ขู่ฆ่า! หัวหน้าพรรคสามัญชนหลังต้านเหมืองหินดงมะไฟ องค์กรสิทธิ์จี้ก.ยุติธรรมดูแลด่วน

ขู่ฆ่าหัวพรรคสามัญชนและนักปกป้องสิทธิต้านเหมืองหิน หลัง 4 รายถูกลอบสังหารไปก่อนหน้านี้  อดีต กสม.ชี้เป็นการกระทำที่อุกอาจ ผู้กระทำไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย หลากองค์กรสิทธิร้องกระทรวงยุติธรรมสร้างกลไกดูแลนักปกป้องสิทธิฯ ด่วน  จี้สตช. ผู้ว่าฯ และกอ.รมน. ประสานหน่วยงานเพื่อไม่ให้เกิดการสังหารนักปกป้องสิทธิอีก

เลิศศักดิ์ คำคงศักดิ์ หัวหน้าพรรคสามัญชน

เปิดไทม์ไลน์ข่มขู่สั่งเก็บหัวหน้าพรรคสามัญชน หลังหนุนกลุ่มค้านเหมืองหิน จ.หนองบัวลำภู

23 ก.ย. 2563 วันนี้ กลุ่มอนุรักษ์ป่าชุมชนเขาเหล่าใหญ่-ผาจันได รายงานว่า ที่ตำบลดงมะไฟ อำเภอสุวรรณคูหา จังหวัดหนองบัวลำภู ซึ่งเป็นพื้นที่ที่นักปกป้องสิทธิมนุษยชนกลุ่มอนุรักษ์ป่าชุมชน-เขาเหล่าใหญ่ผาจันได อ.สุวรรณคูหา จ.หนองบัวลำภู ได้จัดชุมนุมเพื่อปิดเหมืองหินในพื้นที่มากว่า 40 วันแล้ว โดยเมื่อวันที่ 4 ก.ย.2563 ที่ผ่านมาชาวบ้านกลุ่มอนุรักษ์ฯได้ดำเนินการเข้าทวงคืนพื้นที่เขตเหมืองแร่ เนื้อที่ 175 ไร่ เป็นเขตป่าชุมชนดังเดิมแล้ว แต่ทว่ายังเหลือพื้นที่ในเขตโรงโม่หินอีก 50 ไร่ ที่ชาวบ้านกลุ่มอนุรักษ์ฯจะเข้ายึดคืนพื้นที่โรงโม่หินให้กลับคืนมาอีกครั้ง ในวันที่ 25 ก.ย.2563 หนึ่งวันหลังจากอายุใบอนุญาตประทานบัตรทำเหมืองสิ้นสุดลงและทำให้ใบอนุญาตโรงโม่หินสิ้นสุดอายุลงตามไปด้วย

แต่สถานการณ์ในพื้นที่ตอนนี้ เป็นสถานการณ์ที่ชาวบ้านกลุ่มอนุรักษ์ฯ และองค์กรสิทธิฯที่สนับสนุนต้องเผชิญกับสภาวะความเสี่ยงที่อาจนำไปสู่ความรุนแรงอีกครั้ง ด้วยลักษณะ กระบวนการ วิธีการ และรูปแบบเดิม จากการข่มขู่คุกคามสู่การชี้เป้าให้มีการลอบสังหารไปหน่วยงานภาคประชาสังคมและสิทธิมนุษยชน ที่ช่วยหนุนชาวบ้านกลุ่มอนุรักษ์ฯคัดค้านเหมืองหินปูนอย่าง เลิศศักดิ์ คำคงศักดิ์ หัวหน้าพรรคสามัญชนและเครือข่ายประชาชนผู้เป็นเจ้าของแร่ซึ่งเป็นที่ปรึกษากลุ่ม เพื่อทำให้กระบวนการเคลื่อนไหวคัดค้านสะดุดหยุดลงให้ได้ในที่สุด โดยมีการคาดการณ์ว่า คนที่อยู่เบื้องหลังความรุนแรงที่เกิดขึ้นอาจจะเป็นกลุ่มคนเดียวกันกับเมื่อปี 2538 และปี 2542 ที่ลอบสังหารนักต่อสู้ชาวบ้านดงมะไฟมาแล้วถึง 4 ศพ และอาจจะเกี่ยวข้องกับหน่วยงานความมั่นคงของรัฐ

อังคณา นีละไพจิตร อดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนกล่าวว่า กรณีของเลิศศักดิ์นั้นถือเป็นการกระทำที่อุกอาจมาก ซึ่งแสดงให้เห็นว่าผู้กระทำการคุกคามไม่ได้มีความเกรงกลัวต่อกฎหมาย เลิศศักดิ์ ถือเป็นนักปกป้องสิทธิมนุษยชนที่ทำงานมายาวนาน และได้รับความไว้เนื้อเชื่อใจจากประชาชนอย่างมาก กรณีเหมืองหินดงมะไฟเราก็คงทราบกันแล้วว่ามีการขัดกันของผลประโยชน์มานาน ระหว่างชาวบ้านกับผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่น และเมื่อชาวบ้านลุกขึ้นมาต่อสู้เพื่อปกป้องสิทธิชุมชน ปกป้องทรัพยากร และต่อต้านการทำเหมืองหิน ทำให้แกนนำชาวบ้าน 4 คนถูกลอบสังหารจนเสียชีวิตโดยที่จนปัจจุบันเจ้าหน้าที่รัฐหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่สามารถนำคนผิดมาลงโทษได้

อดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนยังกล่าวอีกว่า ทั้งนี้เมื่อปีที่ผ่านมารัฐบาลได้ประกาศว่าจะให้ความสำคัญกับเรื่องธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน และมีแผนปฏิบัติการชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน 2562 -2565 ซึ่งลำดับความสำคัญของแผน สี่ประการ รวมถึงเรื่องสิทธิชุมชน ที่ดิน ทรัพยากร และสิ่งแวดล้อม รวมถึงการคุ้มครองนักปกป้องสิทธิมนุษยชน ซึ่งนายเลิศศักดิ์ถือเป็นนักปกป้องสิทธิมนุษยชนที่ให้การสนับสนุนชาวบ้านในการปกป้องสิทธิชุมชน การคุกคามที่เกิดขึ้นจึงเป็นการคุกคามที่ไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อคุกคามนายเลิศศักดิ์คนเดียว แต่ยังทำให้ชาวบ้านชุมชนบ้านดงมะไฟทั้งหมดเกิดความหวาดกลัวไปด้วย

 


ชาวบ้านกลุ่มอนุรักษ์เขาเหล่าใหญ่ผาจันได

อังคณากล่าวอีกว่า น่าแปลกใจมากที่ขณะที่รัฐบาลประกาศให้เรื่องธุรกิจกับสิทธิมนุษยชนเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาล แต่กลับไม่มีหน่วยงานที่รับผิดชอบที่จะเข้ามาสังเกตการณ์การปกป้องสิทธิชุมชน รวมถึงสิทธิของประชาชนท้องถิ่น หรือเข้ามาให้ความคุ้มครองนักปกป้องสิทธิมนุษยชนที่กำลังถูกข่มขู่คุกคามอย่างหนัก ทั้ง ๆ ที่มีการนำเสนอเรื่องนี้ในสื่อมวลชนหรือสื่อโซเชี่ยลมีเดียอย่างกว้างขวาง และเป็นที่น่าเสียใจอย่างยิ่งที่จนปัจจุบันกรมคุ้มครองสิทธิเสรีภาพและสถาบันสิทธิมนุษยชน เช่น กรรมการสิทธิมนุษยชนชาติ ไม่ได้ดำเนินการใดตามอำนาจหน้าที่เพื่อคุ้มครอง และแสดงความห่วงใยในเรื่องการคุกคามนักปกป้องสิทธิมนุษยชนที่เกิดขึ้น

“ดังนั้นข้อเสนอเบื้องต้นคือหน่วยงานที่รับผิดชอบเรื่องธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงยุติธรรม และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ต้องรีบเร่งในการประสานงานกับหน่วยงาน และเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่เพื่อให้ความคุ้มครองเลิศศักดิ์และประชาชนที่ออกมาคัดค้านและแสดงเจตจำนงที่จะปกป้องทรัพยากรจากการทำเหมืองหินในทันที ในระยะต่อไปต้องมีสืบสวนสิบสวนและการนำตัวผู้ที่กระทำการคุกคามประชาชนมาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เพราะกรณีนี้ถือว่าเป็นการท้าทายกระบวนการยุติธรรมอย่างยิ่ง อีกทั้งชาวบ้านเองก็รู้ว่าใครเป็นผู้กระทำการคุกคามนายเลิศศักดิ์ ทั้งนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องให้ความคุ้มครองกับนายเลิศศักดิ์ และชาวบ้านทุกคนที่ให้การในฐานะพยาน” อดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนกล่าว

ขณะที่ สุภาภรณ์ มาลัยลอย ผู้จัดการมูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม(EnLAW) กล่าวว่า ที่ผ่านมีนักปกป้องสิทธิมนุษยชนที่ลุกขึ้นมาต่อสู้เพื่อปกป้องสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรในพื้นที่ของตนเองถูกข่มขู่คุกคามในลักษณะนี้ ซึ่งกลไกของกระบวนการยุติธรรมทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ไม่เคยสร้างความมั่นใจให้กับผู้ที่ลุกขึ้นมาต่อสู้เพื่อปกป้องสิทธิด้านสิ่งแวดล้อมเลย  นักปกป้องสิทธิต้องหามาตรการวิธีหรือกระบวนการในการปกป้องตนเองมาตลอดทั้ง ๆ ที่การต่อสู้เรื่องนี้เป็นการกระทำที่ทำเพื่อผลประโยชน์สาธารณะดังนั้นมันควรมีกลไกของรัฐบาลที่จะมาดูแลเรื่องความปลอดภัย โดยเฉพาะเรื่องที่มีความเสี่ยงถึงชีวิต

