ช่วงค่ำเวทีสนามหลวงคนเรือนแสน ทวงถามคดีทำร้ายจ่านิว ผ่านไป 1 ปีคนลงมือยังลอยนวล

ประมวลชุมนุม 19 ก.ย. ช่วงค่ำ 'วรา จันทร์มณี' แต่งคำขวัญใหม่ให้ ปชป. "ขัดขวางประชาธิปไตย ทรยศประชาชน" ตั้งคำถามองคมนตรีเกี่ยวอะไรกับโครงการสร้างอ่างเก็บที่พัทลุง 'จ่านิว' เปิดใจเมื่อก่อนเคยถูกปรามาสจัดม็อบหลักร้อยต้านรัฐประหาร แต่วันนี้คนมาทะลุแสน ถามกลับสาแก่ใจสลิ่มแล้วหรือยัง? นักเรียนเลวขึ้นปราศรัยประกาศ 3 ข้อเรียกร้องชี้หาก รมต.ศึกษาธิการทำไม่ได้ก็ลาออกไป

ที่มา: นิรนามปลดแอก

 

'หมู่อาร์ม' ปราศรัย ขอเป็นสิบเอกท้าชนพลเอก ลั่นพร้อมโดนยิงแทนประชาชน

'ครูใหญ่ ขอนแก่นพอกันที' เตือนต้นทุนของรัฐประหาร คือ ศรัทธาของประชาชน

#99DEAD ละครรำลึกสลายชุมนุมเมษา-พฤษภา 53

'Unmute Project' นิทรรศการศิลปะต่อต้านเผด็จการในชุมนุม 19 ก.ย. เปิดพื้นที่ให้งานที่โดนเซ็นเซอร์

วรา แต่งคำขวัญใหม่ให้ปชป. "ขัดขวางปชต. ทรยศประชาชน" ตั้งคำถามองคมนตรีเกี่ยวอะไรกับโครงการสร้างอ่างเก็บที่พัทลุง

เวลาประมาณ 22.30 น. ที่เวทีชุมนุม วรา จันทร์มณี เลขาธิการชมรมคนรักศิลปวัฒนธรรม ผู้ชนะเลิศประกวดคำขวัญ 50 ปีพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งได้นำโล่ไปคืนหลังจากพรรคประชาธิปัตย์ประกาศร่วมรัฐบาลสืบทอดอำนาจ ขึ้นเวทีปราศรัยที่สนามหลวงกล่าวถึงคำขวัญที่ตนเคยแต่ง

“ผมคือผู้ชนะเลิศคำขวัญ 50 ปีพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อปี 2538 ตอนนั้นผมเป็นกรรมการองค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหง ผมแต่งว่า 50 ปีพัฒนา 50 ปีประชาธิปัตย์ 50 ปีพัฒนาประชาธิปไตย 50 ปีรับใช้ประชาชน แต่พอมาถึงวันนี้ 74 ปีประชาธิปัตย์ขัดขวางประชาธิปไตย ทรยศประชาชน ต้องขออภัยพรรคประชาธิปัตย์ที่เอาเรื่องจริงมาพูด”

เขาเล่าต่อว่า ก่อนหน้านี้ได้เคยไปเรียกร้องไม่ให้มีการลบรูปในผนังวัดหนองเต่า จังหวัดอุทัยธานี ซึ่งมีการวาดรูปสิตางค์บัวทอง เพราะเห็นว่าเป็นครั้งแรกที่มีการวาดถึงคนหลากหลายทางเพศในผนังวัด

วรากล่าวต่อว่า คนที่ตากฝนในวันนี้ไม่ลำบากเหนื่อยยากเท่าพี่น้องจากพัทลุงที่มาต่อสู้เรื่องเขื่อนเหมืองตะกั่วเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา เพราะในคนนั้นพี่น้องนั่งกันตั้งแต่ตีสามหน้าประตูหนึ่ง ทำเนียบรัฐบาล ถึงเกือบสิบโมงเช้า พี่น้องนั่งกลางแดดมานานวันเพื่อต่อส้กับโครงการอันเนืองมาจากพระราชดำริ

