โคลอมเบียประท้วงหนัก ต่อต้านการใช้กำลังตำรวจ หลังมีผู้ถูกทารุณจนเสียชีวิต

ในโคลอมเบียมีการประท้วงต่อต้านความรุนแรงของตำรวจขยายตัวไปทั่ว หลังจากที่เกิดกรณีการใช้ความรุนแรงเกินกว่าเหตุต่อประชาชนทั่วไปที่ไม่ได้ถูกระบุว่ากระทำผิดใด ๆ


ที่มาภาพ: Medios Libres de Cali อ้างใน nacla.org

องค์กรที่พูดถึงประเด็นละตินอเมริกา NACLA ระบุถึงกรณีที่ ชายคนหนึ่งในกรุงโบโกตา ประเทศโคลอมเบีย ถูกตำรวจทำร้ายจนกระทั่งเสียชีวิตในขณะที่เขากำลังออกไปซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์กับเพื่อน จากการทุบตีทำร้ายและช็อตไฟฟ้ารวม 11 ครั้ง การใช้กำลังเกิดกว่าเหตุในครั้งนั้นกลายเป็นชนวนทำให้เกิดการประท้วง

ชายคนดั้งกล่าวชื่อ จาเวียร์ ออร์โดเนซ อดีตวิศวกรการบินอายุ 46 ปี ที่กำลังศึกษาต่อในชั้นเรียนวิชากฎหมาย ในคืนที่เกิดเหตุวันที่ 9 ก.ย. เขากำลังเดินออกไปซื้อเบียร์กับเพื่อนอีกสองคนจนกระทั่งมีเจ้าหน้าที่ตำรวจสองคนปรากฏตัว คนหนึ่งพูดถึงออร์โดเนซว่า "แกอีกแล้วหรือ แกหนีไม่พ้นหรอกคราวนี้" จากนั้นตำรวจก็ก่อเหตุโดยการกระแทกให้ออร์โดเนซล้มลงกับพื้น เมื่อถามว่าเขาทำอะไรผิดตำรวจก็ไม่ตอบแต่ทำการช็อตเขาด้วยเครื่องช็อตไฟฟ้า เมื่อออร์โดเนซใกล้จะหมดสติตำรวจก็ส่งตัวเขาไปที่ศูนย์บัญชาการปฏิบัติการด่วน (CAI) ซึ่งเป็นหน่วยงานของวตำรวจแทนที่จะส่งโรงพยาบาล ตำรวจทุบตีออร์โดเนสต่อจนกระทั่งเขาหมดสติและเพื่อส่งโรงพยาบาลก็พบว่าออร์โดเนซเสียชีวิตที่ก่อนหน้าที่จะถึงโรงพยาบาลแล้ว

อาชญากรรมจากตำรวจโคลอมเบียในครั้งนี้เป็นชนวนให้มีคนรุ่นเยาว์ออกมาประท้วงหลายร้อยคนเพื่อแสดงความไม่พอใจต่อทางการ โดยหลักๆ แล้วกลุ่มผู้ประท้วงออกมาชุมนุมในย่านชนชั้นแรงงานในเมืองต่างๆ ของโคลอมเบีย ผู้ประท้วงบอกว่า "มีความโกรธเคืองไม่พอใจเกิดขึ้นมาก" ในการประท้วงทั่วประเทศเกิดการจุดไปเผาสถานทำการ, ยานพาหนะ และทรัพย์สินที่เป็นของกรมตำรวจ รวมถึงมีการทำลายธนาคารและร้านค้าสาขาที่เป็นของบรรษัทข้ามชาติและทำลายรถประจำทางสายทรานส์มิเลโน

มีการโต้ตอบจากทางการด้วยความรุนแรงอย่างหนักรวมถึงใช้อาวุธปืนปราบผู้ชุมนุมทำให้มีประชาชนเสียชีวิตอย่างน้อยสิบกว่ารายจากข้อมูลวิกิพีเดียเมื่อวันที่ 15 ก.ย. 2563 การประท้วงมีการขยายออกไปหลายเมืองนอกเหนือจากกรุงโบโกตา มีผู้ประท้วงในเมืองคาลีกล่าวว่าเจ้าหน้าที่ทางการใช้ทั้งความรุนแรงและวิธีการจับกุมแต่พวกเขาก็ยังคงเดินหน้าประท้วงต่อไป ผู้ประท้วงที่ไม่ประสงค์ออกนามรายนี้ยังบอกอีกว่ามีความไม่พอใจเริ่มก่อตัวขึ้นมาตั้งแต่ก่อนหน้าการระบาดหนักของ COVID-19 แล้ว และความไม่พอใจของประชาชนก็ถึงขีเสุดจนเกิดการประท้วงมาตั้งแต่วันที่ 21 พ.ย. 2562

