ตำรวจเตือนให้ยุติชุมนุมเที่ยงคืน นายกฯ ระบุ 14 ต.ค. ชุมนุมไม่สงบ

นายกรัฐมนตรีมอบนโยบายให้ตำรวจดำเนินการกับผู้ขัดขวางขบวนเสด็จพระราชดำเนิน ระบุชุมนุม 14 ต.ค. เป็นการชุมนุมโดยไม่สงบ บ่อนทำลายการบริหารราชการแผ่นดิน และความสงบสุขของประชาชน ด้านตำรวจเตือนผู้ชุมนุม "คณะราษฎร" ยุติการชุมนุมเที่ยงคืน มิเช่นนั้นจะถือว่าฝ่าฝืนกฎหมายจะต้องถูกดำเนินคดี

นายกรัฐมนตรีมอบนโยบายให้ตำรวจดำเนินการกับผู้ขัดขวางขบวนเสด็จพระราชดำเนิน

เวลา 23.05 น. นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่าวันนี้ (14 ต.ค.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้มอบนโยบายให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการกับผู้ที่ขัดขวางขบวนเสด็จพระราชดำเนิน และผู้ที่กระทำอื่นใดในลักษณะที่เป็นการหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยจะต้องถูกดำเนินการตามกฎหมายอย่างเฉียบขาดโดยไม่ละเว้น โดยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีระบุว่าการชุมนุมที่เกิดขึ้นในวันที่ 14 ต.ค. เป็นการชุมนุมโดยไม่สงบ บ่อนทำลายการบริหารราชการแผ่นดิน และความสงบสุขของประชาชน

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่านายกรัฐมนตรียังแสดงความห่วงใยผู้ที่เข้าร่วมชุมนุมในวันนี้โดยเฉพาะเยาวชนและนักศึกษา จึงขอให้พ่อแม่ ผู้ปกครองได้เรียกลูกหลานกลับบ้าน เพื่อความปลอดภัยและหลีกเลี่ยงจากอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นได้จากสถานการณ์ที่เป็นอยู่ในขณะนี้

ตำรวจแถลงเตือนให้ผู้ชุมนุม "คณะราษฎร" ยุติการชุมนุมเที่ยงคืน

พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น. (ซ้าย) และ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ขวา) แถลงคืนวันที่ 14 ต.ค. 63 (ที่มา: NBT)

เวลา 23.30 น. พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แถลงข่าวจากกองบัญชาการตำรวจนครบาล เตือนให้กลุ่มผู้ชุมนุมยุติการชุมนุมภายในเวลาเที่ยงคืน 

โดยระบุว่าตั้งแต่วันที่ 13 ตุลาคม จนถึงปัจจุบัน กลุ่มผู้ชุมนุมได้แสดงพฤติกรรมที่ละเมิดต่อกฎหมายบ้านเมือง ยุยงปลุกปั่นให้ประชาชนร่วมกระทำผิด อาทิ เมื่อวาน (13 ต.ค.) ได้มั่วสุม ใช้กำลังประทุษร้ายเจ้าพนักงาน รวมถึงชุมนุมที่มิชอบด้วยกฎหมาย เป็นความผิดซึ่งหน้า ส่งผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชน รู้สึกไม่ปลอดภัย ไม่ได้รับความสะดวกในการใช้พื้นที่ต่างๆ การกระทำดังกล่าวเป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพประชาชนทั่วไป 

ทางตำรวจมีการดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ชุมนุมมาหลายครั้ง แต่ก็ยังทำผิดซ้ำๆ ไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย และยังไปชุมนุมในพื้นที่หวงห้าม ปิดล้อมทำเนียบรัฐบาล ซึ่งตำรวจได้สั่งให้ยกเลิกตั้งแต่ 22.00 น. แต่กลุ่มผู้ชุมนุมก็ยังฝ่าฝืนประกาศจนถึงตอนนี้

ทั้งนี้ พ.ต.อ.กฤษณะ ระบุว่า บริเวณด้านหน้าของทำเนียบรัฐบาลที่เป็นพื้นที่ชุมนุมนั้น ตามมาตรา 7 พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ ห้ามชุมนุมในทำเนียบรัฐบาล และภายในรัศมี 50 เมตร ในความจำเป็นเพื่อประโยชน์การรักษาความปลอดภัยสาธารณะ ตำรวจได้ประชาสัมพันธ์แล้วว่าการชุมนุมบริเวณดังกล่าวไม่สามารถทำได้ หากมีการฝ่าฝืนจะมีความผิดจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท นอกจากนี้ก็บังคับใช้กฎหมายอื่นๆ ซึ่งท่านทราบดีว่าอะไรทำได้ อะไรทำไม่ได้

ทั้งนี้รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติประเมินว่าจนถึงเวลาที่แถลงนั้นมีผู้ชุมนุมรอบทำเนียบรัฐบาลราว 8,000 คน

ต่อคำถามของผู้สื่อข่าวเรื่องการขัดขวางขบวนเสด็จ (ชมคลิปช่วงชี้แจง) พ.ต.ท.กฤษณะ ตอบว่าเดี๋ยวคงต้องไปดู ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงาน พร้อมกล่าวว่า "ขอนำเรียนว่า ในบางครั้งการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายอย่างเดียวไม่พอ ต้องดูความเหมาะสมหรือไม่อย่างไรด้วย เพราะถ้าเราจะบอกว่าสามารถทำได้ตามกฎหมาย แต่อาจเกิดความไม่เหมาะสม มันก็อาจไม่เหมาะสมที่จะทำ ก็ต้องดูหลายส่วน ดูตามสถานการณ์ที่พัฒนาไป" พร้อมปฏิเสธการไล่เช็คบิลผู้ชุมนุมภายหลัง โดยจะพิจารณาใช้กฎหมายเมื่อถึงจุดที่ต้องบังคับใช้กฎหมาย

พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวด้วยว่าตำรวจเน้นหลักเจรจากับผู้ชุมนุมด้วยความสันติโดยตลอด ไม่อยากให้เกิดภาพความรุนแรง การบังคับใช้กฎหมายเป็นไปตามพัฒนาการของสถานการณ์และไม่มีสูตรตายตัว และทำตามที่กฎหมายให้อำนาจหน้าที่กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ด้าน พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น. กล่าวว่า บช.น. ได้ดำเนินการกับผู้ชุมนุมมาตั้งแต่วันที่ 13 ตุลาคม และวันนี้ยังละเมิดกฎหมายอย่างต่อเนื่อง ทาง บช.น. จึงขอเตือนให้ยุติการชุมนุม และเดินทางกลับบ้าน หากชุมนุมอยู่ถือว่าละเมิดกฎหมาย ส่วนจะสลายการชุมนุมหรือไม่ ต้องให้ผู้บังคับบัญชาเป็นผู้ตัดสินใจ

พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวเสริมว่าส่วนการดำเนินคดีตามกฎหมายจะถึงขั้นการสลายการชุมนุมหรือไม่นั้น ตอนนี้ยังไม่สามารถตอบได้ ขึ้นอยู่กับบริบทของสถานการณ์ และขั้นตอนของกฎหมาย จึงขอประกาศเตือนให้ผู้ชุมนุมแยกกันกลับบ้านไปปฏิบัติภารกิจของตนเองไม่เช่นนั้นจะถือว่าฝ่าฝืนและทำผิดกฎหมายจะต้องถูกดำเนินคดี

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

พื้นที่ประชาสัมพันธ์