ประชาคมศิลปากรเพื่อประชาธิปไตยถามหาหมุดคณะราษฎร-อนุสาวรีย์ปราบกบฏ

28 ก.ย. 2563 กลุ่มประชาคมศิลปากรเพื่อประชาธิปไตย จัดกิจกรรม 'ฉันหวง ฉันมาทวงของฉันคืน' เดินทางจากมหาวิทยาลัยศิลปากร วังท่าพระ ไปวางพวงหรีดที่กรมศิลปากร เพื่อทวงถามถึงหมุดคณะราษฎร และอนุสาวรีย์ปราบกบฏ พร้อมยื่นหนังสือถึงอธิบดีกรมศิลปากร ขอให้ติดตามแสวงหาโบราณสถานและโบราณวัตถุที่สาบสูญ

วอยซ์ออนไลน์รายงานว่า กันตา รัตนวงษ์ กลุ่มประชาคมศิลปากรเพื่อประชาธิปไตย กล่าวว่า ในฐานะนักศึกษาที่มองเห็นถึงความสำคัญของศิลปวัฒนธรรมและมรดกของชาติ รู้สึกละอายใจกับบทบาทของกรมศิลปากรในช่วงที่ผ่านมา รวมถึงเรื่องโบราณวัตถุที่หายไป ทำให้ต้องออกมาทำกิจกรรมเพื่อแสดงเจตนารมณ์และแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ และอยากถามด้วยว่า ทำไมถึงกล้าที่จะบอกว่าสนามหลวงเป็นโบราณสถาน ทั้งที่ไม่ได้อยู่ใน พ.ร.บ.โบราณสถาน และตัดบทว่า หมุดคณะราษฎรไม่ใช่โบราณวัตถุ ซึ่งต้องการคำชี้แจงจากผู้เกี่ยวข้องด้วย

 

ผู้อำนวยการกองโบราณคดี เป็นตัวแทนรับจดหมายจากกลุ่มประชาคมศิลปากรเพื่อประชาธิปไตย
ภาพจาก iLaw

สหรัฐ จันทสุวรรณ์ กลุ่มประชาคมศิลปากรเพื่อประชาธิปไตย กล่าวถึงหมุดคณะราษฎร และอนุสาวรีย์ปราบกบฏ หรืออนุสาวรีย์พิทักษ์รัฐธรรมนูญ บริเวณวงเวียนหลักสี่ที่หายไป ซึ่งกรมศิลปากรไม่ได้ตามหาและดำเนินการกับผู้กระทำผิด แตกต่างจากการดำเนินการกับกรณี หมุดคณะราษฎร 2563 ของกลุ่มธรรมศาสตร์และการชุมนุมที่ปักบนท้องสนามหลวง จึงต้องการเรียกร้องมาตรฐานการทำงานของกรมศิลปากร พร้อมตั้งคำถามว่า มีคนพยายามทำให้หายไปหรือไม่ด้วย ซึ่งมรดกคณะราษฎร เป็นสมบัติชาติที่หลายๆ คนทราบว่ามีอยู่และตั้งอยู่ที่ไหน แต่กรมศิลปากรกลับทำเป็นทองไม่รู้ร้อน

ด้าน ไบรท์ทีวีรายงานว่า สถาพร เที่ยงธรรม ผู้อำนวยการกองโบราณคดี เป็นตัวแทนมารับจดหมายจากกลุ่มประชาคมศิลปากรเพื่อประชาธิปไตย แต่ไม่สามารถรับพวงหรีดได้ เนื่องจากเป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ ไม่เกี่ยวข้องกับเอกสารทางราชการ แกนนำจึงวางพวงหรีดที่หน้าประตูศิลปากรแทน

วันที่ 28 เดือน กันยายน พ.ศ. 2563

เรื่อง ขอให้ดำเนินการติดตามแสวงหาโบราณสถานและโบราณวัตถุที่สาบสูญ

เรียน อธิบดีกรมศิลปากร

สืบเนื่องจากวันที่ 21 กันยายนที่ผ่านมาทางกลุ่มประชาคมฯ ได้รับทราบว่ากรมศิลปากรได้มีการแจ้ง ความดำเนินคดีกับแกนนำแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมจากเหตุการณ์ฝังหมุดคณะราษฎร 2563 ในเข้า วันที่ 20 กันยายน 2563 ณ บริเวณท้องสนามหลวง แต่ในปัจจุบันได้รับสมญานามในสังคมว่าคือสนามราษฎรไปแล้วนั้น กลุ่มประชาคมศิลปากรเพื่อประชาธิปไตยได้เห็นถึงศักยภาพและความสามารถในการทำงานของกรมศิลปากรที่ได้มีความวิริยะ อุตสาหะที่จะทะนุบำรุงโบราณสถานของชาติให้ยังคงดำรงอยู่

