กก.กสทช.ด้านการคุ้มครองผู้บริโภคฯ เสนอใช้โปรพื้นฐานคุมค่าบริการมือถือนอกโปรสุดโหด

“หมอลี่” เผย กสทช. จำเป็นต้องกำกับค่าบริการมือถือนอกรายการส่งเสริมการขาย เหตุตั้งราคาสูงมาก พบอินเทอร์เน็ตนอกโปรฯ สูงกว่าในโปรฯ ถึง 8 เท่า แต่ราคาที่สำนักงาน กสทช. เสนอให้กำกับยังสูงเกินไป หากลดต่ำไม่ได้ แนะทางเลือกไปใช้รายการส่งเสริมการขายพื้นฐานแทน ชวนผู้บริโภคร่วมให้ความเห็นหวังหยุดปัญหาต้องจ่ายค่าบริการมหาโหดยามหลุดโปรฯ

 

8 ต.ค.2563 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจาก NBTC Rights ว่า สืบเนื่องจากกรณีสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กำลังเปิดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะต่อร่างประกาศ กสทช. เรื่อง การกำหนดและกำกับดูแลอัตราขั้นสูงของค่าบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ภายในประเทศส่วนที่เกินกว่าสิทธิการใช้งานของรายการส่งเสริมการขายหลัก อยู่ในขณะนี้ ซึ่งสาระสำคัญของร่างประกาศดังกล่าวอยู่ที่การกำกับอัตราค่าบริการนอกรายการส่งเสริมการขาย หรือที่เรียกกันว่าโปรโมชั่น โดยจะมีการกำหนดให้ผู้ให้บริการสามารถคิดค่าบริการนอกโปรได้ไม่เกินอัตราขั้นสูง ดังนี้ บริการเสียงไม่เกิน 1.60 บาท/นาที บริการข้อความสั้น (SMS) ไม่เกิน 2.50 บาท/ข้อความ บริการข้อความมัลติมีเดีย (MMS) ไม่เกิน 4.50 บาท/ข้อความ และบริการอินเทอร์เน็ตไม่เกิน 0.90 บาท/เมกะไบต์

ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา กรรมการ กสทช. ด้านการคุ้มครองผู้บริโภคและส่งเสริมสิทธิเสรีภาพ กล่าวถึงประเด็นปัญหาในเรื่องค่าบริการนอกโปรฯ ว่า เป็นเรื่องที่เกิดกับผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบชำระค่าบริการรายเดือน ซึ่งต่างจะอยู่ในโปรฯ อันใดอันหนึ่งที่มีอัตราค่าบริการคงที่และมีการจำกัดปริมาณของบริการในแต่ละเดือนว่าจะโทรได้ไม่เกินกี่นาทีหรือใช้บริการอินเทอร์เน็ตหรือบริการข้อมูล (data) ได้ไม่เกินกี่ GB โดยถ้าเกิดการใช้เกินปริมาณที่กำหนดก็จะถูกคิดค่าบริการต่อหน่วยในอัตราที่แพงกว่าค่าเฉลี่ยในโปรฯ เช่น มีการคิดค่าโทรถึงนาทีละ 1.50 บาทหรือมากกว่านั้น ค่าบริการข้อมูล MB ละมากกว่า 1 บาท เป็นต้น ดังนั้น หากเดือนใดเกิดกรณีการใช้บริการที่มากกว่าปกติ ผู้ใช้บริการก็อาจพบเจอภาวะ Bill Shock คือถูกเรียกเก็บค่าบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่สูงอย่างมากในเดือนนั้น

