'หมายที่ไหน ม็อบที่นั่น' กลุ่มขอนแก่นพอกันทีเดินขบวนฟังคำสั่งฟ้องคดีชุมนุมอีสานบ่ย่านเด้อ

9 ต.ค. 2563 กลุ่มขอนแก่นพอกันทีจัดกิจกรรม 'หมายที่ไหน ม็อบที่นั่น' เดินขบวนฟังคำสั่งฟ้องคดีอีสานบ่ย่านเด้อ จากการชุมนุมเมื่อ 23 ก.ค. 2563 ฐานฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ศาลอนุญาตปล่อยตัวไม่ต้องวางหลักประกัน นัดถามคำให้การ 2 ธ.ค. 2563 ระหว่างทางตำรวจพยายามขอยึดป้ายข้อความ "ปฏิรูปสถานะกษัตริย์" แต่ไม่สำเร็จ

คดีอีสานบ่ย่านเด้อมีผู้ต้องหา 5 คน ประกอบด้วย จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน, ธนภณ เดิมทำรัมย์, วชิรวิทย์ เทศศรีเมือง, พริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน, และปติวัฒน์ สาหร่ายแย้ม หรือหมอลำแบงค์ ถูกตั้งข้อหาฐานร่วมกันจัดการชุมนุมอีสานสิบ่ย่านเด้อ โดยไม่แจ้งหน่วยงานที่ควบคุมโรคติดต่อ ใช้เครื่องยายเสียงด้วยกำลังไฟฟ้าโดยไม่ได้รับอนุญาต มีผู้เข้าร่วมเป็นจำนวนมากในลักษณะมั่วสุมประชุมกัน หรือมีโอกาสแพร่เชื้อโควิด-19 และไม่ได้จัดให้มีมาตรการป้องกันโรคแก่ผู้เข้าร่วม

ม็อบเดต้าไทยแลนด์รายงานว่า เวลา 09.37 น. ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยขอนแก่นมีประชาชนเดินทางมาร่วมกิจกรรมประมาณ 30 คน ตำรวจในเครื่องแบบประมาณ 40 นาย และเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบประมาณ 10 นาย ตำรวจเจรจายึดป้ายผ้าเขียนว่า “ปฏิรูปสถานะกษัตริย์”  ที่ผู้จัดกิจกรรมเตรียมมาทั้งหมด 5 ผืน มีข้อความเช่น “ปฏิรูปสถานะกษัตริย์”, “กระเป๋าหนักมากไหม”, และ “14ตุลาคมนี้” 

เวลา 09.45 น. ตำรวจไม่น้อยกว่า 10 นายตั้งแถวสกัดไม่ให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมออกเดิน แต่ผู้เข้าร่วมยืนยันจะเดิน

เวลา 09.48 น. ขบวนเคลื่อนออกจากอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยขอนแก่น มุ่งหน้าไปที่สำนักงานอัยการจังหวัดขอนแก่นตามเส้นทางที่กำหนดไว้  100 เมตร แต่ตำรวจตั้งแถวสกัดไว้ จากนั้นตำรวจได้ใช้เครื่องเสียงประกาศให้นำป้าย “ปฏิรูปสถานะกษัตริย์” ออก 

เวลา 10.07 น. แกนนำเก็บป้ายผ้าทุกป้าย เหลือเพียงป้ายที่ตำรวจต้องการยึดและให้ผู้เข้าร่วมนั่งลงกลางถนน ต่อมามีการเจรจากันจนสามารถออกเดินไปได้ เมื่อสามารถเดินไปได้แกนนำจึงปรับขบวนให้ครอบคลุมพื้นที่ถนนเพียงฝั่งเดียวเท่านั้น มีประชาชนที่ยืนอยู่ข้างทางให้กำลังใจด้วยการชู 3 นิ้ว

เวลา 10.42 น. ที่บริเวณแยกอำมาตย์ ตัดถนนกลางเมือง ประมาณ 800 เมตรก่อนถึงสำนักงานอัยการฯ ตำรวจตั้งแถวสกัดผุ้ชุมนุมอีกครั้ง ผู้ชุมนุมไม่ยอมนั่งลงกับป้าย จากนั้นตำรวจมาพูดทำนองว่า ให้กอดป้ายไว้และปล่อยให้ออกเดินต่อไป แต่ตำรวจยังล้อมขบวนของนักกิจกรรมทั้ง 4 ด้าน โดยเริ่มเก็บป้ายที่เหลือทั้งหมด เหลือเพียงป้ายคำว่า "ปฏิรูปสถานะกษัตริย์" เท่านั้น

เวลา 10.59 น.  บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดขอนแก่นตำรวจมีการตั้งแถวและนำรถตู้ตำรวจ 4 คันมาขวางที่แยกด้านหน้า ซึ่งเหลืออีกเพียงแค่ประมาณ 100 เมตรจะถึงสำนักงานอัยการฯ

เวลา 11.02 น. รถตู้ตำรวจและขบวนตำรวจด้านหน้าประมาณ 50 นายนำขบวนมุ่งหน้าไปที่สำนักงานอัยการฯ นักกิจกรรมเก็บป้ายทั้งหมดแล้ว ขณะที่ตำรวจเริ่มเจรจาว่า ขอให้หยุดใช้เสียง 