เขากล่าวต่อว่า จังหวัดพัทลุงมีเทือกเขาบรรทัดยาวกว่าสิบกิโลเมตรเชื่อมต่อหลายจังหวัด กรมชลประทานมีแผนจะทำเขื่อนกว่า 21 แห่ง และทำไปแล้ว 4 แห่ง ผลคือล้มเหลวทั้งหมด สิ่งที่พบคือความไม่โปร่งใสในการทำโครงการเพราะไปอ่านเนื้อหาโครงการของจังหวัดเพชรบูรณ์ มาใส่ชื่อจังหวัดพัทลุง เมื่อโครงการนี้ถูกเสนอไป สำนักราชเลขาธิการส่งเรื่องมายังสำนักงานประสานงานโครงการอันเนื่องมาจาดพระราชดำริ ต่อเพื่อให้ไปลงพื้นที่ตรวจสอบ สอบถามประชาชนแล้ว แต่ในข้อเท็จจริงพี่น้องหมู่หนึ่ง เหมืองตะกั่วไม่มีใครทราบเรื่องเลย

“พี่น้องเหมืองตะกั่วขึ้นมาต่อสู้กับรัฐบาล เพราะมีการใช้โครงการที่เป็นเท็จ และใช้ชื่อโครงการพระราชดำริมาข่มขู่ประชาชน”

เขากล่าวต่อว่า โครงการดังกล่าวส่อว่าจะมีการทุจริตคอร์รัปชั่น แต่เมื่อชาวบ้านขึ้นมาต่อสู้ ปรากฎว่าองคมนตรีกลับลงไปเร่งรัดโครงการที่พัทลุง นั่นแสดงให้เห็นว่าบทบาทขององคมนตรีมีปัญหามาก องคมนตรีตามรัฐธรรมนูญกำหนดให้มาจากการแต่งตั้งของพระมหากษัตริย์ และมีหน้าที่เป็นที่ปรึกษาของพระมหากษัตริย์ และทำงานให้พระมหากษัตริย์ ไม่มีข้อไหนเลยที่ระบุให้องคมนตรีมาทำวงานแทนรัฐ หรือมาทำงานในฐานะเจ้าหน้าที่ของรัฐ

“คลองไทยอดีตองคมนตรีก็เป็นผู้เข้าไปผลักดัน จะนะองคมนตรีก็ลงไปผลักดัน คลองผันน้ำเมือองนครองคมนตรีก็ลงไปผลักดันโครงการ นี่คือสิ่งที่เราต้องตั้งคำถามว่าโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำรินั้นพระมหากษัตริย์ท่านมีความตั้งใจที่จะแก้ปัญหาดิน น้ำ ป่า ให้ประชาชน แต่ผู้ใต้บังคับบัญชาลงมา ทำงานกันอย่างโปร่งใส่หรือไม่ บทบาทขององคมนตรีเหมาะสมหรือไม่ที่จะมายุ่งเกี่ยวกับโครงการของรัฐ”

 

กางเต็นท์สนามหลวง

22.00 น เริ่มมีการกางเต็นท์ที่สนามหลวงแล้ว

ไดโน๊ะ ซาโตะ (นามสมติ) อายุ 23 ปี นักกิจกรรมกลุ่ม UNMEE เริ่มกางเต็นท์เพื่อเตรียมนอนค้างคืนที่สนามหลวง อย่างชำนาญ

เขาบอกว่าเตรียมการณ์มาแล้วว่าจะนอนที่นี่ ทำกิจกรรมมา 3 ปีก็คิดว่าอยากมีประสบการณ์มานอนที่นี่สักครั้ง มองว่าเป็นกิจกรรมครั้งแรกที่มานอน เป็นการยกระดับจากกิจกรรมนอนแคมป์ไม่นอนคุก ที่ อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา

"การที่มีคนมานอนจะได้จำนวนคนที่อยากปักหลักกับเราที่คัดสรรเป็นครอบครัวเรา เราทำอะไรเขาเอาด้วย ยิ่งเป็นแรงกดดันผู้มีอำนาจ แสดงให้เห็นความจริงจังของผู้ชุมนุมมากขึ้น" ไดโน๊ะ กล่าวด้วยความภูมิใจ

 

จ่านิวเปิดใจเมื่อก่อนเคยถูกปรามาสจัดม็อบหลักร้อยต้านรัฐประหาร แต่วันนี้คนมาทะลุแสน ถามกลับสาแก่ใจสลิ่มแล้วหรือยัง?