“นี่คือที่มาหรือสาเหตุที่ทำให้ กสทช. คิดที่จะกำกับดูแลอัตราค่าบริการนอกโปร เพราะสำนักงาน กสทช. เคยรายงานให้ที่ประชุม กสทช. ทราบถึงผลสำรวจอัตราค่าบริการเฉลี่ยเปรียบเทียบระหว่างในโปรฯ กับนอกโปรฯ ของเดือนพฤษภาคม 2563 ว่า ค่าบริการเฉลี่ยนอกโปรฯ ของบริการอินเทอร์เน็ตสูงกว่าในโปรฯ ถึง 8 เท่า คือในโปรฯ อยู่ที่ 0.13 บาท/เมกะไบต์ แต่นอกโปรอยู่ที่ 1.03 บาท/เมกะไบต์ ส่วนบริการเสียง ค่าบริการเฉลี่ยนอกโปรฯ ก็สูงกว่าในโปรฯ 2.2 เท่า ค่าบริการ SMS เฉลี่ยนอกโปรฯ สูงกว่าในโปรฯ 2.7 เท่า และค่าบริการ MMS เฉลี่ยนอกโปรฯ สูงกว่าในโปรฯ 2 เท่า นอกจากนี้ ยังพบว่ามีรายการส่งเสริมการขายบางรายการที่คิดค่าบริการสูงไปกว่าค่าเฉลี่ยอย่างมากอีกด้วย เช่น บริการอินเทอร์เน็ตนอกโปรฯ มีการคิดสูงถึง 2 บาท/เมกะไบต์ หรือเท่ากับ 2,000 บาท/กิกะไบต์” ประวิทย์ ให้ข้อมูล

ประวิทย์ แสดงความเห็นว่า ในการที่จะกำกับดูแลอัตราค่าบริการนอกโปรฯ นั้น ยังมีโจทย์ที่ไม่ชัดเจนในหลายเรื่อง ยกตัวอย่าง ผู้ให้บริการใช้ฐานข้อมูลอะไรมาเป็นเกณฑ์วัดว่าผู้บริโภคใช้เกินโปรฯ เช่นในเรื่องของการโทร ที่ยังมีการนับเวลาแบบปัดเศษ ดังนั้นจำนวนนาทีที่ผู้ให้บริการนับจึงเป็นเวลาที่ไม่ได้บวกจากจำนวนนาทีและวินาทีที่โทรจริง อันทำให้ผู้ใช้บริการหรือผู้บริโภคอาจไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่ามีการใช้งานเกินโปรฯ และจึงไม่ได้ระมัดระวัง นอกจากนี้ ในการกำหนดอัตราก็ยังเป็นประเด็นว่า ทำอย่างไรที่เพดานจะไม่สูงหรือต่ำเกินไป

           “ตัวเลขที่สำนักงาน กสทช. เสนอมาตามร่างประกาศ ผมยังมองว่าสูงเกินไป ในเวทีรับฟังความคิดเห็นที่จัดขึ้น ผู้บริโภคก็เห็นว่าสูงเช่นกัน แต่ผู้ให้บริการบางรายยังบ่นว่าต่ำและขู่ว่าหากมีการกำกับอาจทำให้โปรฯ ระดับราคาไม่สูงบางอันต้องหายไป ซึ่ง กสทช. ย่อมไม่ต้องการผลกระทบเช่นนั้น เพราะในระบบโปรฯ ทุกวันนี้ ผู้บริโภคก็มีพฤติกรรมพยายามเลือกโปรให้ครอบคลุมการใช้งานตามปกติของตัวเองอยู่แล้ว ซึ่งหมายความว่าเลือกโปรฯ ที่มีความจุมากไว้ก่อน ยอมจ่ายโปรฯ ที่ใหญ่คลุมความต้องการทุกเดือน เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกเรียกเก็บค่าบริการเพิ่มนอกโปรฯ ในราคาซึ่งแพงมาก ในแง่นี้ อัตรานอกโปรฯ จึงเสมือนทำหน้าที่เป็นบทลงโทษหรือบทบังคับให้ผู้บริโภคเลือกและยอมจ่ายกับโปรฯ แบบเผื่อขาดอยู่แล้ว นี่เองอาจเป็นเหตุผลที่แท้จริงที่ผู้ให้บริการไม่อาจยอมรับอัตราค่าบริการนอกโปรฯ ที่ไม่แพง” ประวิทย์กล่าว พร้อมกันนั้นก็ได้เสนอว่า แนวทางการกำกับเรื่องนี้จึงอาจไม่ใช่เรื่องกำกับอัตรานอกโปรฯ

