ทางการฮ่องกงจับ 'โจชัว หว่อง' อ้างกม.ห้ามสวมหน้ากากและการชุมนุมตั้งแต่ปีที่แล้ว

ทางการฮ่องกงจับกุมตัวนักกิจกรรมประชาธิปไตย โจชัว หว่อง เมื่อ 24 ก.ย. หลังเข้ารายงานตัวกับตำรวจ อ้างข้อหาจากกฎหมายห้ามใส่หน้ากากในตอนชุมนุมเมื่อเดือน ต.ค. 2562 แม้ได้รับการปล่อยตัวในเวลาต่อมา แต่ต้องขึ้นศาล 30 ก.ย. นี้


โจชัว หว่อง | แฟ้มภาพ Studio Incendo (CC BY 2.0)

24 ก.ย. 2563 โจชัว หว่อง เปิดเผยเรื่องดังกล่าวผ่านทางทวิตเตอร์ช่วงบ่ายโมงของวันนี้ว่าเขาถูกจับกุมตัวหลังจากเข้ารายงานตัวต่อสำนักงานตำรวจกลางของฮ่องกง โดยที่ทางการอ้างว่าได้จับกุมหว่องเนื่องจากต้องสงสัยเกี่ยวกับการละเมิดกฎหมายห้ามสวมหน้ากาก ในการชุมนุมเมื่อวันที่ 5 ต.ค. ปีที่แล้ว

สื่อฮ่องกงฟรีเพรสรายงานว่ามันเป็นสิ่งที่ไม่ค่อยเกิดขึ้นกับการที่ทางการฮ่องกงอ้างใช้กฎหมายเก่าแก่ตั้งแต่สมัยยังอยู่ภายใต้อาณานิคมอังกฤษ โดยทางการฮ่องกงประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินทำให้มีการบังคับใช้กฎหมายนี้ตั้งแต่วันที่ 4 ต.ค. ปีที่แล้ว หลังจากที่มีการประท้วงต่อเนื่องเป็นเวลาหลายเดือนในฮ่องกง ซึ่งในการชุมนุมวันที่ 5 ต.ค. นั้นมีผู้คนจำนวนมากรวมตัวกันในหลายย่านของฮ่องกงรวมถึงหว่องด้วย

อีกคนหนึ่งที่ถูกจับกุมด้วยขอหาแบบเดียวกับหว่องคือ กูซียิว นักกิจกรรมอาวุโสจากกลุ่มสมาพันธ์แห่งสังคมนิยมประชาธิปไตย

สำหรับการบังคับใช้กฎหมายห้ามสวมหน้ากากนี้มีคำตัดสินที่พลิกไปมา เดิมทีแล้วศาลสูงฮ่องกงตัดสินเมื่อเดือน พ.ย. 2562 ว่ากฎหมายห้ามสวมหน้ากากนี้ขัดกับหลักการสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน แต่ในเดือน เม.ย. ปีนี้ศาลอุทธรณ์ก็ประกาศให้รัฐบาลมีสิทธิในการประกาศใช้กฎหมายห้ามสวมหน้ากากซึ่งกลายเป็นการคว่ำคำตัดสินของศาลสูงส่วนหนึ่ง ทั้งๆ ที่ในปีนี้มีการระบาดของ COVID-19 และรัฐบาลเองก็ประกาศว่าการสวมหน้ากากอนามัยเป็นสิ่งที่จำเป็นในพื้นที่สาธารณะ

หว่องยืนยันในเรื่องที่ตัวเองถูกจับกุมในเวลาต่อมาเมื่อช่วงบ่าย 4 โมงครึ่ง โดยที่ตำรวจอ้างหลักฐานจากสื่อต่างๆ ที่แสดงให้เห็นว่าเขาเข้าร่วมการชุมนุมโดยไม่ได้รับอนุญาต