เวลาประมาณ 21.30 น. สิริวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว ขึ้นปราศรัยเวทีสนามหลวง กล่าวถึงการรวมตัวของประชาชนในวันนี้ว่า บางคนบอกว่าจะไม่มีวันได้เห็นคนมารวมตัวกันเต็มสนามหลวงแบบนี้ เพราะสนามหลวงถูกจองจำมานานแต่วันนี้สนามหลวงได้เป็นสนามของราษฎรอย่างแท้จริงแล้ว

“ชีวิตนี้ผมไม่เคยคิดว่าจะได้ขึ้นมาพูดในม็อบที่มีคนเต็มสนามหลวงขนาดนี้ ผมต้องบอกว่านี่คือวิวัฒนาการที่ดีของฝ่ายเรา สมัยก่อนพวกสลิ่มมักปรามาสว่าม็อบต้านรัฐประหารมีอยู่แค่ร้อยสองร้อยคน วันนี้เรามาให้มันทะลุแสนไปเลย สาแก่ใจแล้วหรือยัง ในขณะที่ม็อบพวกสลิ่มนับวันยิ่งน้อยลงจนจะไม่มีใครมาอยู่แล้ว ม็อบไทยภักดีถ้าคิดว่าสิ่งที่พวกคุณทำมันถูกมาให้เต็มสนามหลวงได้อย่างพวกเราไหม”

จ่านิวกล่าวต่อว่า วันนี้เราบุกเข้า มธ. ก็มีคนมาบอกว่าประชาธิปไตยประสาอะไร ก็ต้องถามกลับไปว่าไอ้ที่บุกทำเนียบ ยึดสนามบินดอนเมือง และสนามบินสุวรรณภูมิ มันใช่ประชาธิปไตยหรือไม่ และต้องบอกให้ทราบว่าประตูธรรมศาสตร์เราไม่ต้องเอาคนไปบุกไปดันอะไร มันเปิดให้เราเลย เพราะมันยังมีจิตวิญญาณธรรมศาสตร์อยู่

เขากล่าวต่อว่า วันนี้เดินเข้ามาในงานคิดว่าเป็นการมางานกาชาด หรืองานเฉพาะรัฐธรรมนูญ วันนี้เป็นวันที่มีความสุข เพราะที่ผ่านมาเจ็บซ้ำมานานกับระบอบเผด็จการ ส่วนพ่อค้าแม่ค้าที่มาขายของในงานก็ขายดีกว่าปกติ ขายกันเทน้ำเทท่า ซึ่งต้องย้ำไว้ด้วยว่า ม็อบอย่างพวกเราคือคนกระตุ้นเศรษฐกิจ ไม่ใช่รัฐบาลเฮงซวย

จ่านิวย้ำว่า วันนี้เป็นวันครบรอบ 14 ปีรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 แต่นี่ไม่ได้เป็นโอกาสที่จะมาเฉลิมฉลองอะไร เพราะการฉลองต้องมาพร้อมกันชัยชนะ หรือโอกาสที่เป็นมงคล อย่างไรก็ตามวันที่ 19 กันยายน 2563 จะมีความหมายเปลี่ยนแปลงไป ในวันนี้จะถือว่าเป็นวันที่ ประชาชนมารวมตัวเพื่อลบล้างความวิบัติเฮงซวย และความชิบหายที่เผด็จการ อำมาตย์ และศักดินา ทำไว้กับประเทศเรา

“วันนี้พวกคุณคงเห็น และประเมินได้ว่า เรามาเยอะ ก็ช่วยเห็นหัวประชาชนบ้าง ไม่ใช่เห็นมาเป็นแสนแล้วไปเพิ่มงบความมั่นคงอย่างที่กำลังจะทำ ประชาชนมาเยอะก็เคารพยำเกรงอำนาจของประชาชนด้วย”

