ลิววุยเคียง นักปฏิรูปผู้พยายามทำให้การเมืองมาเลเซียก้าวหน้า

สื่อมาเลเซียนำเสนอข่าวมรณกรรมของลิววุยเคียง นักการเมืองมาเลเซียที่มีข้อเสนอปฏิรูปมาเลเซียให้ก้าวหน้าทั้งการลดเพดานผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ยกเลิกโทษประหารชีวิต ตั้งหน่วยตรวจสอบตำรวจที่ประพฤติมิชอบ และยกเลิกกฎหมายที่ลิดรอนเสรีภาพสื่อ แต่ก็ถูกรัฐบาลโค่นล้มลงหลังเกิดการเปลี่ยนขั้วอำนาจในพรรครัฐบาล

7 ต.ค. 2563 มาเลเซียกินีรายงานว่า ลิววุยเคียง ส.ส. ประจำรัฐบาลปากะตัน ฮาราปัน หรือพรรคแนวร่วมแห่งความหวัง เสียชีวิตเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา มาเลเซียกินีนำเสนอเรื่องของลิววุยเคียงในฐานะนักปฏิรูปในหลายด้านที่มีเป้าหมายทำให้สังคมมาเลเซียก้าวหน้ากว่าเดิม

ลิววุยเคียง (Liew Vui Keong) ภาพจากทวิตเตอร์

ผลงานข้อเสนอปฏิรูปของลิววุยเคียงมีทั้งการเสนอให้การฆ่าตัวตายและผู้ติดยาเสพติดไม่ควรถูกลงโทษทางกฎหมายอันจะเป็นการซ้ำเติม นอกจากนี้ยังเสนอให้มีการปฏิรูปตำรวจด้วย อย่างไรก็ตามรัฐบาลปากะตัน ฮาราปัน ก็ล่มลงหลังจากเป็นรัฐบาลมาเลเซียได้ 22 เดือน เนื่องจากมีการถอนตัวจากพรรคแนวร่วมรัฐบาลทำให้การปฏิรูปเหล่านี้ยังไม่ทันจะได้เกิดขึ้น

อย่างไรก็ตามมาเลเซียกินีก็ได้รวบรวมข้อเสนอปฏิรูปที่น่าสนใจ 5 ข้อของลิววุยเคียงในช่วงตลอด 22 เดือน ที่เขาดำรงตำแหน่งดังนี้

1. ข้อเสนอลดเพดานผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงมาที่ 18 ปี และให้มีการลงทะเบียนผู้มีสิทธิเลือกตั้งโดยอัตโนมัติในมาเลเซีย ถึงแม้เรื่องการลดเพดานผู้มีสิทธิเลือกตั้งจะไม่ได้มาจากลิวเพียงคนเดียวแต่ในฐานะที่เขาเป็นรัฐมนตรีฝ่ายกิจการรัฐสภาทำให้เขามีบทบาทสำคัญในการดูแลกระบวนการสภาล่างของมาเลเซีย ทางรัฐบาลแนวร่วมฯ มีมติเห็นชอบในการแก้ไขรัฐธรรมนูญหลังจากได้เป็นรัฐบาลไม่นานนักในเดือนพฤษภาคมปี 2561 ต่อมาในกลางปี 2562 ก็มีการเสนอกฎหมายและผ่านร่างโดยได้รับความเห็นชอบอย่างเป็นเอกฉันท์ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน

สำหรับเรื่องการลงทะเบียนผู้มีสิทธิเลือกตั้งโดยอัตโนมัตินั้นก็มีอยู่ในร่างกฎหมายใหม่ของพวกเขาด้วย โดยที่คณะกรรมการการเลือกตั้งของมาเลเซียมีกำหนดการจะประกาศบังคับใช้การลงทะเบียนอัตโนมัตินี้ภายในกลางปี 2564 ที่ทำให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 3.8 ล้านคนของมาเลเซียมีสิทธิเลือกตั้งในปี 2566

