'เพื่อไทย' ย้ำ รธน.60 คือผลพวงรัฐประหาร ผ่านประชามติที่ไม่แฟร์ - 'ก้าวไกล' ตัดมือ ส.ว. เสนอ ยกเลิก ม.272  

สมพงษ์ เพื่อไทย ย้ำ รธน.60 คือผลพวงรัฐประหาร ผ่านประชามติที่ไม่แฟร์ เลขาฯเพื่อไทย ขอ ส.ว.84 เสียง หนุนแก้ช่วยชักฟืนออกจากไฟความขัดแย้ง 'ก้าวไกล' อภิปรายตัดมือ ส.ว. เสนอ ยกเลิก ม.272  

 

24 ก.ย.2563 ในการอภิปรายในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา เพื่อพิจารณาญัตติร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. .... วานนี้ (23 ก.ย.63) นั้น 

สมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร อภิปรายว่า รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย 2560 นั้นได้จัดทำขึ้นโดยผลพวงจากการรัฐประหาร เมื่อวันที่ 22 พ.ค. 2557 ภายใต้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินและสถานการณ์บ้านเมืองที่ไม่เป็นประชาธิปไตย กรอบความคิดต่างๆ ในรัฐธรรมนูญจึงมาจากกลุ่มคนเพียงไม่กี่คนที่มากำหนดกติกาเพื่อปกครองคนทั้งประเทศ เนื้อหาในรัฐธรรมนูญจึงผิดเพี้ยนพิกลพิการและไม่มีความเป็นประชาธิปไตย ดังที่ทราบอยู่

สมพงษ์ อภิปรายต่อว่า แม้รัฐธรรมนูญฉบับนี้มักจะถูกฝ่ายที่ได้ประโยชน์จากรัฐธรรมนูญอ้างว่าได้ผ่านการลงประชามติจากประชาชนแล้วก็ตาม แต่เป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปว่ากฎหมายการลงประชามติในครั้งนั้นได้ตราขึ้นโดยสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ซึ่งมีที่มาจากการแต่งตั้งของ คสช. กำหนดเงื่อนไขและกลไกภาครัฐเพื่อให้มีการรับร่างรัฐธรรมนูญอยู่ฝ่ายเดียว ห้ามมิให้มีการคัดค้านแสดงความคิดเห็นที่จะไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ มีการดำเนินคดีผู้ที่ไม่เห็นด้วยไปจำนวนมาก จึงเป็นประชามติที่บิดเบี้ยว มีคำถามพ่วงที่สอดแทรกเข้ามา เพื่อนำไปสู่การเขียนบทเฉพาะกาลเพื่อการสืบทอดอำนาจ

"ท่านประธานที่เคารพ พรรคเพื่อไทยนั้นได้คัดค้านและไม่เห็นด้วยกับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ตั้งแต่เมื่อยกร่างโดยคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญแล้ว เพราะเห็นถึงแนวคิดของ คสช.ที่ส่งผ่านไปยังคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญว่าสิ่งที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญนั้นคือการถอยหลังประเทศ ถอยหลังประชาธิปไตย และจะต้องมีปัญหาอย่างแน่นอน” ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร อภิปราย

เลขาฯเพื่อไทย ขอ ส.ว.84 เสียง หนุนแก้ช่วยชักฟืนออกจากไฟความขัดแย้ง

อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า รัฐธรรมนูญ 2560 เกิดจากแนวคิดของผู้ที่ไปยึดอำนาจมาจากประชาชน หรือเรียกง่ายๆว่า คสช. ไปแต่งตั้งคนของตัวเองขึ้นมาเขียนกติกาเพื่อสืบทอดอำนาจ ซึ่งไม่ได้เป็นการกระทำเพื่อส่วนร่วม และไม่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะแต่อย่างใด รวมทั้งมีการบัญญัติหลักเกณฑ์ตรงข้ามกับหลักนิติธรรมสากล และสร้างกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ยากเย็นแสนเข็ญ ซึ่งผลที่ตามมาจึงพาประชาชนไปสู่ความขัดแย้ง และความทุกข์ยากอย่างแสนสาหัสแบบที่เกิดขึ้นในทุกวันนี้ รัฐธรรมนูญฉบับนี้จึงเป็นส่วนหนึ่งของต้นตอปัญหาของประเทศ สิ่งที่ทุกฝ่ายควรร่วมกันทำคือต้องรีบยุติปัญหาโดยเร็วที่สุด โดยการคืนอำนาจให้ประชาชน กลับไปเขียนกติกาของตัวเอง ซึ่งเป็นการตอบสนองการเรียกร้องของประชาชนทั้ง 3 ข้อ คือ หยุดคุกคามประชาชน ร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน และยุบสภาคืนอำนาจให้ประชาชน