นอกจากกรณีของออร์โดเนซแล้ว มีผู้คนอย่างน้อย 45 รายที่ถูกสังหารจากตำรวจ กองกำลังผสม และแก็งค์อาชญากรรมในช่วงที่มีการระบาดหนักของ COVID-19 เหยื่อส่วนใหญ่เป็นชนพื้นเมือง ผู้มีพื้นเพจากแอฟริกัน และเกษตรกร เรื่องเหล่านี้ทำให้องค์กรเครือข่ายสื่อเสรีคาลีเข้าร่วมการชุมนุมด้วยนับตั้งแต่วันที่ 10 ก.ย. โดยเรียกร้องให้โคลอมเบียหยุดการสังหารหมู่ในโคลอมเบียและเคารพสิทธิในการประท้วง กลุ่มนักกิจกรรม CPR ในโบโกตากล่าวว่าประชาชนประท้วงจากความไม่พอใจทั้งเรื่องกรณีการสังหารออร์โดเนซและความอยุติธรรมอื่นๆ เช่นกรณีการสังหารหมู่ที่เกิดขึ้นในช่วงปีนี้

แต่อดีตประธานาธิบดี อัลวาโร อูริเบ ก็ระบุสนับสนุนการประกาศเคอร์ฟิวและการวางกำลังรถทหารและรถถังตามท้องถนน รวมถึงอ้างให้เนรเทศตัว "ชาวต่างชาติที่สนับสนุนการทำลายข้าวของ" และ "จับตัวนักเขียนนักวิชาการ" ฝ่ายรัฐบาลมีการวางกำลังเพิ่มเติมโดยมีทั้งกำลังทหารและกำลังตำรวจรวม 1 พันกว่านาย และมีการใช้กระสุนจริงยิงปราบปรามผู้ชุมนุม

NACLA ยังระบุอีกว่า CAI ซึ่งเป็นหน่วยงานตำรวจในพื้นที่ที่เป็นเสมือนแหล่งที่เจ้าหน้าที่ใช้ ทารุณกรรม ข่มขืน และปฏิบัติมิชอบ ต่อประชาชนในหลายรูปแบบ กรณีการทุบตีทำร้ายและการช็อตด้วยไฟฟ้าในกรณีล่าสุดก็เป็นหนึ่งในตัวอย่างนี้ โดยมีการตั้งข้อสังเกตว่าเครื่องช็อตไฟฟ้าที่หน่วยงานตำรวจโคลอมเบียใช้มีมาตั้งแต่ปี 2555 และในช่วงปี 2561-2562 รัฐมนตรีด้านความมั่นคงของโคลอมเบียก็สั่งซื้อเครื่องช็อตไฟฟ้าเหล่านี้เพิ่มอย่างน้อย 1,000 ชุด จากบริษัทที่มีฐานการผลิตในสหรัฐฯ

องค์กรเทเซอร์อินเตอร์เนชันแนลผู้ผลิตเครื่องมือช็อตไฟฟ้าระบุว่าเครื่องมือเหล่านี้ตรวจจับ เลีบยแบบ และแทรกแซงสัญญาณระบบประสาทหรือคลื่นสมองที่ส่งผ่านระหว่างสมองและกล้ามเนื้อของบุคคล พวกเขาอ้างว่าหลังจากการหยุดใช้เครื่องมือแล้วการสื่อสารทางระบบประสาทระหว่างสมองกับกล้ามเนื้อจะกลับมาดำเนินต่อไปอีกครั้ง แต่ทว่ารายงานจากสถาบันกฎหมายการแพทย์แห่งชาติโคลอมเบียระบุว่าออร์โดเนซนั้นมีสภาพกระดูกแตกที่ใบหน้าและกะโหลกศรีษะ มีการบาดเจ็บหลายแห่งที่ซี่โครง ตับฉีดขาด และมีแผลไหม้จากการถูกช็อตด้วยไฟฟ้า

ความไม่พอใจจากการใช้ความรุนแรงของเจ้าหน้าที่ในสถานกักกัน CAI ทำให้คนรุ่นใหม่เผาสถานที่เหล่านี้ด้วยความเหลืออด ขณะที่ฝ่ายเจ้าหน้าที่ก็ใช้อาวุธยิงใส่ผู้ชุมนุมด้วยข้ออ้างทางกฎหมายที่อนุญาตให้พวกเขาใช้กำลังคุ้มครองสมาชิกตำรวจและสถานที่เหล่านี้ได้

เรียบเรียงจาก
Protests Against Police Brutality Spread in Colombia, NACLA, 14-09-2020

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์