“กรณีแบบนี้เกิดขึ้นเยอะแล้วและเมื่อถึงขึ้นเสียชีวิตแล้วก็ไม่สามารถนำผู้กระทำผิดมาลงโทษได้ หรือมาตรการคุ้มครองพยานก็จะเกิดขึ้นเมื่อนักปกป้องสิทธิหรือชาวบ้านเกิดเหตุคุกคามแล้ว แต่คนที่ลุกขึ้นมาต่อสู้แล้วมีความเสี่ยงเช่นกรณีของคุณเลิศศักดิ์หรือชาวบ้านอีกหลายๆ คน กลับไม่มีกระบวนการในการคุ้มครองหรือดูแลจากการกระทรวงยุติธรรมหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นรูปธรรม มันจึงควรเป็นบทเรียนให้กระทรวงยุติธรรมสร้างกลไก ที่จะดูแลชาวบ้าน นักปกป้องสิทธิมนุษยชน เช่นถ้าเขามีความเสี่ยงเขาจะต้องไปที่ไหน และมีกลไกอะไรที่จะมาปกป้องชีวิตของเขา เรื่องนี้จะต้องคุยอย่างจริงจังและสร้างกลไกขึ้นมาอย่างชัด” ผู้จัดการมูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม(EnLAW)ระบุ

ขณะที่องค์กร Protection International ซึ่งทำงานคุ้มครองและดูแลนักปกป้องสิทธิระบุข้อ เรียกร้องให้ทางการไทยและคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติดูแลความปลอดภัยและการคุ้มครองนายเลิศศักดิ์ คำคงศักดิ์และเจ้าหน้าที่คนอื่น ๆ ของโครงการรณรงค์เพื่อนโยบายสาธารณะด้านทรัพยากรแร่ (PPM) รวมทั้งผู้หญิงและผู้ชายนักปกป้องสิทธิมนุษยชนในเขตดงมะไฟ ที่ต่อสู้อยู่เพื่อปกป้องชุมชนและสิ่งแวดล้อม

Protection International ระบุเพิ่มเติมอีกว่า ทางการไทยโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงยุติธรรม กอ. รมน. และผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภูต้องดูแลให้หน่วยงานทั้งฝ่ายปกครองและฝ่ายความมั่นคงใช้อำนาจสูงสุดในการให้ความปลอดภัยและคุ้มครองกลุ่มอนุรักษ์ป่าชุมชนเขาเหล่าใหญ่ ผาจันได และนายเลิสศักดิ์ คำคงศักดิ์ระหว่างการทำกิจกรรมชุมนุมเพื่อปิดเหมือง เนื่องจากเป็นการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญและต้องสามารถทำได้โดยไม่ต้องกลัวการตอบโต้

Protection International ยังเรียกร้องให้โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP) UNOHCHR สำนักและคณะทำงานของสหประชาชาติด้านธุรกิจและสิทธิมนุษยชน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งหมดดำเนินการเร่งด่วนและเป็นรูปธรรมเพื่อให้รัฐบาลไทยและหน่วยงานต่างๆ ปกป้องเลิศศักดิ์ คำคงศักดิ์ในขณะที่ยังสามารถปกป้องชีวิตของนักปกป้องสิทธิที่ยังไม่ถูกสังหารได้อยู่ ซึ่งต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วนที่สุด และในระยะยาวหน่วยงานเหล่านี้จะต้องใช้ทรัพยากรของตนเพื่อให้แน่ใจว่ารัฐบาลไทยและองค์กรที่เกี่ยวข้องทั้งหมดยุติการปฏิบัติที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการฆ่าการข่มขู่และการคุกคามโดยทันที

“เราขอเรียกร้องให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่ายเสริมสร้างวิธีการทำงานและพัฒนากลยุทธ์เชิงรุกมากขึ้นเพื่อเข้าถึงนักปกป้องสิทธิมนุษยชนที่ต้องการความคุ้มครอง นักการทูตและหน่วยงานของสหประชาชาติควรเรียกร้องต่อหน่วยงานรัฐให้ดำเนินการเมื่อนักปกป้องสิทธิมนุษยชนตกอยู่ในความเสี่ยงหรือกำลังจะถูกสังหาร” Protection International  ระบุ

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่าได้พยามยามโทรศัพท์เพื่อสอบถามกับประกายรัตน์ ต้นธีรวงศ์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ในฐานะประธานคณะทำงานขับเคลื่อนธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน ถึงแนวทางการดำเนินการของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนในกรณีที่เกิดข้นนี้แต่ยังไม่สามารถติดต่อกับนางประกายรัตน์ได้ ในขณะเดียวกันโลกออกไลน์ได้ร่วมกันติดแฮชแท็ก #SaveLertsak และแฮชแท็ก #หยุดเหมืองหินดงมะไฟ

หมายเหตุ : ประชาไทได้ปรับแก้ข้อมูลเพิ่มเติมเมื่อเวลา 11.13 น. วันที่ 24 ก.ย.2563 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

พื้นที่ประชาสัมพันธ์