ทั้งนี้ ขอเรียกร้องไปยังทุกฝ่าย โดยเฉพาะ ส.ว. ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการนำพาประเทศออกจากวังวนแห่งความขัดแย้งในครั้งนี้ โดย ส.ส.ฝ่ายค้าน และ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล เสนอญัตติที่มีหลักการตรงกัน คือ การแก้ไขมาตรา 256 เพื่อตั้ง ส.ส.ร. จึงขอเพียงเสียงสนับสนุนจาก ส.ว. 84 เสียง ก็จะทำให้ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมฉบับนี้ผ่านในวาระแรก เท่ากับช่วยกันชักฟืนออกจากกองไฟแห่งความขัดแย้ง ประเทศของเราก็จะเดินหน้าต่อไปได้

ก้าวไกล ย้ำ ยกเลิก ม.272 

ญาณธิชา บัวเผื่อน ส.ส. เขต 3 จังหวัดจันทบุรี พรรคก้าวไกล อภิปรายญัติร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 272 สาระสำคัญคือการตัดอำนาจสมาชิกวุฒิสภาในการร่วมเลือกนายกรัฐมนตรี โดนระบุว่า จากคำพูดของนักการเมืองท่านหนึ่งที่บอกว่า “รัฐธรรมนูญฉบับนี้ออกแบบมาเพื่อพวกเรา” เมื่อวันที่ 18 พ.ย.61 ตนขอตั้งข้อสังเกต คำว่า “พวกเรา” หมายถึงใครบ้าง แต่ที่แน่ๆ ไม่น่าจะนับประชาชนรวมอยู่ด้วย 

“มาตรา 272 ของรัฐธรรมนูญ 60 ที่ร่างขึ้นโดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีอยู่กลุ่มหนึ่ง ได้เสียงในสภามาก่อนการเลือกตั้งมากถึง 250 เสียง เพื่อรอโหวตนายกรัฐมนตรี นั่นก็คือ  ส.ว. ซึ่งหมดล้วนมาจากกรรมการสรรหาที่ถูกแต่งตั้งขึ้นโดย คสช. แถมสรรหาไปสรรหามา ก็ดันสรรหาตัวเองเข้าไปเป็น ส.ว. ด้วย เป็นการนำเอาคนของเผด็จการ 250 คน เข้ามายึดที่นั่งในรัฐสภาไว้ล่วงหน้า เป็นการลดทอนคุณค่าเสียงของประชาชนในการเลือกผู้แทนของตนเอง ลดทอนโอกาสที่ประเทศจะได้รัฐบาลที่มาจากเจตจำนงค์ที่แท้จริงของประชาชน โดยในช่วงก่อนที่จะมีการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี มีการกล่าวว่า ส.ว. แต่ละท่านมีวิจารณญาณของตนเอง ไม่ได้อยู่ใต้อาณัติของเผด็จการที่ชื่อว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่มีทางที่ 250 เสียง จะโหวตเลือก พล.อ.ประยุทธ์ ให้สืบทอดอำนาจโดยพร้อมเพรียงกันได้ มีวัยวุฒิและวุฒิภาวะ ผ่านร้อนผ่านหนาวรู้ดีรู้ชั่ว อย่างน้อยก็ต้องมีงดออกเสียงอยู่จำนวนหนึ่ง แต่แล้วผลการโหวตเมื่อวันที่ 5 มิ.ย.62 ก็ประจักษ์ชัดเจน ว่า ส.ว. ทั้งสิ้น 249 คน โหวตเลือก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมตรี เพื่อสืบทอดอำนาจเผด็จการ โดยไม่แตกแถว สมฉายา ‘สภาทหารเกณฑ์ที่ซื่อสัตย์ต่อมูลนาย’ ส่วน 1 เสียงที่งดออกเสียง เป็นเพราะ ต้องทำตามมารยาทในหน้าที่เป็นประธานในที่ประชุมเท่านั้นเอง เหตุการณ์นี้จึงยืนยันได้อย่างชัดเจนว่า ส.ว. ทั้ง 250 คน ไม่ได้ยึดโยงกับประชาชน แต่เป็นเพียงไพร่พล ที่คอยรับใช้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เท่านั้น”

