ชายอ้างอยู่ในสายทหาร ป่วนชุมนุมค้านเหมืองหิน จ.หนองบัวลำภู

กลุ่มอนุรักษ์ป่าชุมชนเขาเหล่าใหญ่-ผาจันได เผยพบชายอ้างเป็นทหาร แต่งชุดคล้ายทหาร แต่เป็นชุดสำนักงานสงเคราะห์ทหารผ่านศึก เข้ามาป่วนที่ชุมนุมค้านเหมืองหิน จ.หนองบัวลำภู 2 รอบ รอบหลังอ้างขอเข้าห้องน้ำ ผู้ชุมนุมหวั่นเกิดเหตุรุนแรงซ้ำรอยอีก พร้อมออกแถลงการณ์ออก ฉ.5 ย้ำเมื่อสิทธิทำเหมืองสิ้นสุดลง ใบอนุญาตโรงโม่หินเป็นอันสิ้นสุด

ภาพ อธิป เมื่อวันที่ 17 ก.ย.ที่ผ่านมา

18 ก.ย.2563 กลุ่มอนุรักษ์ป่าชุมชนเขาเหล่าใหญ่-ผาจันได รายงานว่า เมื่อวันที่ 17 ก.ย.ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 10.20 น. ขณะที่ประชาชนกลุ่มอนุรักษ์ป่าชุมชนเขาเหล่าใหญ่-ผาจันได กำลังปักหลักชุมนุมตั้งแต่กลางเดือน ส.ค. เรียกร้องให้ปิดและฟื้นฟูเหมืองหินอยู่ที่บริเวณเข้าเหมือง ต.ดงมะไฟ อ.สุวรรณคูหา จ.หนองบัวลำภู นั้น ปรากฎบุคคลทราบชื่อ อธิป (สงวนนามสกุล) ขับรถจักรยานยนต์ มาจอดบริเวณด้านหน้าสถานที่ชุมนุมและได้ขอเข้าห้องน้ำกับผู้ชุมนุมกลุ่มอนุรักษ์ฯ ที่นั่งเฝ้ายามดูแลความปลอดภัย โดยอ้างว่าตนปวดท้องอย่างหนัก ผู้ชุมนุมจึงอนุญาตให้เข้าห้องน้ำ

เมื่ออธิปเดินออกจากห้องน้ำก็พูดกับผู้ชุมนุมว่า “ขอเข้าไปข้างในได้ไหม?” ผู้ชุมนุมจึงบอกว่าไม่ได้และได้เชิญออกจากบริเวณด้านในไปนั่งคุยที่ศาลาด้านนอก แต่ อธิป ก็ยังไม่ยินยอม และไม่ยอมเปิดเผยใบหน้า จนมีการโต้เถียงกันสักครู่จึงถอดหมวกและหน้ากากอนามัยออก และไปพูดคุยกันบริเวณศาลาหน้าที่ชุมนุม

กลุ่มอนุรักษ์ป่าชุมชนเขาเหล่าใหญ่-ผาจันได รายงานเพิ่มเติมว่า การเข้ามาในที่ชุมนุมครั้งนี้ของ อธิป เป็นที่น่าสงสัยอย่างมาก เนื่องจากเมื่อวันที่ 13 ก.ย. ที่ผ่านมา อธิป ขับรถจักรยานยนต์คันดังกล่าวมาที่บริเวณด้านหน้าสถานที่ชุมนุมเช่นกัน ซึ่งครั้งนั้นอธิปได้แต่งชุดคล้ายทหาร แต่เป็นชุดของ สปภ. สำนักงานสงเคราะห์ทหารผ่านศึก พร้อมอ้างว่าตนรับราชการทหารอยู่ที่จังหวัดอุดรธานี และถามผู้ชุมนุมว่า “มาทำอะไรตรงนี้ เหมืองนี่เป็นของเสี่ยไฮ้ใช่หรือไม่ ทำไมต้องมาปิดบริเวณทาง-เข้าออกเหมืองด้วย” โดยในวันนั้น อธิป มีท่าทีเป็นปฏิปักษ์กับชาวบ้านอย่างชัดเจน

ภาพ 13 ก.ย. ที่ผ่านมา อธิป ขับรถจักรยานยนต์ มาที่บริเวณด้านหน้าสถานที่ชุมนุมซึ่งครั้งนั้นอธิปได้แต่งชุดคล้ายทหาร หรือ สปภ. สำนักงานสงเคราะห์ทหารผ่านศึก พร้อมอ้างว่าตนรับราชการทหารอยู่ที่จังหวัดอุดรธานี

เมื่อออกมาพูดคุยที่ศาลาดังกล่าว  ผู้ชุมนุมรายหนึ่งได้ถามกับอธิปว่า “ผ่านมาเหรอ หรือว่าตั้งใจมา” ด้านอธิปบอกว่า “ผมขับรถผ่านมาและอยากจะมาศึกษา เพราะได้ข่าวว่าต่อต้านมาหลายปี ผมสนใจอยากศึกษาการต่อต้านของชาวบ้าน”