เวลา 11.06 น. ผู้ต้องหา 3 คนคือ พริษฐ์ ชิวารักษ์, ธนภณ เดิมทำรัมย์และวชิรวิทย์ เทศศรีเมืองขึ้นไปพบอัยการก่อน ขณะที่อีก 2 คน คือ ไผ่ ดาวดิน และหมอลำแบงค์ ยังเดินทางมาไม่ถึง โดยการพบอัยการล่าช้ากว่ากำหนดการ 1 ชั่วโมง

เวลา 11.12 น. ผู้กำกับการ สภ.เมืองขอนแก่น จะขอยึดป้ายข้อความ “ปฏิรูปสถานะกษัตริย์” เพื่อทำการตรวจสอบ ระบุเหตุที่ยึดเนื่องจากต้องมีการตั้งคณะทำงาน มีการสอบปากคำและพิจารณาข้อความว่า เข้าข่ายผิดกฎหมายใด  นักกิจกรรมตั้งคำถามว่า ก่อนหน้านี้ตำรวจได้ยึดข้อความลักษณะเดียวกันไปแล้ว เหตุใดต้องยึดอีก แต่ไม่ได้รับความชัดเจน ทั้งยังถามว่า การตรวจสอบใช้ภาพก็เพียงพอแล้ว ตำรวจชี้แจงว่า ภาพจะตัดต่อได้ 

ตัวแทนอ่านข้อความบันทึกการตรวจยึดป้ายและข้อให้เปลี่ยนข้อความในบันทึกที่ระบุว่า ยึดป้ายคำว่า “ปฏิรูปสถาบันกษัตริย์” แต่ในป้ายตามจริงเขียนว่า “ปฏิรูปสถานะกษัตริย์” ขณะที่นักกิจกรรมยืนยันว่า จะไม่เซ็นในบันทึกการตรวจยึดของตำรวจ จนกว่าทนายความจะมา มีการตั้งข้อสังเกตด้วยว่า เอกสารเป็นเอกสารเปล่าไม่มีตราที่แสดงว่า เป็นเอกสารราชการ ท้ายที่สุดนักกิจกรรมไม่ได้เซ็นเอกสารดังกล่าว

เวลา 11.30 น. หมอลำแบงค์เดินทางมาถึงสำนักงานอัยการฯและปราศรัยที่หน้าป้ายสำนักงานอัยการฯ โดยมีตำรวจวางกำลังที่หน้าป้ายไว้ ก่อนจะถอนกำลังออกไปในเวลา 11.40 น. เนื้อหาการปราศรัยตอนหนึ่งบอกว่า การเข้าไปในที่สำนักงานอัยการฯวันนี้ จะเก็บประสบการณ์ออกมาเล่าว่า ได้รับการปฏิบัติอย่างไรบ้าง  ระหว่างที่หมอลำแบงค์ปราศรัยเริ่มมีกิจกรรมกินก้อยที่หน้าป้ายสำนักงานอัยการฯ 

เวลา 12.04 น. หมอลำแบงค์พยายามจะเข้าไปพบอัยการและนำก้อยที่เพิ่งปรุงเสร็จเข้าไปให้ด้วย โดยเวลานี้ประตูรั้วสำนักงานอัยการฯ ถูกปิดและมีตำรวจมาเฝ้าหน้าประตูไว้ 

เวลาประมาณ 13.00 น. จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน เดินทางมาถึงสำนักงานอัยการฯ จากนั้นมีรายงานว่า อัยการมีคำสั่งฟ้องคดีทั้ง 5 คน โดยจะนำตัวไปที่ศาลแขวงขอนแก่น ผู้ชุมนุมเคลื่อนขบวนไปที่ศาลแขวงขอนแก่น ก่อนเคลื่อนขบวนผู้ชุมนุมเริ่มเขียนป้ายผ้าใหม่ข้อความว่า “ปฏิรูปสถาบันกษัตริย์” ก่อนเคลื่อนขบวนมีการตะโกนว่า ปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ และร้องเพลงไปด้วย ระหว่างการเคลื่อนขบวนตำรวจพยายามเข้าไปพูดคุยและล้อมขบวนไปตลอด เมื่อไปถึงที่หน้าศาลแขวงขอนแก่น ทีมผู้จัดกิจกรรมเตรียมบล็อคที่ใช้พ่นสีวางไว้ที่พื้น มีข้อความว่า “อำนาจศาล” และ “อำนาจประชาชน” ตำรวจบอกว่า ไม่สามารถกระทำได้ จตุภัทร์จึงถามว่า ประเทศนี้ประชาชนทำอะไรได้บ้าง ขณะที่ทีมงานก็เริ่มพ่นสีลงพื้น

เวลา 14.00 น. ผู้ต้องหาทั้ง 5 คนเข้าไปภายในศาลแขวงขอนแก่น

เวลา 15.10 น. ศาลแขวงขอนแก่นมีคำสั่งปล่อยตัวผู้ต้องหาทั้ง 5 คน โดยไม่ต้องวางหลักทรัพย์ นัดสอบคำให้การและตรวจพยานหลักฐานวันที่ 2 ธ.ค. 2563

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์