ญาณธิชา กล่าวต่อไปว่า  วาทกรรม ‘เผด็จการรัฐสภา’ ที่เคยใช้กันยืนยันว่าเป็นของปลอม เพราะคือเสียงข้างมากในสภาที่ประชาชนเลือกมา แต่เหตุการณ์วันที่ 5 มิ.ย. 62 คือ เผด็จการรัฐสภาของจริง อันสืบเนื่องมาจาก มาตรา 272 ที่ทำให้ ส.ว. 250 คน ยกมือเป็นนั่งร้านให้การสืบทอดอำนาจเผด็จการอย่างพร้อมเพรียงกัน และถือเป็นจุดเริ่มต้นแห่งความหายนะ ประชาชนที่อยู่อาศัยในประเทศต้องตกอยู่ในสถานะเหมือนกับคนเช่าประเทศอยู่ เศรษฐกิจ ปากท้อง นับวัน มีแต่จะพังพินาศ ราคาผลผลิตตกต่ำ แรงงานชอกช้ำนับวันรอถูกเลิกจ้าง ยานยนต์ ส่งออก ท่องเที่ยว SMEs ตกต่ำถึงขีดสุด โดยรัฐบาลก็ไม่คิดจะดูแล ทำงานแบบขอไปทีไม่รู้ร้อนรู้หนาว ไม่สนใจว่าชีวิตของประชาชนจะเป็นอย่างไร

“แผนฟื้นฟูเศรษฐกิจจากโควิด 19 ได้วงเงินงบประมาณ 4 แสนล้าน กลับอนุมัติได้เพียง 4 หมื่นกว่าล้าน เบิกจ่ายได้แค่ 400 กว่าล้าน วงเงิน Soft Loan ตั้งไว้ 5 แสนล้าน อนุมัติช่วย SMEs ได้แค่แสนหนึ่งหมื่นกว่าล้านบาท ช่วยได้แค่ 7 หมื่นราย จากที่ตกค้าง 7 แสนกว่าราย  รวมไปถึงงบประมาณปี 64 ที่ล่าช้า เพราะความด้อยประสิทธิภาพของรัฐบาล”

นอกจากนี้ ญาณธิชา ยังได้ถามว่าจากผลที่เกิดขึ้น ส.ว.คิดจะรับผิดชอบอย่างไรหรือไม่ และหากเกิดเหตุการณ์ที่ประชาชนสามารถไล่ พล.อ.ประยุทธ์ ออกไปได้สำเร็จ จะยังกล้าที่จะใช้มาตรา 272 โหวตเลือกคนๆ นี้กลับมาเป็นนายกฯ อีกหรือไม่

“มาตรา 272 ยังมีกลไกชั่วร้ายซ่อนอยู่อีก นั่นก็คือ การเปิดทางให้คนนอกที่ไม่ได้ยึดโยงกับประชาชนเข้ามาเป็นนายกฯ โดยถ้าสมาชิกไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของทั้ง 2 สภา หรือ แค่ 375 เสียง ก็สามารถยื่นขอเสนอนายกคนนอกต่อรัฐสภาได้ แล้วก็ขอแค่ 500 เสียง ก็สามารถเปิดทางให้คนนอก มาเป็น ‘นายกห้าร้อย’ ได้ทันที นี่คืออีกกลไกสามานย์ ที่มาตรา 272 ทิ้งพิษร้ายเอาไว้ ให้กับประชาชน”

ญาณธิชา ยังได้กล่าวอภิปรายทิ้งท้ายว่า ขอเรียกร้องให้เหล่าวุฒิสภาที่เคยเลือก พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรี และบริหารประเทศจนประชาชนคนไทยในวันนี้ ไร้อนาคต หมดสิ้นซึ่งความหวัง และใช้กฎหมายปิดปากประชาชนเมื่อเห็นต่างจากรัฐบาล จงคิดไตร่ตรองตามวุฒิภาวะที่มี ฟังเสียงประชาชนเเละนักศึกษาต่อข้อเรียกร้องนอกรัฐสภา ในการร่วมลงมติตัดอำนาจของตัวพวกท่านเอง ด้วยการยกเลิกมาตรา 272 เพราะเป็นโอกาสสุดท้ายที่ประชาชนจะให้หรือ อโหสิกรรม เพื่อไม่ให้การตัดสินใจครั้งนี้ เป็นเงาดำตราบาปติดตัวไปชั่วชีวิต

เรียบเรียงจาก เฟซบุ๊กแฟนเพจพรรคเพื่อไทย และทีมสื่อพรรคก้าวไกล

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

พื้นที่ประชาสัมพันธ์