เดินเท้า-ปักหมุด-ยึดเหมืองและโรงโม่หินดงมะไฟเป็นผลสำเร็จ

กลุ่มอนุรักษ์ป่าชุมชนเขาเหล่าใหญ่-ผาจันไดประกาศชัยชนะปักหมุด-ยึดโรงโม่หินที่ใบประทานบัตรเหมืองหินหมดอายุได้สำเร็จ ไร้ความรุนแรง ก่อนหน้านี้เพิ่งยึดคืนพื้นที่เหมือง พร้อมหว่านเมล็ดพันธุ์พืช-ดอกไม้ หวังเปลี่ยนอดีตเหมืองหินพลิกฟื้นป่าชุมชน 225 ไร่ เตรียมนำกล้าไม้ยืนต้นมาปลูกเต็มพื้นที่ พร้อมร่วมใส่หน้ากาก 'เลิศศักดิ์' ยืนเคียงข้างไม่จำนนต่อคำขู่ฆ่า

กลุ่มอนุรักษ์ป่าชุมชนเขาเหล่าใหญ่-ผาจันใด แจ้งข่าวว่าเมื่อวันที่ 25 ก.ย. 63 ที่ ต.ดงมะไฟ อ.สุวรรณคูหา จังหวัดหนองบัวลำภู นักปกป้องสิทธิมนุษยชน ร่วมกับกลุ่มอนุรักษ์ป่าชุมชนเขาเหล่าใหญ่- ผาจันได ร่วมกันเดินเท้าเข้าทวงคืนพื้นที่โรงโม่หินจากบริษัทเอกชนเนื่องจากใบประทานบัตรเหมืองหินหมดอายุแล้วเมื่อวันที่ 24 ก.ย.ที่ผ่านมา พร้อมทั้งจัดงาน 26 ปีการต่อสู้สู่ชัยชนะ เปลี่ยนโรงโม่หินเป็นป่าชุมชน หยุดเหมืองหินถาวร

ชาวบ้านดงมะไฟและนักปกป้องสิทธิฯ ตั้งขบวนเดินเท้ายึดโรงโม่หินที่ใบประทานบัตรหมดอายุ (ที่มา: เอื้อเฟื้อภาพจาก Protection International)

โดยมีการตั้งขบวนนักปกป้องสิทธิฯ พร้อมเครื่องบายศรีและขอขมาภูผาป่าไม้ กิจกรรมหว่านเมล็ดพันธุ์และปลูกต้นกล้าฟื้นฟูภูผาป่าไม้ในเขตโรงโม่ กิจกรรมพูดเพื่อเสรีภาพ โดยนางหลง ชินแสง ตัวแทนชาวบ้าน กล่าวว่า วันนี้เป็นชัยชนะจาก 26 ปีที่พวกเรารอคอยและได้สู้ด้วยกันมาทั้งเหนื่อยทั้งสนุก บุกน้ำข้ามทะเลมาด้วยกัน พวกเราควรจะภูมิใจในประวัติศาสตร์ของเรา และจากนี้ไปเราจะมาช่วยกันหว่านพันธุ์พืชแห่งชัยชนะของเราให้เต็มหินดินทราย เพื่อเปลี่ยนพื้นหินให้เป็นต้นไม้ดอกไม้ที่เขียวขจีสวยงาม ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวของพวกเรา

อ่านคำประกาศ 26 ปี 'เปลี่ยนโรงโม่หินเป็นป่าชุมชน'

หลังจากหว่านเมล็ดพันธ์เสร็จเรียบร้อยแล้ว น.ส.วิลัย อนุเวช ตัวแทนกลุ่มอนุรักษ์ป่าชุมชนเขาเหล่าใหญ่-ผาจันไดได้ขึ้นอ่านคำประกาศ 26 ปี การต่อสู้ สู่ชัยชนะ ‘เปลี่ยนโรงโม่หินเป็นป่าชุมชน หยุดเหมืองหินถาวร’โดยมีใจความสำคัญในประกาศว่า วันนี้เราได้มายึดโรงโม่หิน  ต่อจากการยึดเหมืองหินเมื่อวันที่ 3 กันยายนที่ผ่านมา เพื่อจะเปลี่ยนเหมืองหินและโรงโม่ให้เป็นสวนดอกไม้และป่าชุมชน  เราจะหว่านเมล็ดพันธุ์พืช ดอกไม้ และจัดสวนดอกไม้เอาไว้ที่นี่ในวันนี้ ต่อเมื่อฤดูฝนหน้าเราจะนำกล้าไม้ยืนต้นมาปลูกให้เต็มทั่วพื้นที่ 225 ไร่ ที่เคยเป็นเหมืองหินและโรงโม่

