ประชาชนถูกติดตาม-ปีนรั้วบ้าน สกัดพบประยุทธ์ลงพื้นที่เชียงราย

25 ก.ย. 2563 ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนรายงานว่า ประชาชนอย่างน้อย 6 ราย ถูกเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงติดตามตัว ปีนรั้วบ้าน สกัดการเดินทาง ระหว่างนายกรัฐมนตรีลงพื้นที่ จ.เชียงราย

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีกำหนดการลงพื้นที่ตรวจราชการที่จังหวัดเชียงราย เพื่อเปิดการสัมมนาผู้บริหารโรงเรียนไทยรัฐวิทยา 111 โรงเรียน และชมนิทรรศการพร้อมรับทราบสถานการณ์การแก้ไขปัญหา “หมอกควันไฟป่า” ในวันที่ 24 ก.ย. 2563 และมีกำหนดเดินทางกลับภายในวันเดียวกันนั้น

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนเปิดเผยว่า ได้รับรายงานว่าระหว่างการเดินทางมาลงพื้นที่ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีประชาชนและนักกิจกรรมทางการเมืองในจังหวัดเชียงรายอย่างน้อย 6 ราย ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สันติบาล และ กอ.รมน. เข้าติดตามสอบถามความเคลื่อนไหวว่าจะเดินทางไปต้อนรับหรือขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ หรือไม่

ตำรวจนอกเครื่องแบบขับรถติดตาม มาเฝ้าที่บ้านตลอดทั้งวันจน พล.อ.ประยุทธ์ จะกลับ

กรณีแรก เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 23 ก.ย. 2563 เวลาประมาณ 10.00 น. สมสิน สอนดา หนึ่งในผู้ถูกกล่าวหาในคดี “ปิดสวิตซ์ ส.ว.”  ตาม พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบ 3 นาย ขับรถติดตามระหว่างที่เดินทางไปทำธุระส่วนตัว ตำรวจเข้ามาขอให้จอดรถเพื่อพูดคุยกันบริเวณหน้าตลาดในเมืองเชียงราย แต่สมสินระบุว่าตนเองมีธุระ จึงขอไปให้ถึงจุดหมายก่อน

เมื่อไปถึงจุดหมาย มีเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบ 3 นาย ลงมาจากรถที่ขับติดตาม โดยหนึ่งในเจ้าหน้าที่ระบุว่า ชื่อ “พ.ต.ท.สุนทร” จาก สภ.เชียงของ ท้องที่ตามทะเบียนบ้านของสมสิน เจ้าหน้าที่สอบถามว่า ในวันที่ 24 ก.ย. 2563 สมสินจะเดินทางไปขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่จะเดินทางมาลงพื้นที่หรือไม่ สมสินระบุว่ายังไม่แน่ใจ ตำรวจจึงขอร้องไม่ให้เดินทางไป และระบุอีกว่าวันพรุ่งนี้ เจ้าหน้าที่จะเข้าไปพบที่บ้านของสมสิน เพื่อดื่มกาแฟและพูดคุยด้วย ขอเขาอย่าเดินทางไปไหน

ต่อมาวันที่ 24 ก.ย. 2563 ตั้งแต่เวลา 09.00 น. พ.ต.ท.สุนทร เดินทางมาที่บ้านของสมสิน และนั่งดื่มกาแฟพูดคุยอยู่ที่บ้านตลอดทั้งวัน จนถึงเวลาประมาณ 13.40 น. จึงเดินทางกลับออกไป ระหว่างนั้นสมสินระบุว่าเป็นการพูดคุยเรื่องทั่วไป สอบถามความเป็นอยู่ และพูดคุยกันไปเรื่อยๆ จนเดินทางกลับไป

เจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานเข้าสอบถามข้อมูล

กรณีที่สอง ตั้งแต่วันที่ 23 ก.ย. 2563 เวลาประมาณ 13.00 น. จิตต์ศจีฐ์ นามวงค์ อดีตผู้ต้องหาคนอยากเลือกตั้ง CMU06 และหนึ่งในผู้ถูกกล่าวหาจากคดี “ปิดสวิตซ์ ส.ว.” เช่นกัน ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สันติบาล และ กอ.รมน. นอกเครื่องแบบ เดินทางไปพบที่ร้านเสริมสวยซึ่งเธอเปิดร้านอยู่ โดยทราบชื่อเจ้าหน้าที่ 2 นาย ได้แก่ ร.ต.อ.รุ่งโรจน์ พยาสม รองสารวัตรสืบสวน สภ.บ้านดู่ จ.เชียงราย และ ส.ต.อ.อุปถัมภ์ จาก สภ.บ้านดู่

เจ้าหน้าที่สอบถามความเป็นอยู่ของเธอว่าสบายดีหรือไม่ การเดินทางไปร่วมชุมนุมวันที่ 19 ก.ย. 2563 ที่กรุงเทพฯ เป็นอย่างไรบ้าง มีใครเดินทางไปกี่คน ไปด้วยรถอะไร ตำรวจระบุว่า กลุ่มของเจ้าหน้าที่ก็เดินทางไปทกรุงเทพฯ ในวันดังกล่าวด้วยเช่นกัน แต่ไม่พบกับจิตต์ศจีฐ์