จ่านิวกล่าวต่ออีกว่า ตนออกมาเรียกร้องตั้งแต่หลังเกิดการรัฐประหารปี 2557 เวลานั้นมีคนมากเพียงหลักร้อย เพราะมีการใช้กฎหมายเล่นงานประชาชนอย่างหนัก เพื่อสร้างความกลัวกับประชาชน แต่ในวันนี้มันคือความเหลืออดเหลือทนของคนทุกฝ่าย จำนวนคนที่ออกมาในวันนี้เกิดขึ้นมาจากความยากลำบากในชีวิตของประชาชน และมาจากการสืบทอดอำนาจของรัฐบาลเผด็จการ

“ถ้ามีอ้ายอีคนใดบอกว่าไม่ต้องการให้มันจบที่รุ่นเรา แปลว่าคุณต้องการจะกดขี่ประชาชนแบบนี้ต่อไปใช่ไหม เราบอกให้หยุดคุกคามประชาชน ผมเองก็ไม่รู้จะบอกอย่างไรถึงมหากาพย์ ซีรีย์ของการถูกรัฐบาลทรราชเผด็จการ คสช. ยันรัฐบาลสืบทอดอำนาจคุกคามทุกรูปแบบ ถูกจับเข้าค่ายทหาร ดำเนินคดี ดำเนินคดีผมไม่พอ มันลามไปดำเนินคดีแม่ผมด้วย มิหน่ำซ้ำพอคนมาตีหัวผมจนเจ็บปางตาย วันนี้ผ่านไปเกือบปีกว่ายังจับใครไม่ได้เลยแม้แต่คนเดียว พูดง่ายๆ ถ้าเป็นหมาหมู่ ผมยังไม่เห็นหมาซักตัวถูกลงโทษทางกฎหมายเลย”

 

นักเรียนเลวขึ้นปราศรัยประกาศ 3 ข้อเรียกร้องชี้หาก รมต.ศึกษาธิการทำไม่ได้ก็ลาออกไป

ตัวแทนกลุ่มนักเรียนเลวขึ้นเวทีปราศรัยที่สนามหลวง ประกาศถึงข้อเรียกร้อง 3 ข้อ และ 1 เงื่อนไขคือ 1.หยุดคุกคามนักเรียน 2.ยกเลิกกฎระเบียบที่ล้าหลัง และ 3.ปฏิรูปการศึกษาไทยทั้งระบบ โดยมีเงื่อนไขหนึ่งข้อคือ หากรัฐมนตรีศึกษาธิการคนปัจจุบันไม่สามารถทำได้ ก็ให้ลาออกไป

“ที่ผ่านมาเราได้ฟังการให้สัมภาษณ์ของรัฐมนตรีศึกษาธิการมาหลายครั้ง แต่มีครั้งหนึ่งท่านบอกว่า หากนักเรียนจัดการชุมนุม ตำรวจก็มีสิทธิที่จะจับได้ แต่พอโดนสังคมกดดันก็ออกประกาศให้นักเรียนชุมนุมได้ นี่เป็นเรื่องที่ย้อนแย้งกันเอง ทั้งที่หนังสือหน้าที่พลเมืองบอกว่า เราเป็นพลเมือง เป็นนักเรียนในระบบประชาธิปไตย เราต้องเห็นถึงปัญหาในสังคม เราต้องเข้าใจถึงปัญหาของสังคม แต่เมื่อเราออกมาพูดถึงปัญหาในสังคมกลับปล่อยให้ตำรวจเข้าไปคุกคามนักเรียนในโรงเรียน”

