ชำนาญ จันทร์เรือง: ความเห็นต่อกรณีคำพิพากษาฎีกากรณีใบส้ม

ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ

วันนี้ผมมีประชุมทั้งวัน ประชุมเสร็จก็ขึ้นเครื่องกลับเชียงใหม่ มีทั้งโทรศัพท์และข้อความสอบถามทิ้งไว้กรณีคำพิพากษาฎีกา ที่ 4209/2563ระหว่าง กกต. (ผู้ร้อง) กับคุณสุรพล เกียรติไชยากร (ผู้คัดค้าน) ซึ่งเป็นผู้ที่ถูกใบส้มจาก กกต.จนต้องมีการเลือกตั้งใหม่ (ไม่ใช่เลือกตั้งซ่อมนะครับ) ในเขต 8 ของจังหวัดเชียงใหม่ จนได้คุณศรีนวล บุญลือ จากพรรคอนาคตใหม่ (ในขณะนั้น) แต่ต่อมาได้ถูกขับออกจากพรรคอนาคตใหม่แล้วไปสังกัดพรรคภูมิใจไทย  โดยคำพิพากษาดังกล่าวได้พิพากษาให้ยกคำร้องโดยให้เหตุผลท้ายคำพิพากษาว่าข้อเท็จจริงตามทางไต่สวนยังรับฟังไม่ได้ว่าผู้คัดค้านได้บริจาคเงินสมทบให้แก่กองผ้าป่าสามัคคีของหมู่บ้านเพื่อจูงให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้แก่ตนเอง ด้วยวิธีการให้เงินไม่ว่าจะโดยตรงหรือโดยอ้อมแก่ชุมชนอันจะเป็นการฝ่าฝืน พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ปี2561 ม.73 และเมื่อฟังว่าผู้คัดค้านไม่ได้กระทำความผิดตามคำร้องแล้ว (ผมขอย้ำว่า ไม่ได้กระทำความผิดตามคำร้องนะครับ) ผู้คัดค้านจึงไม่ต้องชดใช้ค่าใช้จ่ายสำหรับการเลือกตั้ง ส.ส.จังหวัดเชียงใหม่ เขต 8 ตามคำร้อง

ซึ่งได้มีประเด็นถกเถียงกันอย่างกว้างขวางสถานภาพของคุณสุรพลและคุณศรีนวลจะเป็นอย่างไร คุณสุรพลสามารถฟ้องร้องเรียกความเสียหายได้หรือไม่ อย่างไรหรือคุณศรีนวลต้องคืนเงินและผลประโยชน์ที่ได้ไปหรือไม่ ซึ่งผมขอแสดงความเห็นตามข้อมูลที่ได้ทราบคือคำพิพากษาหน้าแรกและหน้าสุดท้ายเท่านั้นว่า สามารถวินิจฉัยได้ 2 แนวทาง

แนวทางที่ 1 คือ คุณศรีนวลยังคงเป็น ส.ส.ต่อไปเพราะคำวินิจฉัยให้ใบส้มของ กกต.เป็นที่สุดไปแล้ว โดยคุณสุรพลสามารถฟ้องร้องเรียกความเสียหายชดเชยตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ ปี 39 ถ้า กกต.แพ้คดี สนง. กกต.ก็ต้องจ่ายไปก่อน หาก กกต.ไม่ได้ทำไปด้วยความจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงก็ไม่ต้องชดใช้คืนเพราะถือว่าปฏิบัติตามหน้าที่ แต่หากทำไปด้วยความจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง กกต.ก็ต้องรับผิดชอบไปตามส่วนของแต่ละคน เช่น ไม่ฟังความเห็นของ กกต.จว.แต่ส่งทีมไปสืบสวนเอง แล้วพิจารณาลงโทษโดยไม่รอบคอบ ฯลฯ

แนวทางที่ 2 คือ คุณศรีนวลสิ้นสภาพการเป็น ส.ส.เพราะเจ้าของตัวจริงที่มีสิทธิตามคำพิพากษาฎีกานี้กลับมาแล้ว  โดยมีผลตั้งแต่วันที่ศาลฯอ่านคำพิพากษา คือวันนี้ (29 ก.ย.) โดยคุณศรีนวลไม่ต้องคืนชดใช้เงินหรือสิทธิประโยชน์แต่อย่างใด และนิติกรรมต่างๆที่ทำในหน้าที่ ส.ส.ก็ยังมีผลสมบูรณ์ ตามหลักกฎหมายปกครองที่ถือว่าได้ตำแหน่งมาโดยสุจริต และคุณสุรพลก็เป็นส.ส.ตั้งแต่วันที่ศาลฎีกาอ่านคำพิพากษาเช่นกัน โดย กกต.มีมติรับรองย้อนหลังให้โดยอ้างผลตามคำพิพากษาฎีกานั่นเอง ส่วนคุณสุรพลจะไปฟ้องเรียกค่าเสียหายอย่างไรก็ว่าไปอีกเรื่องหนึ่ง ส่วนคุณศรีนวลไม่สามารถเรียกร้องอะไรได้น่ะครับ

แนวโน้มที่จะเป็นไปได้

หาก กกต.ยึดถือตามแนวทางที่ 1 ซึ่งก็มีความเป็นไปได้สูงเพราะ กกต.ก็ต้องเชื่อมั่นในอำนาจของตนเอง แต่ยืนยันได้ว่าทัวร์จะลง กกต.หนักกว่าคราวก่อนที่มีคนลงชื่อมากกว่า 8 แสนชื่ออย่างแน่นอน และจะตามมาด้วยการถูกฟ้องคดีอาญาอีกด้วย แต่ในความเห็นของผม ผมเห็นว่าแนวทางที่ 2 น่าจะเป็นแนวทางที่ถูกต้อง เพราะผู้รับโอนย่อมไม่มีสิทธิดีกว่าผู้โอนฉันใด คนที่รับส้มหล่นไปก็ย่อมไม่มีสิทธิเป็นเจ้าของสวนส้มฉันนั้นน่ะครับ

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์