ผู้ชุมนุมจึงถามต่อว่า “ครั้งก่อนก็มา บอกว่าเป็นทหาร ถ้าเป็นทหารจริงสังกัดหน่วยไหน เพราะพวกเราเช็คแล้วไม่ปรากฏชื่อในระบบ มาแบบแอบอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่เพื่ออะไร หรือว่าเป็นสายสืบให้ใครอยู่หรือเปล่า”

อธิปจึงกล่าวว่า “ผมไม่ได้เป็นทหารอยู่ที่นี่ ผมอยู่ที่อุดร ผมไม่อยู่ในระบบไม่ได้อยู่ในกรมแล้ว แต่ผมยังอยู่ในสายทหาร ทำงานอยู่ในองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ในพระบรมราชูปถัมภ์ ผมจะเป็นสายให้ใคร ผมไม่ชอบนายทุน ถึงจะเป็นสายก็ไม่ใช่ผมหรอก คนอื่นก็เป็นสายได้และก็เข้ามาที่นี่ได้ ที่มาวันนี้มาเป็นมิตร ผมไม่ใช่นายทุนที่เข้ามากอบโกยซื้อที่สร้างโรงงาน แวะมาเฉย ๆ ก็เพราะไม่เป็นมิตร ใจไม่ดีกับคนที่เข้ามา จะสู้เขาไม่ได้นะ ทำไมต้องกลัววว่าผมเป็นสายสืบด้วย ผมก็เห็นเรื่องความขัดแย้งใน FACEBOOK แต่ผมไม่ได้เข้าไปยุ่ง ผมคุยกับหัวหน้าอ่วม (นามสมมุติ) อยู่ตลอด และหัวหน้าก็อยู่ข้างในนั้นด้วย”

รายงานข่าวระบุด้วยว่า หลังจากนั้นไม่นานมีเจ้าหน้าที่สายตรวจ มาตรวจบริเวณสถานที่ชุมนุม อธิปจึงกลับไป

กลุ่มอนุรักษ์ป่าชุมชนเขาเหล่าใหญ่-ผาจันได รายงานต่อว่า ในเวลาต่อมาได้ทราบข้อมูลจากผู้ชุมนุมว่า อธิป เป็นประชาชนในพื้นที่บ้านวังหินซา มีความสัมพันธ์ทางเครือญาติและบ้านอยู่ใกล้กับ ประคอง (นามสมมุติ) เป็นอดีตกำนันตำบลดงมะไฟ อาศัยอยู่บ้านวังหินซา หมู่ 9 เคยเป็นแกนนำหนุนเหมืองหินปูนรุ่นแรก 

กลุ่มอนุรักษ์ป่าชุมชนเขาเหล่าใหญ่-ผาจันได ระบุว่าการเข้ามาในที่ชุมนุมของอธิปในครั้งนี้ ถือเป็นการเข้ามาปั่นป่วนและสร้างความวุ่นวายให้แก่ชาวบ้านกลุ่มอนุรักษ์ฯ ที่กำลังชุมนุมอยู่ อีกทั้งท่าทีที่น่าสงสัย ไม่ว่าจะเป็นการแอบอ้างว่าเป็นทหาร หรือความพยายามที่จะเข้ามาด้านในที่ชุมนุมให้ได้ แสดงให้เห็นเจตนาที่ไม่ดีอย่างชัดเจน เมื่อวิเคราะห์ลักษณะการเข้ามาในพื้นที่ ร่วมกับความสัมพันธ์อันใกล้ชิดกับผู้มีส่วนโดยตรงในกรณีความรุนแรง 4 ศพ ดงมะไฟ จึงกังวลว่าการเข้ามาของอธิปในครั้งนี้ เป็นการเข้ามาเพื่อสืบข่าว เก็บข้อมูล เพื่อเตรียมตัวก่อความรุนแรงในพื้นที่

ออกแถลงการณ์ ฉ.5 เมื่อสิทธิทำเหมืองสิ้นสุดลง ใบอนุญาตโรงโม่หินเป็นอันสิ้นสุด

วันนี้ (18 ก.ย.63) กลุ่มอนุรักษ์ป่าชุมชนเขาเหล่าใหญ่-ผาจันได ออกแถลงการณ์ ฉบับที่ 5 “เมื่อสิทธิทำเหมืองสิ้นสุดลง ใบอนุญาตโรงโม่หินเป็นอันสิ้นสุด” เนื่องจากในวันที่ 24 ก.ย. ที่จะถึงนี้ ใบประทานบัตรทำเหมืองหินปูน ของ ธีรสิทธิ์ ตรีวัฒน์สุวรรณ หรือ ของบริษัท ธ.ศิลาสิทธิ จำกัด จะสิ้นอายุ