2. เสนอแก้รัฐธรรมนูญจัดให้ซาบะฮ์และซาราวักจัดเป็นพื้นที่ทัดเทียมมาเลเซียพื้นทวีป ลิวยังเป็นคนคอยดูแลกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญเองด้วย จากเดิมที่รัฐธรรมนูญในปี 2519 เคยระบุแก้ไขไว้ว่าให้ลดระดับซาบะฮ์และซาราวักเป็นเพียงแค่รัฐ โดยที่ในทางภูมิศาสตร์แล้วสองรัฐนี้ตั้งอยู่อีกฟากหนึ่งบนเกาะบอร์เนียวติดกับบรูไนและอินโดนีเซีย

อย่างไรก็ตามการจะแก้ไขรัฐธรรมนูญนี้ต้องการคะแนนโหวตเสียงข้างมากอย่างน้อยในอัตราส่วน 2 ใน 3 ของทั้งหมด ในการโหวตลงมติเรื่องนี้ฝ่ายสนับสนุนแพ้ไปเพียง 10 คะแนนเสียงเท่านั้น ซึ่งในตอนโหวตครั้งนั้นฝ่ายค้านงดออกเสียงเพราะพวกเขาต้องการให้มีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขรัฐธรรมนูญมากกว่านี้ โดยที่ไม่มีส.ส.รายใดเลยที่โหวตคัดค้าน

3. เสนอยกเลิก "กฎหมายต่อต้านข่าวปลอม" ปี 2561 ที่นำมาอ้างใช้ลิดรอนเสรีภาพสื่อ กฎหมายนี้มาเลเซียดันออกมาแบบไม่สนใจเสียงต่อต้านตั้งแต่สมัยของนายกรัฐมนตรี นาจิบ ราซัค ผู้ที่กำลังเผชิญเรื่องอื้อฉาวเกี่ยวกับขบวนการทุจริต 1MDB ก่อนหน้าการเลือกตั้งปี 2561และมีความกังวลกันว่าราซัคจะอ้างใช้กฎหมายฉบับนี้ในการปราบปรามข้อกล่าวหาเรื่องอื้อฉาวของเขาโดยอ้างว่าเป็น "ข่าวปลอม

แต่พรรคบีเอ็นของราซัคก็แพ้การเลือกตั้งในครั้งนั้น และราซัคก็เผชิญกับการถูกดำเนินคดีในเวลาต่อมา พรรคแนวร่วมฯ ก็จัดให้มีการยกเลิกกฎหมายนี้โดยชนะการโหวตในสภาล่างเมื่อเดือน ส.ค. 2561 แต่ถูกปฏิเสธไม่ให้ผ่านโดยสภาบนในอีก 1 เดือนต่อมา

อย่างไรก็ตามในระบบการเมืองมาเลเซียแล้ว ในหนึ่งกระบวนการรัฐสภา สภาบนจะสามารถทำได้แค่ชะลอการลงมติเห็นชอบร่างกฎหมายเท่านั้น ไม่ถึงขั้นสามารถพับร่างได้ ทำให้มีการนำญัตติการเลิกกฎหมายมาพิจารณาอีกครั้งในช่วงเดือน ต.ค. 2562 และมีการผ่านร่างโดยทั้งสองสภา

4. คือการเสนอให้มีคณะกรรมการอิสระเกี่ยวกับการร้องทุกข์และการปฏิบัติมิชอบของตำรวจ ที่เรียกว่า IPCMC ลิวเป็นผู้เสนอจัดตั้ง IPCMC ที่มีผู้คนรอคอยมาเป็นเวลานานแล้วต่อสภาล่างในวันที่ 18 ก.ค. 2562 นับเป็นวันแห่งประวัติศาสตร์ เพราะรัฐบาลก่อนหน้านี้ต่อต้านการจัดตั้งคณะกรรมการเช่นนี้มาโดยตลอด 14 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากพวกเขากังวลว่าจะขัดใจตำรวจซึ่งเป็นฐานเสียงของพวกเขา

