บชน.แถลงพอใจเจรจาผู้ชุมนุมสำเร็จ เตรียมประสาน กทม. รื้อหมุดออก

บชน.แถลงระบุภาพที่เกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้าคือความสำเร็จของการเจรจาระหว่างผู้ชุมนุมกับตำรวจ เป็นสิ่งที่หลายฝ่ายอยากเห็น เตรียมประสาน กทม. รื้อหมุดออก ชี้เก็บหลักฐานเอาไว้เอาโทษต่อไป

เว็บไซต์ข่าวสด รายงานว่าเมื่อเวลา 10.00 น. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) และ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (รองโฆษก ตร.) แถงภายหลังมีการประกาศยุติการชุมนุม

พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวว่า กรณีที่ พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) ออกไปรับหนังสือจากแกนนำ ในฐานะผู้บัญชาการเหตุการณ์ เมื่อรับหนังสือมาแล้วคงดำเนินการไปตามขั้นตอนธุรการ ประมวลผลตามลำดับชั้นไปที่ ตร. และส่งไปยังหน่วยงานรับหนังสือต่อไป ส่วนระยะเวลาดำเนินการจะทำอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ ผบช.น. ไม่ใช่ตัวแทนสำนักงานองคมนตรีแต่อย่างใด สำหรับเหตุการณ์เมื่อช่วงเช้าเป็นสิ่งที่ตำรวจอยากให้เกิดขึ้น คือมีการเจรจาต่อรอง ในกลุ่มผู้ชุมนุมเองก็คงมีความสบายใจที่ไม่ต้องชุมนุมต่อเนื่อง

พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า ตำรวจจะเปิดการจราจรโดยรอบ และขนย้ายแบริเออร์ รั้วลวดหนาม ออกจากเส้นทางให้เร็วที่สุดไม่เกินช่วงเย็นวันนี้ โดยระหว่างนี้ตำรวจจะอำนวยความสะดวกให้ประชาชนเดินทางกลับบ้านอย่างปลอดภัยก่อน

เมื่อถามว่าเมื่อช่วงเช้าที่แกนนำได้เจาะพื้นผิวสนามหลวงเพื่อปักหมุดคณะราษฎร พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า พื้นที่สนามหลวงเป็นโบราณสถาน มี 2 หน่วยงานดูแลคือ กรุงเทพมหานคร และกระทรวงศึกษาธิการ ตำรวจได้ประสานไปยังหน่วยงานดังกล่าวแล้วว่าการกระทำดังกล่าวเข้าองค์ประกอบความผิดใด แต่หากดูจากข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นก็น่าจะเป็นความผิดตามกฎหมาย ถ้าเป็นสิ่งที่เกินมา ไม่มีความจำเป็นในสนามหลวง กทม. คงพิจารณาเอาออก

พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวอีกว่าเหตุการณ์วันที่ 19-20 ก.ย. มีความผิดต่างกรรมต่างวาระกัน ช่วงแรก คือ ออกจากม.ธรรมศาสตร์ เข้าสู่สนามหลวง การชุมนุมโดยไม่แจ้งให้ตำรวจทราบ ถือว่าเป็นการชุมนุมโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ส่วนที่สอง เมื่อเข้าไปในสนามหลวงแล้ว แต่อยู่จนกระทั่งล่วงเลยการเปิดให้บริการ และความผิดส่วนที่สาม การปักหมุด ซึ่งถือเป็นส่วนเกิน และไม่ใช่สิ่งที่พึงมีในท้องสนามหลวง ซึ่งการกระทำผิดทั้งหมดตำรวจได้บันทึกภาพและเสียงไว้พิจารณาดำเนินการตามขั้นตอน

เมื่อถามว่าทั้งนี้ในส่วนแกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมขึ้นเวทีปราศรัย โดยมีถ้อยคำและเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม เมื่อคืนที่ผ่านมา พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่าขณะนี้ พล.ต.ต.สุคุณ พรหมายน รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล(รอง ผบช.น.) กับทีมพนักงานสอบสวนอีกกว่า 40 คน ได้บันทึกภาพหลักฐานและเสียง ตั้งแต่เริ่มการชุมนุม และการปราศรัย ตลอดจนการให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อต่างๆ เพื่อนำข้อมูลมาพิจารณาร่วมกับฝ่ายกฎหมาย ว่าเข้าข่ายความผิดใดต่อไป

พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวอีกว่า กรณีแกนนำนัดชุมนุมอีกครั้งวันที่ 23-24 ก.ย. ว่าตำรวจมีความพร้อมรองรับสถานการณ์ให้เกิดความเหมาะสม เมื่อมีการใช้แผนชุมนุม 63 แล้ว โดยหลักแม้ตำรวจมีหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อย แต่ไม่ได้มุ่งจะใช้กำลังกับผู้ชุมนุม เป็นการปรับแผนให้เข้ากับสถานการณ์ เอาบทเรียนที่ผ่านมาหลักรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์มาใช้ เพื่อให้ทุกฝ่ายมีทางออก ภาพที่เกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้าคือความสำเร็จของการเจรจาระหว่างผู้ชุมนุมกับตำรวจ และเป็นสิ่งที่หลายฝ่ายอยากเห็น