จากนั้นทางกลุ่มได้ร้องเพลง ลามะลิลา ซึ่งมีเนื้อหาดังนี้

ลามะลิลาขึ้นต้นก็เป็นทหารพออยู่นานๆ ดันไปนั่งในสภา

ลามะลิลาขึ้นต้นก็เป็นทหารพออยู่นานๆ ดันไปนั่งในสภา

ลามะลิลาขึ้นต้นก็เป็นทหารพออยู่นานๆ ดันไปนั่งในสภา

วันก่อนเขาจับผู้ใหญ่ วันก่อนเขาจับผู้ใหญ่

พอวันต่อไปจับนักศึกษา พอวันต่อมาไปจับนักศึกษา

ต่อมาคุกคามนักเรียน ต่อมาคุกคามนักเรียน

พี่ๆ หัวเกรียนๆ บอกว่านายสั่งมา

พี่ๆ หัวเกรียนๆ บอกว่านายสั่งมา

ลามะลิลาขึ้นต้นก็เป็นทหารพออยู่นานๆ ดันไปนั่งในสภา

ลามะลิลาขึ้นต้นก็เป็นทหารพออยู่นานๆ ดันไปนั่งในสภา

คุณพี่กลัวมากใช่ไหม คุณพี่กลัวมากใช่ไหม

ทำไม๊ทำไมต้องสอดแนมเด็ก 15 ทำไม๊ทำไมต้องสอดแนมเด็ก 15

ลามะลิลาขึ้นต้นก็เป็นทหารพออยู่นานๆ ดันไปนั่งในสภา

ลามะลิลาขึ้นต้นก็เป็นทหารพออยู่นานๆ ดันไปนั่งในสภา

เสียงประชาชนบนพื้นดิน เสียงประชาชนบนพื้นดิน

เมื่อไหร่จะได้ยินไปถึงคนบนฟ้า เมื่อไหร่จะได้ยินไปถึงคนบนฟ้า

ลามะลิลาขึ้นต้นก็เป็นทหารพออยู่นานๆ ดันไปนั่งในสภา

บอกว่าว่าหนูชังชาติ เขาบอกว่าหนูชังชาติ

ขอญาตนะคะหนูชังประยุทธ์ จันทร์โอชา ขอญาตนะคะหนูชังประยุทธ์ จันทร์โอชา

ลามะลิลาขึ้นต้นก็เป็นทหารพออยู่นานๆ ดันไปนั่งในสภา

ขอสาบคนฉีกรัฐธรรมนูญ ขอสาบคนฉีกรัฐธรรมนูญ

ให้ชีวิตไม่สมบูรณ์ในภายภาคหน้า ให้ชีวิตไม่สมบูรณ์ในภายภาคหน้า

ลามะลิลาขึ้นต้นก็เป็นทหารพออยู่นานๆ ดันไปนั่งในสภา

ลามะลิลาขึ้นต้นก็เป็นทหารพออยู่นานๆ ดันไปนั่งในสภา

บอกเด็กไม่ควรยุ่งการเมือง บอกเด็กไม่ควรยุ่งการเมือง

การศึกษาไม่กระเตื่องเพราะการเมืองมีปัญหา

การศึกษาไม่กระเตื่องเพราะการเมืองมีปัญหา

ลามะลิลาขึ้นต้นก็เป็นทหารพออยู่นานๆ ดันไปนั่งในสภา

หนูรู้ว่าหนูมันเลว หนูรู้ว่าหนูมันเลว

แต่ไม่ดิ่งลงเหวเหมือนคนที่แน่ตลอดมา แต่ไม่ดิ่งลงเหวเหมือนคนที่แน่ตลอดมา

ลามะลิลาขึ้นต้นก็เป็นทหารพออยู่นานๆ ดันไปนั่งในสภา

พวกเราไม่มีมลทินมัวหมอง พวกเราไม่มีมลทินมัวหมอง

แค่มาเรียกร้องประชาธิปไตยคืนมา แค่มาเรียกร้องประชาธิปไตยคืนมา

 

20.30 น สนามหลวงในพื้นที่ชุมนุมแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม กลุ่มละครที่เรียกตัวเองว่า 'คณะละครที่ไม่เป็นทางการ' ซึ่งเป็นการรวมตัวของเยาวชน จัดแสดงละครที่ไม่มีชื่อ สะท้อนความรุนแรง เช่น เหตุการณ์แขวนคอ 6 ตุลา 19 การอุ้มฆ่าผู้ลี้ภัยทางการเมืองถ่วงน้ำ เป็นต้น

