กสม. สอบปมครูทำร้ายร่างกายเด็กนักเรียน จ่อข้อเสนอแก้ไขปัญหาต่อรัฐบาล

กสม. มีมติหยิบยกกรณีครูทำร้ายร่างกายเด็กนักเรียนขึ้นตรวจสอบ เตรียมชงข้อเสนอแนะแก้ไขปัญหาเสนอรัฐบาล

30 ก.ย.2563 สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ รายงานว่า ประกายรัตน์ ต้นธีรวงศ์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ทำหน้าที่แทนประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เปิดเผยว่า ตามที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ได้ติดตามและมีข้อห่วงกังวลกรณีบุคลากรของโรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์มีพฤติกรรมกระทำความรุนแรงต่อเด็กนักเรียนซึ่งปรากฏเป็นข่าวไปในวงกว้าง และได้มอบหมายให้สำนักงาน กสม. โดยรองเลขาธิการ กสม. พร้อมด้วยพนักงานเจ้าหน้าที่ ลงพื้นที่สังเกตการณ์การเข้าร้องเรียนของกลุ่มผู้ปกครองต่อผู้บริหารโรงเรียน ณ โรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์ เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2563 ที่ผ่านมา  นั้น กสม. ในคราวประชุมด้านคุ้มครองและมาตรฐานการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ครั้งที่ 23/2563 เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2563 จึงได้ร่วมกันพิจารณาเรื่องดังกล่าวและรับทราบข้อเท็จจริงอันรับฟังในเบื้องต้นได้ว่ามีเด็กนักเรียนถูกกระทำความรุนแรงในสถานศึกษา

ประกายรัตน์ กล่าวต่อไปว่า กสม. เห็นว่า รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 71 วรรคสาม บัญญัติให้รัฐพึงให้ความช่วยเหลือเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ ผู้ยากไร้ และผู้ด้อยโอกาส ให้สามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ และคุ้มครองป้องกันมิให้บุคคลดังกล่าวถูกใช้ความรุนแรง หรือปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมฯ ประกอบกับอนุสัญญาว่า ด้วยสิทธิเด็ก (Convention on the Rights of the Child) ที่ประเทศไทยเป็นภาคีและมีพันธกรณีต้องปฏิบัติตาม ข้อ 19 กำหนดให้รัฐภาคีดำเนินมาตรการทั้งปวงในอันที่คุ้มครองเด็กจากความรุนแรงทางร่ายกายและจิตใจ การทำร้ายหรือการกระทำอันมิชอบฯ และข้อ 37 (ก) กำหนดให้รัฐภาคีประกันว่าจะไม่มีเด็กคนใดได้รับการทรมาน หรือถูกปฏิบัติ หรือลงโทษที่โหดร้ายฯ ขณะที่พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 และพระราชบัญญัติการพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2562 ยังให้การคุ้มครองเด็กและเด็กปฐมวัยให้อยู่รอดปลอดภัยและพ้นจากการถูกล่วงละเมิดไม่ว่าทางใด

“เมื่อปรากฏว่าเหตุการณ์ดังกล่าวไม่สอดคล้องต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กและกฎหมายภายในประเทศ ทั้งเป็นกรณีที่ไม่ควรให้เกิดขึ้นอีกไม่ว่ากับสถานศึกษาระดับใด กสม. จึงมีมติเห็นควรหยิบยกกรณีบุคลากรของโรงเรียนกระทำความรุนแรงต่อเด็กนักเรียนขึ้นตรวจสอบและศึกษา ตามหน้าที่และอำนาจมาตรา 26 (3) ประกอบมาตรา 33 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. 2560 เพื่อจัดทำข้อเสนอแนะหรือแนวทางในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในเชิงระบบ และเสนอต่อรัฐสภา คณะรัฐมนตรี หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป” ประกายรัตน์ กล่าว

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์