'ศรีสุวรรณ' จ่อร้องกรมศิลป์-ผอ.เขตพระนครสั่งทุบทิ้งหมุดคณะราษฯ 2563 และเอาผิดแกนนำม็อบ

ด้านนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ตามที่กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการเมือง ได้ฝ่าฝืนกฎหมายโดยการบุกรุกเข้าใช้สนามหลวงโดยไม่ได้ขออนุญาตจาก กทม.และมีการตัดทำลายรั้วซึ่งเป็นทรัพย์สินของทางราชการออกเมื่อวันที่ 19 ก.ย.ที่ผ่านมาและเมื่อเช้ามืดวันที่ 20 ก.ย. ได้ทำการเจาะพื้นสนามหลวงให้เสียหาย และได้ทำพิธีฝังหมุดคณะราษฎร หมุดที่ 2 ลงในพื้นที่สนามหลวงตามที่ได้มีการเตรียมการไว้แล้วนั้น

ทั้งนี้ สนามหลวง ได้ประกาศขึ้นทะเบียนให้เป็นโบราณสถานสำคัญของชาติ มาตั้งแต่ปี 2520 มีชื่อว่า "โบราณสถานทุ่งพระเมรุ (สนามหลวง)" โดยที่ ม.32 ของ พ.ร.บ.โบราณสถาน โบราณวัตถุศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 แก้ไขเพิ่มเติม 2535 ระบุว่าผู้ใดบุกรุกโบราณสถาน หรือทําให้เสียหาย ทําลาย ทําให้เสื่อมค่าหรือ ทําให้ไร้ประโยชน์ซึ่งโบราณสถาน ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 7 แสนบาท หรือ ทั้งจําทั้งปรับ และโทษของการบุกรุกและทำลายโบราณสถานจะหนักขึ้นเป็น จำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 ล้านบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ ถ้าโบราณสถานแห่งนั้นเป็นโบราณสถานที่ได้ขึ้นทะเบียนแล้ว

การตัดทำลายรั้วเพื่อนำมวลชนบุกรุกเข้าไปตั้งเวทีชุมนุมปราศรัย และได้เจาะพื้นสนามหลวงให้เสียหาย โดยทำพิธีฝังหมุดคณะราษฎร หมุดที่ 2 ลงในพื้นที่สนามหลวงที่ได้ขึ้นทะเบียนไว้แล้ว ของกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการเมือง จึงถือเป็นกรรมหนัก ที่จะปล่อยให้ลอยนวลต่อไปมิได้

นอกจากนั้น กรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้ออกระเบียบกรุงเทพมหานครว่าด้วยการใช้ บำรุงและการดูแลพื้นที่ท้องสนามหลวง 2555 เพื่อให้ใช้พื้นที่ท้องสนามหลวงเพื่อการจัดงานได้เพียง 4 ประเภทเท่านั้น คือ งานพระราชพิธี งานรัฐพิธี งานประเพณีสำคัญของชาติโดยหน่วยงานของรัฐ และการจัดการแข่งขันกีฬาไทยประจำปี โดยห้ามการแสดงกิจกรรมหรือข้อความหรือการกระทำด้วยประการใดที่ไม่เหมาะสม ขัดกฎหมาย หรือในลักษณะเป็นการดูหมิ่นชาติ ศาสนาหรือสถาบันพระมหากษัตริย์ไทยหรือของประเทศอื่น รวมทั้งต้องไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีและประเพณีไทย และการจัดงานต้องไม่มีวัตถุประสงค์ทางการเมืองไม่ว่าด้วยประการใด และไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม

ด้วยเหตุดังกล่าว การที่กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการเมือง ได้ฝ่าฝืนกฎหมายหลายบท หลายกรรมดังกล่าว จึงมิอาจปล่อยให้เป็นเยี่ยงอย่างที่ไม่ดีต่อเยาวชนและประชาชนต่อไปได้ สมาคมฯจึงจะนำความไปร้องเรียนต่ออธิบดีกรมศิลปากร และผอ.เขตพระนคร ในฐานะพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมาย ในการสั่งการให้ทุบรื้อทิ้งเสียซึ่งหมุดคณะราษฎร หมุดที่ 2 ดังกล่าวเสีย พร้อมเร่งแจ้งความดำเนินคดีเพื่อเอาผิดผู้ที่บังอาจกระทำการฝ่าฝืนดังกล่าวข้างต้นโดยเร็ว โดยสมาคมฯจะเดินทางไปยื่นคำร้องในวันจันทร์ที่ 21 ก.ย.63 เวลา 10.00 น. ณ กรมศิลปากร (วังหน้าพระลาน) และเวลา 11.00 น. ณ สำนักงานเขตพระนคร ถ.สามเสน นายศรีสุวรรณ กล่าวในที่สุด

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์