ดูคลิปการแสดงได้ที่นี่

19.10 น. แอมมี่ The Bottom Blues ขึ้นเล่นเพลงและกล่าวว่า 

"ผมมีเรื่องจะสารภาพทุกคน ผมโกหกทุกคนครับ ที่ผมโพสต์ว่าโดนยกเลิกงาน 1 งาน จริงๆ ผมโดนยกเลิกทุกงาน ทุกพรีเซนเตอร์ แต่ผมไม่อยากโอดครวญครับ เพราะการเสียสละไม่ใช่การโอดครวญ ฝากไปถึงผู้มีอำนาจ คนที่รังแกเพื่อน พี่น้องของผม ถ้าคุณจะยกเลิกงานผม คุณจะได้เจอแอมมี่ The Bottom Blues ที่ต่อสู้ด้วยศิลปะและดนตรีอย่างเต็มรูปแบบ"

 

ผู้หญิงปลดแอกชูทำแท้งถูกกฎหมาย-ให้คู่รักเพศเดียวกันสมรสได้

กรกนก คำตา ตัวแทนกลุ่มผู้หญิงปลดแอกกล่าวปราศรัยบริเวณซุ้มผู้หญิงปลดแอกว่า 

"ไม่มีประเด็นไหนเป็นประเด็นรอง โดยเฉพาะประเด็นที่เสี่ยงต่อชีวิตคน อย่างเช่นทำแท้งเป็นประเด็นที่รอไม่ได้ เพราะว่ามีกฎหมายนี้ มันทำให้เกิดผู้หญิงที่ตาย และถ้ามันสามารถยุติได้ ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญก็ได้ตีความแล้วว่ากฎหมายนี้ขัดกับรัฐธรรมนูญ หมายความว่าประเด็นทางเพศมันรอไม่ได้เพราะมันกระทบกับเนื้อตัวร่างกาย ชีวิต ความเป็นความตาย ความเป็นอยู่ของคน เด็ก ผู้หญิง LGBT ทันที ดังนั้นประชาธิปไตยเราก็อยากได้ สิทธิในเนื้อตัวร่างกายเราก็อยากได้ และเราต้องการทั้งสองอันเดี๋ยวนี้ พร้อมกัน เราต้องการให้แก้ไขรัฐธรรมนูญเดี๋ยวนี้ เราต้องการให้ยกเลิกกฎหมายอาญา มาตรา 301 เดี๋ยวนี้ เราต้องการให้แก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1448 เดี๋ยวนี้เพื่อให้คู่รักเพศเดียวกันสามารถสมรสกันได้ สิ่งเหล่านี้มันรอไม่ได้เพราะว่ามันกระทบกับชีวิตจิตใจของมนุษย์ คนไทย ดังนั้นไม่มีอะไรที่เป็นประเด็นรอง และไม่มีอะไรที่เป็นประเด็นหลัก ต้องทำไปพร้อมกัน แล้ว movement ของประชาธิปไตยจะใหญ่ขึ้น แล้วประเทศไทยก็จะก้าวไปสู่ประเทศที่เป็นประชาธิปไตยเต็มใบ”

ดูคลิปที่นี่

 

บทกวีหลั่งไหลที่ซุ้มกวีสามัญสำนึก ในการชุมนุม #19กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร

"ประชาธิปไตยใครกันมีอำนาจ..

ชาติไทยใครเล่าเป็นเจ้าของ..

หากมีใครเอาเปรียบผิดครรลอง..

แล้วเมื่อไหร่เราทั้งผองจะเป็นไทย..

ชาตินี้ไม่มีศึกมีสงคราม..ไม่ต้องถามหาหรอกกระบอกปืน

ชาตินี้ไม่ได้ไหม้เป็นไฟฟืน..ไม่ต้องคืนอำนาจเผด็จการ

ชาตินี้ไม่แบ่งแยก..ไม่ต้องมียศฐาศักดินา

ชาตินี้ไม่มีราคา..ไม่จำเป็นต้องผูกขาดโดยนายทุน

ชาตินี้คือทุกคน..ใช่ใครอื่นเพียงหนึ่งเดียว

ชาตินี้ไม่ต้องเที่ยว..ไปปิดเสียงผู้เห็นต่าง

ชาตินี้ชาวประชาต้องเป็นผู้ชี้ทางชัด

เพราะชาตินี้ต้องวิวัฒน์ ไม่ใช่มัวคัดหาแต่คนดี

ใครกันหรือ..ที่ชังชาติ..?

