นักวิเคราะห์ประเมินเกาหลีเหนือโชว์ขีปนาวุธใหม่ในการสวนสนาม เป็นภัยต่อสหรัฐฯ และชาวโลก

สื่อต่างประเทศตั้งข้อสังเกตกันมากเกี่ยวกับโชว์แสนยานุภาพด้านขีปนาวุธข้ามทวีปชุดใหม่ในขบวนสวนสนามครั้งใหญ่ของเกาหลีเหนือเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา นักวิเคราะห์ต่างชาติมองว่าอาจจะเป็นภัยกับสหรัฐฯ และชาวโลกได้ทั้งนี้เกาหลีใต้ก็แสดงความกังวลเกี่ยวกับอาวุธเหล่านี้และเรียกร้องให้มีการเจรจาหารือเกิดขึ้นอีกครั้ง

เมื่อ10 ต.ค.2563 ในขบวนสวนสนามเนื่องในวันครบรอบ 75 ปีการก่อตั้งพรรครัฐบาลของเกาหลีเหนือที่กรุงเปียงยางมีการพยายามแสดงแสนยานุภาพอาวุธของเกาหลีเหนือต่อสายตาชาวโลกเป็นครั้งแรก ในจำนวนยุทโธปกรณ์ที่ถูกนำมาแสดงในการสวนสนามนี้ มีชิ้นหนึ่งที่คล้ายกับขีปนาวุธข้ามทวีป (ICBM) ที่ใหญ่กว่าขีปนาวุธ ICBM ลูกอื่นๆ ก่อนหน้านี้ของเกาหลีเหนือ และมีขีปนาวุธอื่นๆ ที่อาจจะถูกเสริมสมรรถภาพให้สามารถยิงจากเรือดำน้ำได้

เรื่องนี้ทำให้เกาหลีใต้แสดงความกังวลโดยออกมาแถลงหลังจากการประชุมฉุกเฉินกับคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ ก็มีการแถลงถึงเรื่องนี้ว่าพวกเขาจะยังคงวิเคราะห์นัยสำคัญเชิงยุทธศาสตร์เกี่ยวกับเรื่องการอวดศักยภาพอาวุธใหม่ของเกาหลีเหนือต่อไป รวมถึงพิจารณาเรื่องศักยภาพในการกลาโหมของเกาหลีใต้เองด้วย

ถึงแม้ว่าจะมีนักวิเคราะห์บางส่วนมองว่ามันอาจจะเป็นแค่แบบจำลองขีปนาวุธจริงที่พวกเขากำลังพัฒนาอยู่ แต่การแสดงแสนยานุภาพในเรื่องนี้ก็แสดงให้เห็นว่าทางการเกาหลีเหนือกกำลังพยายามส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพอาวุธของตัวเองท่ามกลางการทูตการเจรจายับยั้งอาวุธนิวเคลียร์จากสหรัฐฯ

ในอีกถ้อยแถลงหนึ่งของเกาหลีใต้จากกระทรวงการต่างประเทศระบุเรียกร้องให้เกาหลีเหนือกลับคืนสู่กระบวนการเจรจาตามพันธสัญญาเดิมที่เกาหลีเหนือเคยให้ไว้เพื่อบรรลุเป้าหมายการปลดอาวุธนิวเคลียร์นำมาซึ่งสันติภาพในคาบสมุทรเกาหลี

สื่ออัลจาซีราระบุว่าความสัมพันธ์ระหว่างเกาหลีเหนือกับเกาหลีใต้ยังคงตึงเครียดท่ามกลางการเจรจานิวเคลียร์ระหว่างสหรัฐฯ กับเกาหลีเหนือที่ยังไม่คลี่คลาย

คิมจองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือกล่าวสุนทรพจน์ในพิธีสวนสนามว่าเขาจะขับเคลื่อนการใช้อาวุธนิวเคลียร์อย่างเต็มรูปแบบถ้าหากถูกคุกคาม แต่ก็หลีกเลี่ยงที่จะวิจารณ์สหรัฐฯ โดยตรง มีความเป็นไปได้ว่าการที่เกาหลีเหนือเลื่อนการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์และการทดลองขีปนาวุธวิสัยไกลออกไปก่อนโดยมาจากการตัดสินในของตัวเองแสดงให้เห็นว่า พวกเขาต้องการโอกาสที่จะมีการเจรจาทางการทูตกับสหรัฐฯ อยู่

อย่างไรก็ตามมีนักวิเคราะห์บางส่วนประเมินว่าคิมจองอึนจะทำการทดลองอาวุธครั้งใหญ่หลังจากการเลือกตั้งสหรัฐฯ ในเดือน พ.ย. ที่จะถึงนี้ เพื่อเพิ่มอำนาจเจรจาให้กับตัวเองใช้กับการเจรจาครั้งถัดไปไม่ว่าใครจะชนะการเลือกตั้งก็ตาม