ประวิทย์เปิดเผยต่อไปว่า ก่อนหน้านี้ เมื่อช่วงปลายปี 2562 กสทช. ได้ออกประกาศ กสทช. เรื่อง การกำหนดและกำกับดูแลโครงสร้างอัตราค่าบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ภายในประเทศ ซึ่งมีข้อกำหนดให้ผู้ประกอบการต้องจัดให้มีรายการส่งเสริมการขายหลักขั้นเริ่มต้นที่คิดค่าบริการตามปริมาณการใช้งานจริงเป็นวินาทีและเมกะไบต์โดยไม่ปัดเศษ โดยที่มีการกำหนดอัตราค่าบริการของบริการทั้ง 4 ประเภท คือเสียง อินเทอร์เน็ต SMS และ MMS เอาไว้ทั้งหมดแล้ว นั่นคือ ไม่เกิน 0.011 บาท/วินาที 0.18 บาท/เมกะไบต์ 1 บาท/ข้อความ และ 2.45 บาท/ข้อความ ตามลำดับ

“แนวคิดของการกำหนดให้มีรายการส่งเสริมการขายหลักขั้นเริ่มต้น หรือ Basic Package นี้ ก็เพื่อที่ว่าจะได้เป็นโปรฯ พื้นฐานในกรณีหากผู้บริโภคเข้าใช้บริการใหม่และยังไม่ได้เลือกโปรฯ หรือโปรฯ เก่าที่ใช้มาหมดอายุลงและยังไม่ได้เลือกโปรฯ ใหม่มาทดแทน พูดง่ายๆ คือ ถ้ามีกรณีผู้ใช้บริการไม่ได้เลือกอยู่ในโปรฯ ใด หรือมีการหลุดจากโปรฯ ที่ใช้อยู่ ก็จะเข้าไปอยู่ในโปรฯ พื้นฐานโดยอัตโนมัติ ซึ่งเป็นโปรฯ ที่คิดค่าบริการแบบตามปริมาณการใช้งานทั้งหมด แต่เป็นราคาที่มีการควบคุมแล้ว ดังนั้นในกรณีบริการส่วนเกินจากโปรฯ หรือนอกโปรฯ ผมจึงคิดว่า หากกำหนดให้นำเข้าสู่โปรฯ พื้นฐาน ก็น่าจะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของการกำกับดูแล อย่างน้อยดีกว่ากำกับเพดานอัตราราคาแบบยอมให้แพงกว่าอัตราปกติ” นายประวิทย์นำเสนอแนวคิดเรื่องการใช้โปรฯ พื้นฐาน

“แต่ทั้งนี้ การแจ้งเตือนผู้บริโภคให้รู้ตัวก่อนที่สิทธิการใช้งานในโปรจะหมดยังเป็นเรื่องจำเป็นนะครับ เพราะบางรายอาจเลือกซื้อโปรฯ เสริม หรืออาจเลือกจำกัดการใช้งาน ก็ย่อมได้ อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้เราต้องการรับฟังความคิดเห็นจากผู้บริโภคให้มากนะครับ ดังนั้นจึงอยากเชิญชวนผู้ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ช่วยกันส่งความคิดเห็นเข้ามาเยอะๆ ซึ่งยังพอมีเวลา โดยการรับความเห็นจะเปิดจนถึงวันที่ 19 ตุลาคม ศกนี้ ส่งเข้ามาได้ทั้งทางอีเมลสำนักงาน กสทช. telco.tariff@nbtc.go.th หรือส่งไปรษณีย์ที่ สำนักงาน กสทช. เลขที่ 87 ซอยพหลโยธิน 8 ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400 หรือนำส่งด้วยตนเองก็ได้ครับ”

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์