ไออุบาทว์..!! ประชาราษฎร์เขาชังมึง..!

ใครกันที่ล้าหลังและฉุดดึง

ไม่คำนึงถึงชาติอนาคต

ใครกันทำชาติต้องพังลง

เพียงเพื่อดิ้นรน..คงไว้ซึ่งอำนาจ

ใครกันฉ้อฉลสำคัญตน

ตอบหน่อยสินายพลผู้ปล้นชาติประชาชน

ประชาธิปไตยใครกันมีอำนาจ...

ชาติไทยใครเล่าเป็นเจ้าของ...

หากมวลชนโดนเหยียบย่ำเลือดไหลนอง...

เราทั้งผองจะเป็นชาติได้อย่างไร...

หากมวลชนโดนเหยียบย่ำเลือดไหลนอง..

แล้วเมื่อไหร่เราทั้งผองจะเป็นไทย..

เมื่อชาตินี้ทรราชย์ข้ามหัวคน

เหตุฉไนเราต้องทนให้กดขี่"

อ่านและประพันธ์บทกวีโดย จักรธร ดาวแย้ม (วาจาไว) นักศึกษาคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ ธรรมศาสตร์ ปี หรือนามปากกา 'มะฮ์ดี' อายุ 21 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 3 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่ซุ้มเครือข่ายกวีสามัญสำนึก

จักรธรเล่าให้ฟังว่าเขาได้อ่านบทกวีนี้ในการชุมนุมเมื่อวันที่ 18 ก.ค. ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย จนเป็นเหตุให้เขากลายเป็น 1 ใน 31 รายชื่อที่โดนคดีในเวลาต่อมา

 

ร่วมลงชื่อให้วันที่ 18 พ.ค. ของทุกปีเป็นวันต่อต้านระบอบเผด็จการอำนาจนิยม

ที่งานชุมนุม #19กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร ณ สนามหลวง บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เชิญชวนผู้สนใจร่วมลงชื่อให้ยูเอ็นรับรองว่าวันที่ 18 พ.ค. ของทุกปีจะเป็นวันต่อต้านระบอบเผด็จการอำนาจนิยม

บัณฑิตเล่าถึงที่มาว่า "ที่เมืองกวางจู 40 ปีก่อนเกิดการล้อมปราบประชาชนโดยใช้อำนาจกฎอัยการศึก ทำให้ชาวกวางจูเสียชีวิตนับร้อย สูญหาย เจ็บป่วยเป็นเวลาหลายปี เป็นจุดเริ่มต้นของการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยในเกาหลี เมื่อวันที่ 18 พ.ค. ปี 1980 ปีนี้ครบ 40 ปี พลเมืองชาวกวางจูจึงเรียกร้องให้พลเมืองทั่วโลกร่วมรณรงค์ล่ารายชื่อเพื่อให้ยูเอ็นประกาศว่าวันที่ 18 พ.ค. นั้นเป็นวันสากลของการต่อต้านการใช้กองทัพกับพลเรือน เป็นวันสากลแห่งการต่อต้านระบอบเผด็จการอำนาจนิยม นี่จึงเป็นที่มาของโครงการนี้"

โดยผู้สนใจเข้าร่วมโครงการเพียงแค่สแกนคิวอาร์โค้ด (ตามภาพด้านล่าง) เพื่อกรอกกูเกิ้ลฟอร์ม หลังจากนั้นทางทีมงานจะรวบรวมรายชื่อส่งให้กับทางเมืองกวางจูและส่งให้ยูเอ็นต่อไป

"มีคนให้ความสนใจเยอะ วันนี้เรารณรงค์วันแรก บางคนอาจจะยังไม่รู้จัก May 18th founndation แต่พอพูดถึงวันที่ 18 พฤษภาคมในเกาหลีใต้ หลายคนก็จะรู้ทันทีว่าเป็นปรากฎการร่วมกัน เป็นความรับรู้ร่วมกันของคนไทยที่เห็นประเทศเพื่อนบ้านเคยผ่านประสบการณ์เดียวกับเรา หลายคนเต็มใจลงชื่อ" บัณฑิตกล่าว

 

 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์