จึงขอเชิญพี่น้องจากท้องถิ่นอื่นที่เดินทางมาไกล เพื่อมาร่วมสร้างขวัญและกำลังใจแก่เราเอาไว้ล่วงหน้า ให้มาร่วมปลูกต้นไม้ด้วยกันเมื่อฤดูฝนหน้ามาเยือน

ตัวแทนกลุ่มอนุรักษ์ป่าชุมชนเขาเหล่าใหญ่-ผาจันได อ่านแถลงการณ์เพิ่มเติมว่า เราได้วางแผนระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว ด้วยความใฝ่ฝันอันแรงกล้าเอาไว้แล้ว  ต่อให้ใช้เวลาอีกสิบปี  ความมุ่งมั่นของเราจะไม่มีวันเสื่อมคลาย เพื่อจะเปลี่ยนดงมะไฟให้เป็นดินแดนที่สวยงามและสงบสุข  ต้อนรับทุกผู้คนที่มาเยือนและขอให้หน่วยงานรัฐและราชการจงตระหนักให้ถ่องแท้ว่าพื้นที่นี้ได้สิ้นสภาพการครอบครองสำหรับการทำโรงโม่หินแล้วเมื่อวันที่ 24 กันยายนที่ผ่านมา  อย่าได้บิดเบือนข้อกฎหมายใด ๆ เพื่อจะรับใช้นายทุนเหมืองที่มีส่วนเกี่ยวข้องต่อฆาตกรรม 4 ศพ นักสู้ดงมะไฟ  อีกต่อไป

น.ส.วิลัย ระบุในแถลงการณ์อีกว่า เพราะนอกจากเราจะเข้ายึดเหมืองหินและโรงโม่เพื่อเปลี่ยนให้เป็นป่าชุมชนแล้ว เราจะดำเนินการเอาผิดอย่างถึงที่สุดต่อข้าราชการและหน่วยงานที่คอร์รัปชั่น  รู้เห็นเป็นใจ  ใช้เอกสารเท็จ  เพื่ออนุมัติ/อนุญาตให้นายทุนเหมืองได้ใบอนุญาตใช้พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าเก่ากลอยและป่านากลาง เพื่อทำเหมืองหิน ใบประทานบัตรทำเหมืองหิน ใบอนุญาตใช้พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าเก่ากลอยและป่านากลาง เพื่อปลูกสร้างโรงโม่หิน  และใบอนุญาตปลูกสร้างโรงโม่หิน  เมื่อสิบปีที่ผ่านมา และนับตั้งแต่วันนี้  เราจะเปิดโอกาสและอำนวยความสะดวกในการขนย้ายเครื่องจักรอุปกรณ์  ยานพาหนะ  สิ่งปลูกสร้าง  และวัสดุสิ่งของต่าง ๆ ให้ออกไปจากพื้นที่นี้โดยเร็ว เพราะเราไม่ต้องการครอบครองทรัพย์สินในการทำเหมืองหินและโรงโม่ใดๆ ทั้งสิ้น

