ตร.เน้นเจรจา กรณีเสด็จฯ ใกล้ที่ชุมนุม 14 ต.ค. ประยุทธ์ติงเป็นช่วงกฐินขัดบรรยากาศกุศล

ตำรวจเตรียมดูแลการชุมนุม 14 ต.ค. 2563 เน้นเจรจากรณีขบวนเสด็จฯ ประยุทธ์ติง ไม่ควรชุมนุมช่วงกฐิน ทำลายบรรยากาศกุศล ส่วนคณะก้าวหน้าประกาศร่วมชุมนุม ขณะที่จตุพรกังวลข้อเรียกร้องปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์อาจเป็นปัญหา

8 ต.ค. 2563 'คณะราษฎร' แถลงจัดชุมนุม 14 ต.ค. 2563 ที่ ถ.ราชดำเนิน เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีลาออก เปิดประชุมวิสามัญรับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของประชาชน และปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ให้อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญตามวิถีทางประชาธิปไตย

9 ต.ค. 2563 เดอะสแตนดาร์ด รายงานว่า พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) กล่าวถึงแผนการรับมือการชุมนุมของกลุ่ม ‘คณะราษฎร’ ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 14 ต.ค. 2563 บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการประสานขออนุญาตจัดการชุมนุมดังกล่าวกับทางตำรวจ ซึ่งเป็นไปได้ว่ากลุ่มผู้ชุมนุมอาจรอถึงช่วงใกล้วันที่ 14 ต.ค. ก่อน เพราะตามกฎหมายแล้วต้องมีการขออนุญาตล่วงหน้าก่อนการชุมนุม 24 ชั่วโมง

ส่วนแผนการรับมือการชุมนุม รอง ผบ.ตร. คาดว่า จะใช้แผนดูแลความเรียบร้อยในลักษณะใกล้เคียงกับแผนการรักษาความปลอดภัยการชุมนุมเมื่อวันที่ 19-20 ก.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งตำรวจอยู่ระหว่างเฝ้าสังเกตและติดตามสถานการณ์ข่าวอย่างใกล้ชิด โดยจะเตรียมกำลังตำรวจให้เพียงพอต่อการปฏิบัติหน้าที่ ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าอาจมีการเตรียมกำลังมากกว่าปกติ เป็นเพราะต้องมีการหมุนเวียนระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ และต้องจัดวางกำลังให้สอดคล้องกับสถานการณ์จริง เช่น หากกลุ่มผู้ชุมนุมจะมีกิจกรรมเคลื่อนไหวหรือดาวกระจายไปจัดกิจกรรมในจุดอื่นๆ ก็ต้องใช้กำลังตำรวจไปดูแลความเรียบร้อย จัดการจราจรไม่ให้กระทบกับการใช้ชีวิตของประชาชนทั่วไป นอกจากนี้ยังต้องมีการกำหนดจุดตั้งด่านคัดกรอง เพื่อป้องกันการนำอาวุธเข้าพื้นที่การชุมนุม และคัดกรองโรค เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ด้วย

“ส่วนกรณีที่ในวันนัดชุมนุม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะทรงเสด็จพระราชดำเนินไปที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม เพื่อทรงตั้งเปรียญธรรม 9 ประโยค และ 6 ประโยค ที่อาจจะมีการใช้เส้นทางผ่านกลุ่มที่มีการชุมนุมนั้น เรื่องดังกล่าวตำรวจจะใช้การเจรจาเป็นหลักกับกลุ่มผู้ชุมนุม เพราะตำรวจมีหน้าที่ถวายการอารักขาพระมหากษัตริย์ให้มีความปลอดภัยสูงสุด” พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กล่าว

พล.ต.ท. ดำรงศักดิ์ ยังฝากถึงกลุ่มผู้ชุมนุมไม่ให้กระทำการที่ผิดกฎหมาย ส่วนประเด็นที่แถลงว่าจะรื้อต้นไม้บริเวณรอบอนุเสาวรีย์ประชาธิปไตยออก ก็ต้องดูว่ากิจกรรมดังกล่าวทำให้ทรัพย์สินของทางราชการเสียหายหรือไม่ เพราะหากมีทรัพย์สินเสียหาย ตำรวจก็ต้องมีหน้าที่ดำเนินการทางกฎหมาย

