'กลุ่มอนุรักษ์ป่าชุมชนเขาเหล่าใหญ่-ผาจันได' ย้ำเหมืองหินปูนต้องถูกยกเลิก

กลุ่มอนุรักษ์ป่าชุมชนเขาเหล่าใหญ่-ผาจันได ออกแถลงการณ์ ฉบับที่ 6 'คำขอต่ออายุใบอนุญาตใช้พื้นที่ป่าไม้ และคำขอต่ออายุใบประทานบัตร เพื่อทำเหมืองหินปูน ต้องถูกยกเลิก' 

20 ก.ย. 2563 ชาวบ้านกลุ่มอนุรักษ์ป่าชุมชนเขาเหล่าใหญ่-ผาจันได ที่กำลังปักหลักชุมนุมเรียกร้องให้ปิดและฟื้นฟูเหมืองหินอยู่ที่บริเวณเข้า-ออกเหมือง ตั้งแต่กลางเดือน ส.ค. ได้ออกแถลงการณ์ ฉบับที่ 6 'คำขอต่ออายุใบอนุญาตใช้พื้นที่ป่าไม้ และคำขอต่ออายุใบประทานบัตร เพื่อทำเหมืองหินปูน ต้องถูกยกเลิก' ในแถลงการณ์ระบุว่ากฎหมายแร่ฉบับใหม่ หรือพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560  เขียนไว้ในมาตรา 125 ว่าอธิบดีหรือเจ้าพนักงานอุตสาหกรรมแร่ประจําท้องที่ มีอํานาจสั่งยกคําขอประทานบัตรได้ เมื่อผู้ยื่นคําขอกระทําการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติในหมวด 5 หรือรู้เห็นเป็นใจในการกระทำเช่นว่านั้น

และมาตรา 52 ของหมวด 5 เขียนว่า การขอและการออกประทานบัตร และคุณสมบัติของผู้ยื่นคําขอ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กําหนดในกฎกระทรวง และกฎกระทรวงดังกล่าวต้องกําหนดหลักเกณฑ์ในการพิจารณาอนุญาตให้สอดคล้องกับบทบัญญัติในมาตรา 19 และสาระสำคัญของมาตรา 19 ระบุว่า เพื่อประโยชน์ในการบริหารจัดการแร่  การอนุญาตให้ทําเหมืองให้พิจารณาอนุญาตได้เฉพาะในพื้นที่ที่แผนแม่บทการบริหารจัดการแร่กําหนดให้เป็น ‘เขตแหล่งแร่เพื่อการทําเหมือง’ เท่านั้น

และเมื่อดูสาระสำคัญตามมาตรา 17 วรรคสี่  ที่เขียนว่า  “พื้นที่ที่จะกําหนดให้เป็น ‘เขตแหล่งแร่เพื่อการทําเหมือง’ ต้องไม่ใช่พื้นที่ในเขตอุทยานแห่งชาติตามกฎหมายว่าด้วยอุทยานแห่งชาติ  เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าตามกฎหมายว่าด้วยการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า  เขตโบราณสถานที่ได้ขึ้นทะเบียนไว้ตามกฎหมายว่าด้วยโบราณสถาน  โบราณวัตถุ  ศิลปวัตถุ  และพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ  เขตพื้นที่ที่มีกฎหมายห้ามการเข้าใช้ประโยชน์โดยเด็ดขาด  พื้นที่เขตปลอดภัยและความมั่นคงแห่งชาติ  หรือพื้นที่แหล่งต้นน้ำหรือป่าน้ำซับซึม”  แล้ว

จะเห็นได้ว่าการ ‘ยื่น’ และ ‘รับ’  (1) คำขอต่ออายุ ‘ใบอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติ เพื่อทำเหมืองหินปูน’  พื้นที่ 175 ไร่ บนภูผาฮวก ไปอีกสิบปี  จนกระทั่งถึงปี 2573  ซึ่งพวกเราได้ทำการเข้ายึดเหมือง เพื่อเปลี่ยนเขตเหมืองแร่เป็นเขตป่าชุมชนเรียบร้อยแล้วในวันที่ 4 ก.ย. 2563 ที่ผ่านมา เนื่องจากยังไม่ได้รับการต่ออายุก่อน วันที่ 3 ก.ย. ที่ผ่านมา และ (2) คำขอต่ออายุ ‘ใบประทานบัตรทำเหมืองหินปูน’  พื้นที่ 175 ไร่ บนภูผาฮวก ไปอีกสิบปี  จนกระทั่งถึงปี 2573 ซึ่งเป็นพื้นที่เดียวกันกับข้อ (1) ที่จะหมดอายุในวันที่ 24 ก.ย. นี้ และคงไม่ได้รับการต่ออายุไปอีกสิบปีก่อนวันที่ 24 ก.ย. นี้อย่างแน่นอน เป็นการยื่นและรับคำขอโดยมิชอบตามกฎหมายแร่ฉบับใหม่

เนื่องจากภูผาฮวกเป็นพื้นที่ที่ไม่เข้าข่ายเป็น ‘เขตแหล่งแร่เพื่อการทำเหมือง’ ตามมาตรา 17 วรรคสี่ แต่อย่างใด  เพราะพบโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ  มีทั้งภาพเขียนสีและเครื่องปั้นดินเผาอายุเก่าแก่ไม่ต่ำกว่า 1,500 - 3,000 ปี  และเป็นแหล่งต้นน้ำหรือป่าน้ำซับซึม  มีทั้งโถงถ้ำและตาน้ำที่เป็นบ่อเกิดลำธาร จึงต้องถูกกันออกจากการเป็น ‘เขตแหล่งแร่เพื่อการทำเหมือง’

ดังนั้นผู้ประกอบการทำเหมือง และหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ จึงไม่ควรยื่นและรับคำขอต่ออายุใบอนุญาตทั้งสองตั้งแต่ต้น เพราะเป็นคำขอต่ออายุใบอนุญาตที่มิชอบตามกฎหมายแร่ฉบับใหม่ และหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง ควรรีบดำเนินการเพื่อขอคืนหรือยกคำขอต่ออายุใบอนุญาตทั้งสองออกไปจากสารบบโดยเร็ว
 

แสดงความคิดเห็น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

พื้นที่ประชาสัมพันธ์