ไม่หวั่นคำขู่ จะไม่หยุดฝันเปลี่ยนเหมืองหินเป็นป่าชุมชน

ในแถลงการณ์ยังระบุว่า "ต่อกรณีการข่มขู่คุกคามถึงขั้นจะลงมือสังหารหัวหน้าพรรคสามัญชนหรือใครอื่นก็ตาม ที่มาร่วมกับเราในการยึดเหมืองหินและโรงโม่ เพื่อหวังว่าการสังหารหัวหน้าพรรคสามัญชนจะทำให้การยึดเหมืองหินและโรงโม่ต้องยุติลงนั้น ขอแจ้งให้นายทุนเหมืองและข้าราชการและหน่วยงานที่รู้เห็นเป็นใจ  และถึงขั้นร่วมมือในการก่อความรุนแรงในครั้งนี้ได้รับรู้ไว้ว่า  กระสุนปืนของพวกคุณยิงได้แค่ระบายแค้น  แต่ไม่สามารถยิงเพื่อหยุดขบวนการเปลี่ยนเหมืองหินและโรงโม่ให้เป็นเขตป่าชุมชนได้ เราจะไม่มีวันหยุดฝัน  และพวกคุณไม่มีวันทำลายความฝันของเราลงได้ ต่อให้พยายามกลบฝังเราให้จมลงไปในเนื้อดินและกองหิน  แต่พวกคุณหารู้ไม่ว่าเราคือเมล็ดพันธุ์  ที่เสียดยอดออกมาจากเนื้อดินและกองหินได้เสมอ  ซึ่งแรงบันดาลใจและความมุ่งมั่นของเราเอ่อล้นเสียจนมองเห็นดงมะไฟที่สวยงามและสงบสุขอยู่เบื้องหน้าในไม่ช้านี้ให้เหมืองหินและโรงโม่จบที่รุ่นเรา” ตัวแทนกลุ่มอนุรักษ์ป่าชุมชนเขาเหล่าใหญ่-ผาจันได อ่านแถลงการณ์

ปักหมุด-บายศรี 'ป่าชุมชน' 225 ไร่ สวมหน้ากาก 'เลิศศักดิ์' ปกป้องนักต่อสู้

ร่วมกันปักหมุด ‘ป่าชุมชน’ และขอขมาพระแม่ธรณี (ที่มา: เอื้อเฟื้อภาพจาก Protection International)

ชาวบ้านร่วมกันแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ด้วยการโอบรอบกองหินที่เกิดจากการระเบิดเหมือง (ที่มา: เอื้อเฟื้อภาพจาก Protection International)

สวมหน้ากาก 'เลิศศักดิ์ คำคงศักดิ์' หัวหน้าพรรคสามัญชนและผู้ประสานงานเครือข่ายประชาชนผู้เป็นเจ้าของแร่ หลังถูกขู่ฆ่าเพราะร่วมรณรงค์ปิดเหมืองดงมะไฟ (ที่มา: เอื้อเฟื้อภาพจาก Protection International)

ภายหลังอ่านแถลงการณ์เสร็จสิ้น ชาวบ้านจากกลุ่มอนุรักษ์ป่าชุมชนเขาเหล่าใหญ่- ผาจันได ได้ร่วมกันปักหมุด ‘ป่าชุมชน’ และบายศรีสู่ขวัญขอขมาแม่ธรณี เพื่อเป็นการแสดงสัญลักษณ์ประกาศฟื้นฟูเหมืองหินปูนและโรงโม่หิน 225 ไร่ เป็นเขตป่าชุมชน และยังได้ร่วมสงบนิ่งรำลึกถึงนักสู้ดงมะไฟที่จากไปจากรุ่นสู่รุ่น

นอกจากนี้ชาวบ้านและเครือข่ายผู้หญิงนักปกป้องสิทธิมนุษยชนที่เข้าร่วมเป็นกองหนุนการเคลื่อนไหวกับชาวบ้านในครั้งนี้ ยังได้ร่วมกันใส่หน้ากากนายเลิศศักดิ์ คำคงศักดิ์ หัวหน้าพรรคสามัญชน ที่ก่อนหน้านี้มีข่าวถูกขู่ฆ่าพร้อมทั้งร่วมกันถือป้ายที่เขียนข้อความว่า “ถ้าคุณจัดการเลิศศักดิ์ 1 คน ก็จะมีมาอีกเป็นร้อยเป็นพัน" พร้อมแฮชแท็ก #เคียงข้างนักปกป้องสิทธิมนุษยชน เพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์และยืนเคียงข้างนายเลิศศักด์ นอกจากนี้ยังมีการเปิดซุ้มกิจกรรมต่างๆ อาทิ กิจกรรมประทับรอยมือรอยเท้ายึดคืนโรงโม่หิน  ซุ้ม สิทธิฯ-ละ-ปะ‘ภาพฝันดงมะไฟ’ และกิจกรรมสนุก ๆ ของชาวบ้านรวมถึงการเปิดถนนคนเดิน บ้านผาฮวกพัฒนาชาวประชาสามัคคีอีกด้วย