ด้าน มติชนออนไลน์ รายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงสถานการณ์การชุมนุมที่กำลังจะจัดวันที่ 14 ต.ค. 2563 ว่า ไม่อยากให้เกิดขึ้น ขอให้ทุกคนระมัดระวังลูกหลานให้ดี อะไรที่ไม่ถูกต้องไม่ควร ทุกคนก็ทราบดีอยู่แล้ว รัฐบาลมุ่งหวัง แต่จะทำให้บ้านเมืองสงบ ไม่ได้หวังเป็นศัตรูกับใคร ทุกคนต้องเคารพกฎหมาย ถ้าไม่ทำก็โดนอาญา มาตรา 157 ถ้าทุกคนไม่อยากโดนกระบวนการทางกฎหมายก็อย่าทำ ทุกคนทราบกฎหมายทุกตัวอยู่แล้ว ดังนั้น ต้องไปดูจุดมุ่งหมายของพวกเขาว่าทำเพื่ออะไร

“ขอขอบคุณประชาชนทุกคนที่เป็นห่วงเป็นใย และเคารพสถาบัน ก็ขออย่าตีกัน ที่ผ่านมาตั้งแต่ผมเข้ามาเป็นรัฐบาลปี 2557 ผมไม่ได้ต้องการที่จะเข้ามา แต่ขอให้ย้อนไปดูว่า เกิดสถานการณ์อะไรขึ้น แล้วผมเข้ามาแล้วเกิดอะไรขึ้นบ้าง จะว่าผมไปจำกัดสิทธิ หรือทำลายใคร ผมก็ไม่ได้ทำ เพียงแต่ปล่อยให้กระบวนการยุติธรรมทำงาน และไม่ได้ก้าวล่วง ผมก็ได้พยายามรักษาความปลอดภัย ของทั้งสองฝ่าย หลีกเลี่ยงการเผชิญหน้า ถ้าเขาไม่ไปละเมิด ไม่ไปก้าวล่วงสถาบัน หรือไม่ไปด่าใคร ก็ไม่มีปัญหา แต่ถามว่า ตอนนี้เขาทำไปเพื่ออะไร และพวกเรายอมได้หรือ ยอมตามที่เขาเสนอมาได้หรือ ที่เขาเกลียดชัง ไม่เคารพสถาบัน ทุกคนยอมหรือ ผมก็คิดว่าประเทศไทยคงอยู่ไม่ได้หรอก” นายกฯ กล่าว

เมื่อถามถึงเรื่องการชุมนุมกับเส้นทางเสด็จพระราชดำเนินไปพระบรมมหาราชวัง ในวันที่ 14 ตุลาคมนี้ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เขามีแผนอยู่แล้วในการถวายความปลอดภัย และคงมีประชาชนออกมาเฝ้ารับเสด็จจำนวนมาก จึงไม่อยากให้อีกฝ่ายหนึ่งใช้สถานการณ์ในช่วงนี้ ซึ่งเป็นเวลาอันมงคล ทำกรรมดีก็ได้ดี ทำกรรมชั่วก็ได้ชั่ว ช่วงนี้เป็นช่วงพระราชทานผ้าพระกฐิน เขาทำบุญกันทั้งประเทศ มาทำลายบรรยากาศการกุศลได้อย่างไร ไม่ควรเลย โตๆ กันแล้ว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า รัฐบาลก็เต็มที่ตนเห็นใจลูกเด็กเล็กเเดง นักศึกษาคนไทย ซึ่งวันนี้โลกยุคใหม่จะทำอย่างไรประเทศไทย เราจะเป็นอย่างเขาหรือ บริบทมันต่างกัน ฝากพวกเราทุกคนช่วยกัน ช่วยนายกฯดูแลบ้านเมือง เพื่อลูกหลานทั้งนั้น ถ้ามันลำบากวันนี้ วันหน้าก็ลูกพวกเรา อนาคตมันมีอยู่ แต่อย่าทำอนาคตให้เสียด้วยการทำอะไรที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์โดยเจตนาไม่บริสุทธิ์ ตนฝากด้วยเเล้วกัน คนไทยด้วยกัน ไม่ว่าจะใครก็เกิดในเมืองไทยทั้งสิ้น อย่าลืมแผ่นดินชาติเกิด ไม่ว่าจะมาจากไหนก็แล้วแต่ ไม่ว่าจะเป็นคนจนหรือคนรวยก็แผ่นดินผืนนี้ เขาปกป้องมาเท่าไหร่บรรพบุรุษ พระมหากษัตริย์กี่พระองค์ จนเรามีที่อยู่ตรงนี้ ซึ่งถือว่าดีที่สุดในอาเซียน แล้วจะทำลายไปทำไม

