ผู้ชุมนุมจากพะเยาถูกรถขับประกบ ตร.ยัน 19 ก.ย. ไม่ใช้อาวุธ เพื่อไทยร่วมสังเกตการณ์ชุมนุม

18 ก.ย. 2563 นปช.พะเยา เริ่มเดินทางร่วมชุมนุม 19 ก.ย. 2563 ถูกรถขับตามประกบ ด้าน ตร. ใช้แผน 'ชุมนุม 63' ดูแลการชุมนุม สั่งกำลังหมื่นนายห้ามพกพาอาวุธ คณะทำงานเพื่อติดตามการชุมนุมของกลุ่มนักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชน ลงพื้นที่สังเกตการณ์ พร้อมแถลงข่าวเป็นระยะ ส่วนสมชัย ศรีสุทธิยากร แนะธรรมศาสตร์เปิดพื้นที่ให้แกนนำได้พูดคุยกับ จนท.รัฐ หาทางออกเรื่องความปลอดภัย

ผู้สื่อข่าวมติชนออนไลน์รายงานว่า วันนี้กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) พะเยา ชุดหลัก ได้เริ่มเดินทางออกจากต้นทาง อ.เชียงคำ จ.พะเยา ด้วยรถยนต์ส่วนตัว มุ่งหน้าเข้ากรุงเทพมหานคร ระหว่างทางมีด่านตรวจยานพาหนะแม่ต๋ำ ต.แม่กา อ.เมืองพะเยา ได้สอบถามการเดินทางของกลุ่ม นปช.พะเยา ที่ไปร่วมกิจกรรมชุมนุมวันที่ 19 ก.ย.

ศิริวัฒน์ จุปะมัดถา ผู้ประสานงานกลุ่ม นปช.พะเยา กล่าวว่า เดิมทีทางกลุ่มได้ติดต่อเช่ารถตู้จำนวน 3 คัน เพื่อให้สมาชิกโดยสารเข้ากรุงเทพฯ แต่ปรากฏว่ารถตู้แจ้งกลับมายกเลิกด่วนทั้งหมดว่าไม่สามารถรับงานได้ ทำให้ตนและผู้ร่วมเดินทางต้องปรับแผนการเดินทาง จากรถตู้มาเป็นรถยนต์ส่วนตัว เพื่อแยกกันเดินทางไปตามจุดนัดหมาย และพบว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบจากหลายหน่วยงานขับรถประกบติดตาม อย่างไรก็ตาม ตนก็ไม่สนใจ เพราะเป้าหมายคือการร่วมกิจกรรมชุมนุมทางการเมืองที่กรุงเทพมหานครวันที่ 19-20 ก.ย. 2563

ด้านไทยพีบีเอส รายงานว่า พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า สํานักงานตํารวจแห่งชาติ จะใช้แผนรักษาความสงบชุมนุมสาธารณะ หรือแผนชุมนุม 63 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กำกับดูแลการชุมนุมในวันที่ 19 ก.ย. 2563 และการชุมนุมจากนี้ตลอดไป แทนแผนกรกฎ 52 ที่ใช้มานานกว่า 10 ปี จึงไม่ทันสมัย เนื่องจากสถานการณ์เปลี่ยนแปลง และมีการระบาดของเชื้อโควิด-19 ที่ผ่านมาผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จึงตั้งคณะกรรมการขึ้นมาศึกษาปรับปรุงแผนขึ้นมาใหม่ให้มีความทันสมัย เหมาะสม สอดคล้องเข้ากับสถานการณ์ปัจจุบัน และรองรับ พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ ที่บังคับใช้เมื่อปี 2558 ซึ่งแผนได้ทำเสร็จและผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ลงนามบังคับใช้เมื่อวันที่ 15 ก.ย.ที่ผ่านมาพรุ่งนี้ จึงเป็นครั้งแรกที่จะมีการนำ "แผนชุมนุม63" ใช้กับสถานการณ์ชุมนุมจริง

สำหรับ "แผนชุมนุม 63" ยังยึดแนวทางปฏิบัติกับผู้ชุมนุมจากมาตรการเบาไปหาหนักเหมือนแผนกรกฎ 52 และเป็นแผนที่ไม่มุ่งเน้นการใช้กำลังของเจ้าหน้าที่ แต่เน้นเรื่องการเข้าปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจในการดูแลการชุมนุม เช่น ขอศาลให้การชุมนุมไม่ชอบด้วยกฎหมาย

รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวด้วยว่า กำลังตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบ รวมทั้งตำรวจหญิง รวมกว่า 10,000 นาย จะเริ่มเข้าพื้นที่ประจำจุดเพื่อรักษาความปลอดภัยตั้งแต่คืนนี้ ยืนยันการข่าวยังไม่พบ การพยายามสร้างสถานการณ์ของมือที่ 3 มีรายงานว่า ในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในวันพรุ่งนี้ มีคำสั่งห้ามพกพาอาวุธ อย่างเด็ดขาด

ด้าน พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) เปิดเผยถึงการดูแลความปลอดภัย การชุมนุมในวันที่ 19-20 ก.ย. ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ว่า สถานการณ์โดยทั่วไปยังไม่น่าเป็นห่วง และยอมรับว่าจนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานเรื่องการขออนุญาตจัดการชุมนุมต่อเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง

ส่วนกรณีแผนการดูแลความสงบเรียบร้อยที่จากเดิมมีการกำหนดใช้แผน "กรกฎ52" เป็นแนวทางหลักในการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ ก่อนที่จะมีการปรับไปใช้ "แผนชุมนุม 63" ที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพิ่งลงนามอนุมัติคำสั่งใช้ไปเมื่อวันที่ 15 ก.ย. ชี้แจงว่าแผนที่ปรับเปลี่ยนไป เป็นเพียงกรอบการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ในสถานการณ์ต่างๆ เท่านั้น เป็นเรื่องภายในของตำรวจ โดยยืนยันว่าในการปฏิบัติก็จะดำเนินการภายใต้กรอบของกฎหมาย ทั้งนี้ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้กำชับไม่ให้ใช้ความรุนแรงและเน้นย้ำดูแลความปลอดภัยของผู้ชุมนุมและประชาชนทั่วไปอย่างเข้มงวด

สำหรับเรื่องภาพรวมการชุมนุม รวมถึงมาตรการดูแลความปลอดภัยการชุมนุม ตลอด 2 วันนี้ เนื่องจากการชุมนุมไม่ได้จำกัดแค่ในพื้นที่กรุงเทพฯ เพียงที่เดียว แต่มีขึ้นพร้อมกันในหลายจังหวัด ดังนั้นจึงต้องให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นผู้ให้รายละเอียด

นอกจากนี้ เว็บไซต์สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า สมคิด เชื้อคง ประธานคณะอนุกรรมาธิการการปกครอง
และประธานคณะทำงานเพื่อติดตามการชุมนุมของกลุ่มนักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชน ในคณะกรรมาธิการการปกครอง และคณะ แถลงข่าวว่า คณะทำงานได้ลงพื้นที่สังเกตการณ์การชุมนุมเมื่อวันที่ 16 2563 ณ บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย และมีความเห็นว่าควรเป็นตัวกลางในการประสานงานระหว่างผู้ชุมนุมกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อดูแลและช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุม โดยในวันที่ 19 ก.ย. 2563 คณะทำงานฯ ส.ส.พรรคเพื่อไทย และอาสาสมัครที่ลงทะเบียนไว้จำนวน 80 กว่าคน จะร่วมสังเกตการณ์การชุมนุมของคณะประชาชนปลดแอก บริเวณมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ โดยจะตั้งเต็นท์อำนวยการบริเวณพระแม่ธรณีบีบมวยผม เพื่อประสานงานความร่วมมือระหว่างผู้ชุมนุมกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในพื้นที่

คณะทำงานฯ จะแถลงข่าวถึงสถานการณ์การชุมนุม ใน 3 ช่วงเวลา คือ เวลา 11.00 น. 14.00 น. และ 17.00 น. พร้อมกันนี้ขอเรียกร้องไปยังรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ดูแลผู้ชุมนุมทุกคนเหมือนญาติมิตร
และลูกหลาน ตลอดจนช่วยเหลือและป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะประสงค์ร้ายต่อผู้ชุมนุม

ขณะที่สมชัย ศรีสุทธิยากร โพสต์เฟซบุ๊กในฐานะอดีรองอธิการบดี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ว่า การดูแลสถานที่ราชการให้ปลอดภัย เป็นหน้าที่ของอธิการบดีและ ผู้ว่า กทม. แต่การดูแลประชาชนให้ปลอดภัยเป็นคุณธรรมที่สูงล้ำกว่า แนะมหาวิทยาลัยควรเปิดพื้นที่ให้แกนนำการชุมนุมร่วมวางระบบความปลอดภัยกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ตำรวจ และกรุงเทพมหานคร

 

การดูแลสถานที่ราชการให้ปลอดภัย เป็นหน้าที่ของอธิการบดีและ ผู้ว่า กทม. แต่การดูแลประชาชนให้ปลอดภัย...

Posted by สมชัย ศรีสุทธิยากร on Thursday, 17 September 2020

 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์