาเนีย ทอนกิน ที่ปรึกษาทางการเงินจาก DMCA Advisory ยอมรับว่าขณะนี้ผู้หญิงหลายคนพบว่าตัวเองอยู่ในสถานการณ์ที่คล้ายคลึงกัน ซึ่งมันจะมีผลกระทบในระยะยาว

"ถ้าผู้หญิงอยู่บ้านเพราะตกงานหรือดูแลลูก ก็ถึงเวลาที่พวกเธอจะไม่มีรายได้หรือสร้างเงินสงเคราะห์" ทอนกินกล่าว "มีโอกาสน้อยกว่ามาก ที่จะสร้างความสมดุลในวัยเกษียณ"

'อคติโดยไม่รู้ตัว' ในการตอบสนองต่อการแพร่ระบาดของ COVID-19

ดร.นิกิ วินเซนต์ กรรมาธิการด้านโอกาสที่เท่าเทียมกันของรัฐเซาท์ออสเตรเลีย ชี้ให้เห็นถึง "อคติโดยไม่รู้ตัว" ในการตอบสนองของรัฐและรัฐบาลกลางต่อการแพร่ระบาดของ COVID-19

"เราต้องการความพยายามของรัฐบาลมากขึ้น ในการสร้างการจ้างงานในอุตสาหกรรมที่มีผู้หญิงเป็นส่วนใหญ่ซึ่งได้รับผลกระทบหนักที่สุดจากการระบาดของ COVID-19 เช่น การค้าปลีก การท่องเที่ยว กิจกรรมฟิตเนสและความงาม " เธอกล่าว

แมทธิว ซอลส์เบอรี ประธานกลุ่มความเท่าเทียมทางเพศ กล่าวว่าการตอบสนองทางเศรษฐกิจส่วนใหญ่มุ่งเน้นไปที่อุตสาหกรรมที่มีเพศชายเป็นส่วนใหญ่

"การสนับสนุนจากรัฐบาลจำนวนมาก ได้กำหนดเป้าหมายโครงการโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นอย่างมากและเป็นเรื่องจริงที่จะกล่าวว่าอุตสาหกรรมเหล่านี้ยังคงเป็นอุตสาหกรรมที่มีผู้ชายเป็นส่วนใหญ่" ซอลส์เบอรีกล่าว

ด้าน ดร.วินเซนต์ ยังชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นในการทำให้การรักษาตำแหน่งงานที่เป็นธรรมสำหรับผู้หญิงซึ่ง "มีโอกาสน้อยที่จะผ่านเกณฑ์คุณสมบัติ เนื่องจากการทำงานดูเหมือนจะเป็นแบบสบาย ๆ" เธอเรียกร้องให้มีการปฏิรูปในวงกว้างทั้งภาครัฐและเอกชน

"เราต้องการการยกเครื่องระบบเงินบำนาญของเรา ซึ่งมีข้อดีอย่างมากสำหรับผู้ชายมากกว่าผู้หญิงและหมายความว่าผู้หญิงที่มีอายุมากมีแนวโน้มที่จะอยู่ในความยากจนเมื่อพวกเขาเกษียณอายุ" เธอกล่าว

ดีแอน สจ๊วต ผู้บริหารระดับสูงของ เฟิร์ส สเตท ซุปเปอร์ กองทุนเงินบำนาญออสเตรเลียที่ไม่แสวงผลกำไรเผยว่าผู้หญิงถอนเงินบำนาญก่อนกำหนดมากกว่าผู้ชายที่ทำงานในสาขาอาชีพเดียวกัน

"สิ่งที่เราเป็นห่วงคือสิ่งนี้จะยิ่งทำให้ความไม่เท่าเทียมกันระหว่างผู้หญิงและผู้ชายที่มีอยู่แล้วแย่ลงไปอีกในแง่ของเงินบำนาญร้อยละ 47 ของผู้หญิงจะเกษียณโดยมีเงินบำนาญที่น้อยกว่าผู้ชาย ดังนั้น COVID-19 และผลกระทบของมันน่าตกใจมาก"

ด้านทอนกิน ที่ปรึกษาทางการเงินจาก DMCA Advisory  แนะนำให้ผู้หญิงอย่าดูถูกทักษะและความสามารถของตนเองเมื่อสมัครเข้าทำงานและขอให้นายจ้างพิจารณาถึงความสำคัญของสถานที่ทำงานที่มีความสมดุลระหว่างเพศ

"โอกาสที่เท่าเทียมกันหมายถึงการจ่ายเงินที่เท่าเทียมกัน" เธอกล่าว "มันหมายถึงการมองหาสิ่งที่ใครบางคนเสนอในแง่ของทักษะและความสามารถแล้วค่าจ้างก็ที่สอดคล้องกัน"

ที่มาเรียบเรียงจาก
Coronavirus pandemic could put gender equal pay battle on hold for a decade, agency warns (Sara Tomevska, ABC NEWS, 28/8/2020)
Pay equity advocates call out COVID's unequal effect on financial security (SBS, 8/9/2020)

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์