แต่ถึงกระนั้นก็ดีทางกรมศิลปากรคงอาจลืมไปเสียแล้วว่ายังมีการสูญหายของโบราณวัตถุและโบราณ สถานที่สำคัญของประเทศถึง 2 อย่างนั้นก็คือหนึ่ง หมุดก่อเกิดรัฐธรรมนูญหรือหมุดคณะราษฎรที่ได้สร้างขึ้น ในสมัยของพระยาพหลพลพยุหเสนาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในสมัยนั้นเอาไว้ ณ บริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า โดยมีข้อความว่า ณ ที่นี้ ๒๔ มิถุนายน ๒๕๕๕ เวลาย่ำรุ่ง คณะราษฎรได้ก่อกำเนิดรัฐธรรมนูญเพื่อ ความเจริญของชาติ เพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์การอ่านประกาศคณะราษฎรในวันอภิวัฒน์สยาม 24 มิถุนายน พ.ศ. 2475 และสองคืออนุสาวรีย์พิทักษ์รัฐธรรมนูญหรืออนุสาวรีย์ปราบกบฏ ณ สี่แยกบางเขน เพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์ปราบกบฏบวรเดช ซึ่งทั้ง 2 อย่างนี้ได้สาบสูญไปอย่างลึกลับจนถึง ณ เวลานี้

ด้วยเหตุนี้เองกลุ่มประชาคมศิลปากรเพื่อประชาธิปไตยจึงขอให้กรมศิลปากรติดตามเกี่ยวกับการสูญหายของโบราณวัตถุและโบราณสถานดังกล่าวให้กลับมาโดยเร็วที่สุด เพราะสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นทรัพย์สมบัติสาธารณะของบ้านเมืองเป็นร่องรอยแห่งความทรงจำร่วมของประชาชนในประวัติศาสตร์ชาติไทย หากภายใน 14 วัน ยังคงไร้ความคืบหน้าในกรณีการสูญหายดังกล่าวทางกลุ่มประชาคมศิลปากรเพื่อประชาธิปไตยจะนำเรื่องดังกล่าวยื่นเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรให้ดำเนินการต่อไป

จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณาดำเนินการด้วย จักขอบคุณยิ่ง

ขอแสดงความนับถือ
กลุ่มประชาคมศิลปากรเพื่อประชาธิปไตย

ทั้งนี้ ผู้อำนวยการกองโบราณคดี เคยเป็นตัวแทนกรมศิลปากรแจ้งความเอาผิดกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ซึ่งเป็นผู้จัดการชุมนุมเมื่อวันที่ 19-20 ก.ย. 2563 ตาม พ.ร.บ.โบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 เนื่องจากมีการบุกรุกสนามหลวง และเจาะลานคอนกรีตในสนามหลวงพร้อมนำหมุดคณะราษฎร 2563 ไปฝังไว้

ประชาไทเคยสอบถามกรมศิลปากรเกี่ยวกับการเคลื่อนย้ายอนุสาวรีย์ปราบกบฏ และได้รับหนังสือตอบกลับมาเมื่อวันที่ 17 ก.ค. 2563 ว่า อธิบดีกรมศิลปากรเคยมีคำสั่งอนุญาตให้เคลื่อนย้ายหรือซ่อมแซมอนุสาวรีย์ปราบกบฏ ล่าสุดถึงปี 2556 เท่านั้น และกรมศิลปากรไม่เคยเข้าไปตรวจสอบการเคลื่อนย้ายอนุสาวรีย์พิทักษ์รัฐธรรมนูญแต่อย่างใด ขณะที่สถาพร ผู้อำนวยการกองโบราณคดี ให้สัมภาษณ์ต่อมติชนออนไลน์ว่า ยังไม่มีความคืบหน้าว่าอนุสาวรีย์ปราบกบฏหายไปไหน แต่ทราบว่ามีหนังสือให้สำนักงานเขตต่างๆ มาดูแล เพราะเคยมีการทำเรื่องขออนุญาตเคลื่อนย้าย

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์