ส่วนแนวหน้ารายงานว่า ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า กล่าวว่า คณะก้าวหน้าเข้าร่วมการชุมนุมแน่นอน และมองว่าทางออกที่ดีที่สุดในตอนนี้ คือ นักศึกษาประชาชนได้ส่งเสียงความต้องการ ไม่มีครั้งไหนที่มีการเรียกร้องด้วยอุดมการณ์เดียวกันทั่วประเทศ ดังนั้น ต้องถามผู้มีอำนาจว่า พร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงหรือไม่ พร้อมที่จะรับผิดกับการกระทำที่ผ่านมา และหาทางออกกับสังคมร่วมกันหรือไม่ แต่ตนไม่ได้ถูกทาบทามให้ขึ้นเวทีปราศรัย

ขณะที่ไทยรัฐออนไลน์ รายงานว่า จตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวในเฟซบุ๊กไลฟ์ peace talk ใจความสำคัญ ระบุว่า การชุมนุม 14 ต.ค. นี้ แกนนำม็อบนักเรียน นักศึกษา แถลงเป้าหมาย 3 ข้อ ซึ่งรวมเอาข้อเรียกร้องของกลุ่มประชาชนปลดแอกและกลุ่มธรรมศาสตร์และการชุมนุมเข้าด้วยกันเป็นข้อเรียกร้องใหม่ แต่ในวันนี้ ถ้าประเทศไทยต้องการเปลี่ยนแปลงจริง ความเห็นตนคือต้องยุบสภา คืนอำนาจให้ประชาชน แล้วเลือกตั้งท้องถิ่น ส.ส. และทำประชามติในคราวเดียวกันทั้งหมดในวันเดียว

"การชุมนุม 14 ต.ค. เส้นแบ่งบางๆ ในความรู้สึกควรระมัดระวังให้มาก บางเรื่องไม่ควรทำ ดังนั้นในช่วงไม่กี่วันนี้ ควรคิดวิธีแก้ไขใหม่ เพราะจะมีพระราชพิธีที่วัดพระแก้ว พระบรมมหาราชวัง ถนนราชดำเนิน ในช่วงปกติจะเป็นเส้นทางขบวนเสด็จฯ กรณีเช่นนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วในการชุมนุมเมื่อพฤษภา 35 ผู้ชุมนุมต้องเปิดสองข้างทางให้ขบวนเสด็จฯ แล้วเปล่งเสียงทรงพระเจริญ ข้อเรียกร้องที่มีการปรับเปลี่ยนขึ้นมาใหม่สองข้อเป็นเสรีภาพ ส่วนข้อที่สามจะกลายเป็นปัญหา จึงเตือนสติว่าควรต้องคิดให้รอบคอบ เพราะจะกลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียว ขออย่าทำให้ 14 ตุลาฯ เป็น 6 ตุลาฯ" จตุพรกล่าว

ผู้สื่อข่าวไทยรัฐออนไลน์รายงานด้วยว่า หลังการถ่ายทอดสดผ่านเฟซบุ๊กจบลง มีคนเข้ามาแสดงความเห็นในลักษณะที่ว่าถ้าไม่ทำอะไรก็ให้หุบปาก

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

พื้นที่ประชาสัมพันธ์