โรงงานขยะถอนฟ้องนักปกป้องสิทธิ คดีเรียกค่าเสียหาย 50 ล้านบาท

ชุมชนยืนยันใช้สิทธิติดตามตรวจสอบผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพจากการประกอบกิจการของโรงงานต่อไป


แฟ้มภาพ นักปกป้องสิทธิมนุษยชนด้านสิ่งแวดล้อมจากกลุ่มฅนรักษ์กรอกสมบูรณ์ เดินทางมาที่ศาลจังหวัดปราจีนบุรีเพื่อนัดไกล่เกลี่ยเมื่อวันที่ 9 ก.ค. 63

ประชาชนถูกฟ้องเรียกค่าเสียหาย 50 ล้าน หลังร้องเรียนโรงงานกำจัดกากเสียอุตสาหกรรม

30 ก.ย. 63 วันนี้ มูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม ที่ศาลจังหวัดปราจีนบุรี นัดพิจารณาเพื่อถอนฟ้องหรือนัดไต่สวนมูลฟ้องครั้งที่สอง เนื่องจากเมื่อวันที่​ 31 ส.ค. 63 ศาลนัดไต่สวนมูลฟ้องครั้งแรก​และได้ไกล่เกลี่ยคู่ความทั้งสอง คดีสามารถตกลงกันได้ โดยฝ่ายโจทก์ (บริษัทเวส 2 เอนเนอร์ยี่ จำกัด) ได้ขอให้จำเลย (สุเมธ เหรียญพงษ์นาม) ถอนป้ายโฆษณาที่มีคำว่า “ขยะพิษ” ออกและจะนำเรื่องเข้าที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทโจทก์ หากไม่ติดใจดำเนินคดีทั้งทางแพ่งและทางอาญา ก็จะมาถอนฟ้องในนัดวันที่ 30 กันยายน 2563​ ซึ่งหลังจากนั้นฝ่ายชาวบ้านได้ร่วมกันถอนป้ายซึ่งมีข้อความว่า “ขยะพิษ” ตามข้อตกลงในการไกล่เกลี่ยดังกล่าวแล้ว​ จำนวน​ 6 ป้าย

ปรากฎว่าในวันนี้ โจทก์แถลงต่อศาลว่าทางจำเลยยังไม่ถอนป้ายทั้งหมดออก​ จึงขอศาลเจรจายื่นข้อเสนอต่อจำเลยเพิ่มเติม​ คือ ให้จำเลยถอนป้ายทั้งหมดและยุติการเคลื่อนไหว​

ทั้งนี้ในการเจรจาได้ข้อตกลงดังต่อไปนี้

1.ให้จำเลยถอนป้ายที่มีข้อความว่า​ “ขยะพิษ” ทั้งหมด​ และป้ายที่มี การพาดพิงกิจการของบริษัท

2. จำเลยจะยังคงใช้สิทธิในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม รักษาสิทธิของชุมชนภายใต้กรอบที่กฎหมายกำหนด โดยโจทก์ตกลงที่จะร่วมรักษาสิ่งแวดล้อมและลดผลกระทบที่เกิดขึ้นกับชุมชนต่อไป

3. โจทก์ตกลงที่จะถอนฟ้องคดีอาญาของศาลอาญา(กรุงเทพฯ) และจำเลยตกลงจะปลดป้ายที่เกี่ยวกับข้อพิพาทในคดีนี้ทั้งหมดเมื่อโจทก์ถอนฟ้องจำเลยในคดีอาญาดังกล่าว

โดยในคดีนี้ โจทก์ไม่ติดใจและไม่ประสงค์จะดำเนินคดีอีกต่อไป จึงได้ยื่นคำร้องถอนฟ้องและศาลได้จำหน่ายคดีออกจากระบบ และชุมชนยังคงมีสิทธิในการติดตามตรวจสอบผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพจากการประกอบกิจการของบริษัทได้ เพราะทุกคนมีสิทธิที่จะอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดี

 

สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2562 ชาวบ้านกลุ่มคนรักษ์กรอกสมบูรณ์และกลุ่มคนรักษ์หนองตลาด จำนวนกว่า 400 คน ได้ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรีให้มีการตรวจสอบการประกอบกิจการของโรงงานเนื่องจากได้รับความเดือดร้อนเรื่องกลิ่นเหม็นจากการประกอบกิจการของโรงงาน และมีข้อเรียกร้องให้ดำเนินการตรวจสอบการประกอบกิจการโรงงานดังกล่าวว่าเป็นไปตามเงื่อนไขท้ายในอนุญาตหรือไม่ ต่อมาบริษัทเวสต์ 2 เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด โดยวราวุธ ลออพันธ์ เป็นกรรมผู้มีอำนาจแทน เป็นโจทก์ยื่นฟ้องสุเมธ เหรียญพงษ์นาม เป็นคดีหมายเลขดำที่ อ 532/63 ต่อศาลจังหวัดปราจีนบุรี ในข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา และเรียกค่าเสียหาย จำนวน 50 ล้านบาท ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 326, 328, 332 และฟ้องคดีหมายเลขดำที่อ.1308/2563 ในข้อหาหรือฐานความผิดหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา ต่อศาลอาญารัชดา(จ.กรุงเทพฯ) เช่นเดียวกัน

สุเมธ เหรียญพงษ์นาม เป็นตัวแทนกลุ่มคนรักษ์กรอกสมบูรณ์ ซึ่งเป็น 1 ใน10 คนที่ลงลายมือชื่อในหนังสือร้องเรียนต่อผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี

โดยในคดีหมายเลขดำที่ อ 532/63 สุเมธ เหรียญพงษ์นาม ได้เข้าไกล่เกลี่ยในชั้นคุ้มครองสิทธิจำเลยในคดีอาญาเป็นจำนวน 2 ครั้ง แต่ไม่สามารถเจรจาตกลงกันได้ ศาลจังหวัดปราจีนจึงได้นัดไต่สวนมูลฟ้องในวันที่ 31 สิงหาคม 2563 ศาลไกล่เกลี่ยคู่ความทั้งสอง คดีสามารถตกลงกันได้ โดยฝ่ายโจทก์(บริษัทเวส 2 เอนเนอร์ยี่ จำกัด) ได้ขอให้จำเลย(สุเมธ เหรียญพงษ์นาม) ถอนป้ายโฆษณาที่มีคำว่า “ขยะพิษ” ออกและจะนำเรื่องเข้าที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทโจทก์ หากไม่ติดใจดำเนินคดีทั้งทางแพ่งและทางอาญา ก็จะมาถอนฟ้องในนัดวันที่ 30 กันยายน 2563 นี้ รวมถึงคดีหมายเลขดำที่ 2308/2563 ด้วย (คดีหมิ่นประมาท ที่ศาลอาญารัชดา) ด้วย

 

 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์