กสม.สังเกตการณ์ ประสานตำรวจท้องที่รักษาความปลอดภัย

ขณะที่บรรยากาศรอบๆ บริเวณโรงโม่ เจ้าหน้าที่ของโรงโม่หินยังคงมาทำงานตามปกติ แต่เมื่อชาวบ้านได้ทำการเดินเท้าเข้าไปในโรงโม่ มีชายไม่ทราบฝ่ายก็ได้ใช้กล้องส่องทางไกลเพื่อส่องดูชาวบ้านและได้ถ่ายรูปชาวบ้านไว้ด้วย โดยเป็นการถ่ายรูปเรียงคน

เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้นายชนินทร์ เกตุปราชญ์ ผู้อำนวยการสำนักมาตรฐาน และติดตามการคุกคามสิทธิมนุษยชน ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้แสดงความเป็นกังวลต่อการกระทำดังกล่าว และกล่าวภายหลังการลงพื้นที่ว่า ที่เราลงพื้นที่ในวันนี้ เนื่องจากเป็นห่วงเรื่องการชุมนุมของกลุ่มอนุรักษ์ฯ อาจถูกคุกคามเรื่องความปลอดภัย ก่อนลงพื้นที่จึงได้ประสานตำรวจท้องที่ กรมคุ้มครองสิทธิฯ กระทรวงยุติธรรม รวมทั้งฝ่ายกฎหมายเกี่ยวกับการคุ้มครองพยาน ทั้งนี้ตำรวจในพื้นที่หลังการประสานไปก็ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี โดยส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบประมาณ 7 นายมาดูแลเรื่องความปลอดภัย

กรณีมีพนักงานในเหมืองหินบันทึกวิดีโอผู้ชุมนุม เจ้าหน้าที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนฯ ระบุว่า ได้แจ้งไปยังตำรวจที่มาดูแลความปลอดภัยเพื่อไม่ให้เกิดการเผชิญหน้า โดยตำรวจได้มีการพูดคุยกับชายดังกล่าวแล้ว จากนั้นชายคนดังกล่าวก็ยุติการบันทึกภาพและส่องกล้องในที่สุด

ต่อคำถามที่ว่า คณะกรรมการสิทธิฯ จะเข้าไปคุยกับ กอ.รมน. และรองผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภูด้วยหรือไม่เพราะก่อนหน้านี้ทั้งสองคนได้ให้กับสัมภาษณ์กับสื่อมวลชนโจมตีชาวบ้านที่มาชุมนุมต้านเหมืองด้วยถ้อยคำที่รุนแรง และทำให้ผู้ชุมนุมเกิดความหวาดกลัว เกรงว่าจะเป็นเหตุเปิดทางให้ผู้ชุมนุมถูกทำร้ายหรือลอบสังหารเหมือนข่าวขู่ฆ่า โดยนายชนินทร์ระบุว่าได้อ่านบทสัมภาษณ์ดังกล่าวและมีความกังวลต่อเรื่องนี้ เบื้องต้นได้ทำหนังสือถึง กอ.รมน. เพื่อชี้แจงว่าชาวบ้านเคลื่อนไหวอย่างสันติ ไม่ได้ใช้ความรุนแรง และคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนฯ จะเตรียมลงพื้นที่มาด้วยตนเองในกรณีนี้ด้วย

เสวนาหัวข้อ "เหมืองแร่-ความรุนแรงของการแย่งชิงทรัพยากรภายใต้รัฐ-เผด็จการ" (ที่มา: เอื้อเฟื้อภาพจาก Protection International)

หลังกิจกรรมเดินเท้าเข้าพื้นที่เหมืองและอ่านแถลงการณ์แล้ว ตลอดทั้งวันยังมีเสวนาหัวข้อ "เหมืองแร่-ความรุนแรงของการแย่งชิงทรัพยากรภายใต้รัฐ-เผด็จการ" มีวิทยากรที่เข้าร่วมเสวนาในประเด็นนี้เป็นจำนวนมาก อาทิ น.ส.สุภาพร มาลัยลอย มูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อมและ People Go เครือข่ายทรัพยากรธรรมชาติและสิทธิชุมชน นายสุรพันธ์ รุจิไชยวัฒน์ กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด 6 หมู่บ้าน รอบเหมืองทองคำ จ.เลย  นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา นักกิจกรรมด้านสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตย นางอรนุช ผลภิญโญ ตัวแทนเครือข่ายปฏิรูปที่ดินภาคอีสาน  และนางลำดวน วงศ์คำจันทร์ ตัวแทนกลุ่มอนุรักษ์ป่าชุมชนเขาเหล่าใหญ่-ผาจันได

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์