ทั้งนี่้ เมลิสซา ฮันแฮม ผู้เชี่ยวชาญด้านกลาโหมวิเคราะห์ว่าทำไมการเปิดเผยอาวุธขนาดใหญ่ของเกาหลีเหนือเช่นนี้ถึงนับเป็นภัยต่อสหรัฐฯ และต่อชาวโลก ประการแรกคือมีการตั้งข้อสังเกตว่าคิมจองอึนได้สัญญาว่าจะพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์โดยใช้ข้ออ้างว่าเป็น "อาวุธในเชิงยุทธศาสตร์" รวมถึงพูดในทำนองว่าจะเล็งเป้าหมายเป็นสหรัฐฯ ถ้าหากสหรัฐฯ ยังคงรั้งรอในเรื่องเจรจาความสัมพันธ์ระหว่างเกาหลีเหนือกับสหรัฐฯ แต่ก็เป็นไปได้ว่าการจ้องที่จะใช้อาวุธถ้าหากการเจรจาไม่เป็นผลสำเร็จนั้นเป็นสิ่งที่คิมจองอึนพูดโดยเล็งผลแบบมัดมือชกไว้แต่แรกแล้ว

ประการต่อมาคือการที่เกาหลีเหนือเคยทดลองขีปนาวุธจข้ามทวีปมาแล้ว 2 ครั้งในปี 2560 คือ ฮวาซอง-14 และฮวาซอง-15 ที่ยิงได้ระยะทางไกล 10,000 กม. และ 13,000 กม. ตามลำดับ สำหรับขีปนาวุธ ฮวาซอง-15 นั้นมีพิสัยมากพอในการที่จะยิงถึงประเทศสหรัฐฯ ส่วนขีปนาวุธใหม่ที่นำมาโชว์ในการสวนสนามล่าสุดนี้ เป็นอาวุธที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางและความยาวมากกว่า ฮวาซอง-15 เคลื่อนที่โดยอาศัยเชื้อเพลิงเหลวสองขั้นตอน โดยที่ยังไม่มีการทดสอบพิสัย แต่ก็เป็นไปได้ว่าการออกแบบเช่นนี้แสดงให้เห็นว่าพวกเขาไม่จำเป็นต้องเพิ่มพิสัยการเคลื่อนสู่เป้าหมายของขีปนาวุธของพวกเขาอีกแล้ว จึงหันมาเน้นการเพิ่มหัวรบนิวเคลียร์ให้ได้มากที่สุดภายในขีปนาวุธลูกเดียว

การที่เกาหลีเหนือเน้นบรรจุหัวรบให้ได้มากที่สุดนั้นจะทำให้ระบบป้องกันขีปนาวุธของสหรัฐฯ ลำบากเพราะเวลารับมือกับหัวรบชุดหนึ่งพวกเขาต้องยิงขีปนาวุธเข้าสกัดหัวรบทีละหลายๆ ลูกพร้อมกัน นอกจากนี้ยังดูเหมือนว่าเกาหลีเหนือยังต้องการพัฒนา "ขีปนาวุธกลับสู่ชั้นบรรยากาศแบบแยกเป้าโจมตีได้หลายหัวรบ" หรือ MIRV ในแบบที่สหรัฐฯ มีด้วย ซึ่งขีปนาวุธจำพวกนี้จะทำให้พวกเขาสั่งหัวรบโจมตีแบบแยกเป้าหมาย

ประการที่สามคือ ในขณะที่ยังไม่มีความแน่นอนว่าเกาหลีเหนือจะออกแบบขีปนาวุธที่เหลือไปในแนวทางใด แต่ตัวรถบรรทุกขีปนาวุธเองก็ชวนให้เกิดความกังวล สิ่งหนึ่งที่เป็นข้อจำกัดการใช้ขีปนาวุธของเกาหลีเหนือคือจำนวนของเครื่องยิงขีปนาวุธที่พวกเขามี จากเดิมที่สหรัฐฯ ประเมินไว้คือเกาหลีเหนือจะสามารถยิงขีปนาวุธพิสัยไกลได้มากที่สุดครั้งละ 12 ลูกเท่านั้นจากเครื่องยิง 6 เครื่องที่มี โดยที่เกาหลีเหนือต้องอาศัยนำเข้ารถบรรทุกงานหนัก WS51200 จากจีนเพื่อมาใช้ในการนี้ ซึ่งการยิงได้ทีละจำนวนน้อยจะสามารถทำให้สกัดกั้นได้ง่ายขึ้น อย่างไรก็ตามในการสวนสนามครั้งล่าสุดนี้มีรถบรรทุกขีปนาวุธปรากฏให้เห็นมากกว่า 6 คันเป็นครั้งแรก นั่นหมายความว่าเกาหลีเหนือจะต้องสร้างโรงงานผลิตรถบรรทุกงานหนักเหล่านี้ขึ้นมาเองได้โดยไม่ต้องพึ่งการนำเข้า

ผู้ที่วิเคราะห์ในเรื่องเหล่านี้คือ ฮันแฮม ผู้เชี่ยวชาญด้านอาวุธทำลายล้างอานุภาพสูงและรองผู้อำนวยการโครงการศึกษาเกี่ยวกับอาวุธนิวเคลียร์ โอเพนนิวเคลียร์เน็ตเวิร์ก เธอระบุอีกว่าสาเหตุที่เกาหลีเหนือผลิตอาวุธทำลายล้างใหม่ในปีที่ผู้คนดิ้นรนเป็นเพราะพวกเขาต้องการส่งสารถึงชาวโลกว่าอย่าดูถูกรัฐ และผู้นำอย่างพวกเขา หรือความสามารถทางเทคโนโลยีของพวกเขา

 

เรียบเรียงจาก

South Korea concerned over North’s display of new weaponry, Aljazeera, 11-10-2020

North Korea: What we know about the 'massive' new missile on parade, BBC, 12-10-2020

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์