ในการเสนอข้อกำหนดการจัดตั้งหน่วยงานตรวจสอบถ่วงดุลตำรวจในครั้งนั้นไม่มีการอ่านร่างซ้ำสองแต่มีการเดินหน้าสอบถามปรึกษาหารือกับกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้องซึ่งให้ข้อมูลเพิ่มเติมในร่างข้อกำหนดนี้ จนกระทั่งมีการนำร่างนี้มาเปิดอภิปรายในการประชุมสภาครั้งแรกของปี 2563 แต่ร่างข้อกำหนดนี้ยังไม่ทันจะเป็นรูปเป็นร่างรัฐบาลแนวร่วมฯ ก็ล่มไปเสียก่อนในเดือนกุมภาพันธ์และเมื่อพรรครัฐบาลใหม่คือ PN เข้ามาแทนก็กลับเสนอร่างข้อกำหนดในแบบที่ถูกแก้ไขให้อ่อนลงมากโดยมีแผนการจะผ่านร่างฉบับหลังนี้ภายในเดือนพฤศจิกายนที่จะถึงนี้

ภาพจากทวิตเตอร์

5. เรื่องยกเลิกโทษประหารชีวิต ทำให้การฆ่าตัวตายไม่นับเป็นความผิดทางกฎหมาย และประเด็นอื่นๆ ลิวเป็นคนที่มีพื้นเพการศึกษามาจากสายนิติศาสตร์ นอกจากการปฏิรูปการเมืองต่างๆ แล้วเขามีความต้องการปฏิรูปกฎหมายเพื่อความก้าวหน้าทางสังคมในหลายประเด็นด้วย เช่นประเด็นการยกเลิกโทษประหารชีวิตที่จะทำให้มาเลเซียดูมีภาพลักษณ์ที่ดีขึ้นในสายตาชาวโลก แต่ไม่ค่อยได้รับเสียงสนับสนุนในประเทศตัวเอง

ถึงแม้จะมีเสียงต้านแต่ลิวก็ยังคงย้ำจุดยืนตัวเอง เขาบอกว่าครอบครัวของเขาก็เคยเป็นเหยื่อการฆาตกรรมมาก่อน แต่เขาก็มองว่าโทษประหารชีวิตไม่ใช่หนทางแก้ไขปัญหา แต่ทว่าลิวก็ไม่ได้เดินหน้าแบบไม่สนใจใครเขาปรึกษาหารือในเรื่องนี้กินระยะเวลายาวนาน นานจนกระทั่งรัฐบาลพรรคแนวร่วมแห่งความหวังถูกโค่นล้มไปเสียก่อน

นอกจากเรื่องยกเลิกโทษประหารแล้ว ลิวยังมีแผนปฏิรูปกฎหมายอื่นๆ เช่น ทำให้การฆ่าตัวตายและการติดยาเสพติดไม่นับเป็นอาชญากรรม เสนอกฎหมายว่าด้วยเสรีภาพข้อมูลข่าวสาร และกฎหมายว่าด้วยเงินสนับสนุนทางการเมือง ซึ่งทั้งหมดนี้ไม่ทันได้มีการเสนออภิปรายในสภา

สิ่งที่น่าสังเกตอีกเรื่องหนึ่งคือการที่ลิวนำรายงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติมาอภิปรายในสภาล่างเมื่อปี 2562 ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในรอบ 20 ปีที่มีการทำเช่นนี้ ทางคกก.สิทธิมนุษยชนพูดถึงการเสียชีวิตของลิวว่าเป็นความสูญเสียผู้สนับสนุนสิทธิมนุษยชนที่เข้มแข็งที่สุดคนหนึ่ง

ลิวเสียชีวิตที่โรงพยาบาลที่เมืองโคตาคินาบาลู จากอาการป่วยติดเชื้อที่ปอด เขามีภรรยาชื่อ ลินได ลี และลูกอีก 4 คน เขาเข้าโรงพยาบาลด้วยอาการที่สงสัยว่าจะเป็นโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทมาตั้งแต่กลางเดือน ก.ย. ที่ผ่านมา แต่ก็อยู่ในอาการโคม่าหลังจากพบว่าติดเชื้อที่ปอด

 

เรียบเรียงจาก

Liew Vui Keong - A man whose mission was cut short, Malaysiakini, 03-10-2020

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์