โดยมีรายละเอียดดังนี้ 

แถลงการณ์ ฉบับที่ 5 เมื่อสิทธิทำเหมืองสิ้นสุดลง ใบอนุญาตโรงโม่หินเป็นอันสิ้นสุด

ใบอนุญาต ‘เหมืองหินปูน’ และ ‘โรงโม่หิน’ ของนายธีรสิทธิ์ ตรีวัฒน์สุวรรณ หรือของบริษัท ธ.ศิลาสิทธิ จำกัด  มีใบอนุญาตที่เกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน  ดังนี้

1. ‘ใบอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติ เพื่อทำเหมืองหินปูน’ พื้นที่ 175 ไร่  ซึ่งหมดอายุไปแล้วเมื่อวันที่ 3 กันยายนที่ผ่านมา  และยังไม่ได้รับการต่ออายุออกไปอีกสิบปีตามความประสงค์ของบริษัทฯ  ซึ่งพวกเราได้ทำการเข้ายึดเหมืองเพื่อเปลี่ยนเขตเหมืองแร่เป็นเขตป่าชุมชนเรียบร้อยแล้วในวันที่ 4 กันยายนที่ผ่านมา

2. ‘ใบประทานบัตรทำเหมืองหินปูน’ พื้นที่ 175 ไร่ (พื้นที่เดียวกันกับข้อ 1.) ซึ่งจะหมดอายุในวันที่ 24 กันยายนนี้

3. ‘ใบอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติ เพื่อปลูกสร้างโรงโม่หิน’ พื้นที่ 50 ไร่  ซึ่งจะหมดอายุในวันที่ 10 เมษายน 2567

4. ‘ใบอนุญาตปลูกสร้างโรงโม่หิน’  พื้นที่ 43 ไร่ 1 งาน 42 ตารางวา (พื้นที่เดียวกันกับข้อ 3.) ซึ่งมีเงื่อนไขสำคัญที่ถูกระบุไว้ในใบอนุญาตฉบับนี้ว่า “เมื่อสิทธิทำเหมืองสิ้นสุดลง ใบอนุญาตฉบับนี้เป็นอันสิ้นสุด”

ดังนั้น  เมื่อ ‘ใบประทานบัตรทำเหมืองหินปูน’ จะสิ้นอายุในวันที่ 24 กันยายนนี้ ‘ใบอนุญาตปลูกสร้างโรงโม่หิน’ จึงต้องสิ้นสุดตามไปด้วย

และเมื่อ ‘ใบอนุญาตปลูกสร้างโรงโม่หิน’ สิ้นสุดลง ‘ใบอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติ เพื่อปลูกสร้างโรงโม่หิน’ จะต้องสิ้นสุดไปตามกัน

ถึงแม้ ‘ใบอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติ เพื่อปลูกสร้างโรงโม่หิน’ ได้ระบุวันหมดอายุไว้ในวันที่ 10 เมษายน 2567 หรืออีกสี่ปีข้างหน้าก็ตาม นายธีรสิทธิ์ ตรีวัฒน์สุวรรณ หรือบริษัท ธ.ศิลาสิทธิ จำกัด ก็ไม่สามารถครอบครองพื้นที่ 50 ไร่ ตามใบอนุญาตดังกล่าวได้อีกต่อไปแม้สักวันเดียว นับตั้งแต่วันที่ 25 กันยายน 2563 เป็นต้นไป

จำต้องคืนพื้นที่ 50 ไร่ ตาม ‘ใบอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติ เพื่อปลูกสร้างโรงโม่หิน’  ด้วยการขนย้ายเครื่องจักรอุปกรณ์ ยานพาหนะ สิ่งปลูกสร้าง และคนงาน ออกไปจากพื้นที่ดังกล่าวให้หมดภายในวันที่ 24 กันยายนนี้

มิฉะนั้น จะถือว่ามีการกระทำอันเป็นการบุกรุกพื้นที่ราชการ จำต้องถูกดำเนินคดี

และขอให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ปฏิบัติหน้าที่โดยชอบธรรม เพื่อนำความสงบสุขกลับคืนสู่ชุมชน มิหวั่นเกรงและหวั่นไหวต่ออิทธิพลและผลประโยชน์จูงใจใด ๆ  อันเป็นการประพฤติและปฏิบัติโดยทุจริตต่อหน้าที่ที่พึงรับใช้ประโยชน์สุขของประชาชน

จึงขอชี้แจงให้สาธารณชนได้รับทราบโดยทั่วกัน

ให้เหมืองและโรงโม่หินจบที่รุ่นเรา

กลุ่มอนุรักษ์ป่าชุมชนเขาเหล่าใหญ่-ผาจันได

18 กันยายน 2563

 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์