เจ้าหน้าที่จึงสอบถามว่าวันที่ 24 ก.ย. 2563 ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะเดินทางมาลงพื้นที่ จ.เชียงราย จิตต์ศจีฐ์จะเดินทางไปต้อนรับด้วยหรือไม่ เธอแจ้งว่าเพิ่งเดินทางกลับมาจากกรุงเทพฯ ยังเหนื่อยล้าอยู่ คงไม่ได้ออกไป ทางเจ้าหน้าที่พยายามพูดคุยทั่วๆ ไปอยู่ราว 30 นาที ก่อนจะเดินทางกลับไป

ต่อมาเช้าวันที่ 24 ก.ย. 2563 เจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบเดินทางเข้ามาที่ร้านเสริมสวยของจิตต์ศจีฐ์อีก โดยระบุว่า เอาของมาฝากและสอบถามความเป็นอยู่ จิตต์ศจีฐ์คาดว่าเป็นการตรวจสอบว่าเธอจะเดินทางไปที่ไหนหรือไม่ในวันนี้

ชายฉกรรจ์ ใช้รถยนต์ไม่ติดทะเบียน เข้าถามข้อมูล เฝ้าบ้าน-ปีนรั้วบ้านถ่ายรูป

วันที่ 23 ก.ย. 2563 เวลาประมาณ 10.22 น. นรินนิราน์ แสงขาม หนึ่งในผู้ถูกกล่าวหาในคดีวิ่งไล่ลุง จ.เชียงราย ถูกชายนอกเครื่องแบบ 2 คน เดินทางมาที่บ้านพัก โดยใช้รถยนต์ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน อ้างว่าเป็นหน่วยสืบสวน แต่งกายด้วยเสื้อพื้นเมือง กางเกงขายาว รองเท้าผ้าใบ เข้ามาสอบถามข้อมูลของเธอ ขณะที่เจ้าตัวไม่อยู่บ้าน จึงได้พบกับแฟนของนรินนิราน์แทน

ชายทั้งสองสอบถามว่าใช่บ้านของนรินนิราน์หรือไม่ พร้อมระบุว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจสายสืบ แต่ไม่แสดงบัตรประจำตัวหรือเอกสารใดๆ ก่อนจะนำภาพของนรินนิราน์ที่ลักษณะคล้ายภาพถ่ายบัตรประชาชนให้ดูว่าเป็นบุคคลที่กำลังพูดถึง แฟนของนรินนิราน์สังเกตเห็นอีกว่า ระหว่างเปิดภาพดังกล่าว มีภาพของบุคคลอื่นๆ อีกหลายคน

จากนั้น ชายทั้งสองสอบถามว่านรินนิราน์อยู่บ้านไหม แฟนตอบว่าไม่อยู่ เจ้าหน้าที่ถามว่าไปไหน และพยายามขอเบอร์โทรติดต่อ โดยนรินนิราน์ระบุว่า ตำรวจเคยมีเบอร์โทรศัพท์ของตนเองอยู่แล้ว ไม่น่าจะต้องมาขออีกครั้งแบบนี้ เจ้าหน้าที่จึงพยายามถามต่อว่า นรินนิราน์จะเดินทางกลับบ้านกี่โมง พร้อมขอถ่ายรูปบ้าน กับรูปแฟนของนรินนิราน์ไว้ ก่อนจะเดินทางกลับไป

ภาพจากกล้องวงจรปิด เจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบพยายามปีนรั้วถ่ายรูปในบ้าน

ต่อมา วันที่ 24 ก.ย. 2563 ตั้งแต่ช่วงเช้าเวลาประมาณ 06.50 น. เจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบที่เดินทางมาสอบถามข้อมูลเมื่อวานนี้ เดินทางด้วยรถยนต์ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนคันเดิม มาจอดหน้าประตูบ้านของนรินนิราน์ จากนั้นลงจากรถมาปีนประตูรั้วบ้านเพื่อถ่ายภาพภายในบ้านและทะเบียนรถมอเตอร์ไซต์ที่จอดอยู่ โดยภาพจากกล้องวงจรปิด พบว่า เจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบรายดังกล่าว มาวนเวียนที่บ้านตลอดทั้งวัน รวมประมาณ 4 ครั้ง