โจชัว หว่อง กล่าวว่าจากที่มีการพยายามใช้อำนาจข่มจากทางการจีนเพื่อทำให้ประชาชนนิ่งเงียบ ในตอนนี้เขาต้องเผชิญกับคดีเป็นคดีที่ 3 แล้วนับตั้งแต่เขาออกจากคุกมาเมื่อเดือน มิ.ย. อย่างไรก็ตามหว่องกล่าวต่อไปว่า "พวกนั้นดำเนินคดีเราได้ พวกนั้นจับกุมเราได้ พวกนั้นจับเราเข้าคุกได้ แต่พวกนั้นไม่สามารถปิดกั้นพันธกิจของเราในการต่อสู้เพื่อเสรีภาพได้"

โซฟี ริชาร์ดสัน ผู้อำนวยการฮิวแมนไรท์วอทช์ในประเด็นเรื่องจีนแถลงว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้เป็น "การดิ่งลงของสิทธิมนุษยชน" ในฮ่องกง จากการที่ทางการดำเนินคดีกับผู้เข้าร่วมประท้วงด้วยกฎหมายที่ไม่เข้ากับมาตรฐานสากล ทำให้กลายเป็นการใช้กฎหมายที่น่ากังขานี้กับกลุ่มผู้สนับสนุนประชาธิปไตยและไม่มีการตรวจสอบการใช้กำลังของตำรวจเกินกว่าเหตุ

ลัมโชหมิงผู้จัดการโครงการของแอมเนสตีฮ่องกงเรียกร้องให้ทางการยกเลิกกฎหมายสั่งห้ามหน้ากากเพราะมันถูกใช้เป็นข้ออ้างในการจับกุมฝ่ายต่อต้านทางการเมือง นอกจากนี้ยังระบุว่าการเล่นงานนักกิจกรรมฮ่องกงในครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าทางการยกระดับการปราบปรามเสียงที่วิพากษ์วิจารณ์พวกเขา เป็นการส่งผลในเชิงขัดขวางเสรีภาพในการชุมนุมของชาวฮ่องกง

หว่องได้รับการปล่อยตัวในเวลาต่อมา เขาระบุว่าเขาต้องถูกพิจารณาคดีในวันที่ 30 ก.ย. ที่จะถึงนี้ รวมถึงเรียกร้องให้มีการปล่อยตัวนักกิจกรรมคนรุ่นใหม่ 12 คนที่ถูกเล่นงาน นอกจากนี้ยังมีการตั้งข้อสังเกตออีกว่ามีการเล่นงานจากทางการต่อนักกิจกรรมที่มีชื่อเสียงในช่วงก่อนวันนัดชุมนุมใหญ่ 1 ต.ค. ที่จะถึงนี้ซึ่งตรงกับวันชาติจีน

หว่องระบุทางทวิตเตอร์อีกว่าข้อหาที่เขาเผชิญล่าสุดสองข้อหานั้นมีบทลงโทษจำคุกสูงสุด 5 ปี สำหรับข้อหาชุมนุมโดยไม่ได้รับอนุญาต และจำคุกสูงสุด 1 ปี สำหรับข้อหาสวมหน้ากากอย่างไรก็ตามเขาบอกว่าเขาไม่เสียดายที่ร่วมการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย "การชจับกุมในวันนี้ถือเป็นการละเมิดต่อกระบวนการยุติธรรมทางงอาญาอย่างฉาวโฉ่โดยการสั่งฟ้องด้วยกฎหมายที่ถูกระบุว่าไม่เข้ากับหลักการรัฐธรรมนูญไปก่อนหน้านี้แล้ว อย่างไรก็ตามผมจะไม่ยอมแพ้" หว่องกล่าว

เรียบเรียงจาก
Hong Kong activist Joshua Wong arrested on suspicion of unauthorised assembly participation, Hong Kong Free Press, 24-09-2020

ทวิตเตอร์ของโจชัว หว่อง
https://twitter.com/joshuawongcf

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์