ประมาณ 12.30 น. เมื่อนรินนิราน์เดินทางจะเข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ เพื่อยื่นหนังสือเรียกร้อง แต่พบเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบที่ร้านกาแฟห่างจากเทศบาล ต.แม่ยาว ประมาณ 2 กิโลเมตร โดยทราบว่าเป็นเจ้าหน้าที่หน่วยสืบสวนระดับหัวหน้าใน จ.เชียงราย จึงสอบถามกรณีถูกเจ้าหน้าที่ติดตามไปบ้านโดยไม่แสดงตัว ไม่แสดงหมายศาล และยังมีพฤติการณ์ปีนบ้านถ่ายรูปดังกล่าว ว่าเป็นเรื่องถูกต้องหรือไม่  ทางเจ้าหน้าที่หัวหน้าหน่วยสืบสวนยอมรับว่าที่ไปติดตามนรินนิราน์ เป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของตนเองจริง และที่ปฏิบัติตัวเช่นนั้น ก็ทำไปโดยไม่ถูกต้อง โดยจะตักเตือนผู้ใต้บังคับบัญชาต่อไป

ทหารเฝ้าหน้าร้าน จนท. สกัดกั้นถ่วงเวลา จนยื่นหนังสือเรียกร้องไม่สำเร็จ

อีกกรณีหนึ่ง ได้แก่ สราวุทธิ์ กุลมธุรพจน์ อดีตจำเลยคดีมาตรา 112 ที่ศาลจังหวัดเชียงรายพิพากษายกฟ้อง และ หนึ่งในผู้ต้องหา พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ จากคดี “ปิดสวิตซ์ ส.ว.” ตั้งแต่ช่วงเช้าวันที่ 24 ก.ย. 2563 เวลาประมาณ 09.00 น. ได้รับแจ้งว่าบริเวณหน้าร้านตัดแว่นของเขา มีเจ้าหน้าที่ทหารในเครื่องแบบ 2 นาย มายืนอยู่ลักษณะคล้ายการเฝ้าติดตามร้านของเขาไว้ คาดว่าสาเหตุมาจากการที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีนัดหมายกำหนดการลงพื้นที่ใน จ.เชียงราย

ต่อมาเวลาประมาณ 12.00 น. สราวุทธิ์และกฤตตฤณ สุขบริบูรณ์ ในนามกลุ่ม “Chiangrai No เผด็จการ” เตรียมจะเดินทางเข้ายื่นหนังสือ 3 ข้อเรียกร้องของ “ประชาชนปลดแอก” ให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้แก่ 1. หยุดคุกคามประชาชน 2. ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ รวมถึงยกเลิก ส.ว. 250 คน 3. เรียกร้องให้พล.อ.ประยุทธ์ ลาออกจากตำแหน่ง ระหว่างการลงพื้นที่ในเทศบาล ต.แม่ยาว

กลุ่ม Chiangrai No เผด็จการ เดินทางไปยังร้านกาแฟที่ห่างจากเทศบาลราว 2 กิโลเมตร แต่กลับมีเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบเข้ามาสอบถามว่าจะทำกิจกรรมอะไร และโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่เข้ามาพบกับทั้งสองคน โดยมีทั้งเจ้าหน้าที่ในและนอกเครื่องแบบเดินทางเข้ามาพูดคุย ต่อรองไม่ให้เดินทางไปยังเทศบาล แต่ให้ยื่นหนังสือร้องเรียนดังกล่าวกับเจ้าหน้าที่แทน และห้ามไม่ให้ใช้รถยนต์ส่วนตัวเข้าไปยังพื้นที่ดังกล่าว

กลุ่ม Chiangrai No เผด็จการ จึงตัดสินใจเดินเท้าไปยังเทศบาลตำบลแม่ยาว ระยะทางราว 2 กิโลเมตร โดยมีเจ้าหน้าที่หลายฝ่ายคอยเดินตามล้อมรอบ ไม่น้อยกว่า 15 นาย และพยายามจะหยุดยั้งการเดินเท้าเป็นระยะ เพื่อตรวจสอบป้ายข้อความ หนังสือร้องเรียน และการใช้เครื่องขยายเสียง ระหว่างการเดินทางเจ้าหน้าที่ห้ามไม่ให้ใช้เครื่องเสียง และยึดเครื่องเสียงของทางกลุ่มไว้ด้วย

หลังการเดินเท้าราว 1 ชั่วโมง อีกราว 500 เมตร จะถึงเทศบาล ต.แม่ยาว ทั้งสองคนเห็นว่าขบวนรถของพล.อ.ประยุทธ์ เดินทางออกจากเทศบาลไปยังสนามบินแล้ว ทำให้ไม่สามารถยื่นหนังสือเรียกร้องได้สำเร็จ

ทั้งนี้ ปรากฎการณ์การข่มขู่คุกคามประชาชนเช่นนี้ เป็นปฏิบัติการที่ถูกใช้มาอย่างเข้มข้นนับตั้งแต่มีการรัฐประหารปี 2557 ขณะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ลงพื้นที่จังหวัดต่างๆ ก็มักมีการติดตามสอดส่อง เฝ้าระวัง หรือสกัดกั้นการเคลื่อนไหวของประชาชนที่อาจมาแสดงออกคัดค้าน ปฏิบัติการเช่นนี้ยังคงอยู่ แม้จะมีการเลือกตั้งแล้วก็ตาม

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์