'ประยุทธ์' ขอบคุณทุกฝ่าย ชี้ปฏิบัติตามหลักสากล ตำรวจยืนยันไม่ได้ใช้กระสุนยาง-แก๊สน้ำตา

'ประยุทธ์' ขอบคุณทุกฝ่าย ยืนยันเจ้าหน้าที่ปฏิบัติตามหลักสากลทุกประการ - ด้านตำรวจยืนยันไม่มีการใช้กระสุนยางและแก๊สน้ำตากระชับพื้นที่ผู้ชุมนุม ระบุสารเคมีผสมน้ำไม่มีอันตราย ใช้เพื่อระบุตัวผู้ชุมนุมดำเนินคดีในอนาคต

เมื่อคืนวันที่ 16 ต.ค. 2563 อนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย ประชาชนทุกกลุ่ม และผู้ชุมนุมที่ให้ความร่วมมือกับทางเจ้าหน้าที่ของรัฐในการยุติการชุมนุม

ทั้งนี้เมื่อวานที่รัฐบาลได้ออกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงเพื่อความสงบเรียบร้อยในเขตกรุงเทพมหานคร

แต่ก็ยังมีการชุมนุมเมื่อช่วงหัวค่ำ รัฐบาลจึงมีความจำเป็นที่จะต้องดำเนินการเพื่อบังคับใช้กฎหมายด้วยความเหมาะสม ในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจในครั้งนี้ ได้ดำเนินการโดยใช้อุปกรณ์และขั้นตอนตามหลักสากลทุกประการ โดยขั้นแรกเป็นการประกาศขอความร่วมมือมวลชนให้ยุติการชุมนุมและถอยออกจากพื้นที่ แต่หลังจากที่ไม่เป็นผลสำเร็จ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงจำเป็นต้องใช้วิธีการฉีดน้ำผสมสีที่ไม่เป็นอันตราย (เพื่อยืนยันตัวตนของกลุ่มผู้เข้าร่วมชุมนุม)

ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีได้กำชับอย่างหนักแน่นให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายหลีกเลี่ยงการใช้ความรุนแรงในการปฏิบัติหน้าที่ต่อผู้ชุมนุมในทุกกรณี

อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีขอย้ำ รัฐบาลพร้อมที่จะทำให้สังคมกลับคืนสู่สภาวะปกติโดยเร็วที่สุด นำความสงบสุขกลับมาสู่ประเทศ และเดินหน้าแก้ปัญหาที่เป็นทางออกของทุกฝ่ายร่วมกันภายใต้ขอบเขตของกฎหมาย และขอให้ประชาชนทุกคนร่วมมือร่วมใจกันฟันฝ่าอุปสรรคปัญหาต่าง ๆ ไปด้วยกัน

ตำรวจยืนยันไม่มีการใช้กระสุนยางและแก๊สน้ำตากระชับพื้นที่ผู้ชุมนุม ระบุสารเคมีผสมน้ำไม่มีอันตราย ใช้เพื่อระบุตัวผู้ชุมนุมดำเนินคดีในอนาคต

ด้าน พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แถลงผลการสลายการชุมนุมบริเวณแยกปทุมวัน ว่าเนื่องจากเป็นการชุมนุมโดยมิชอบด้วยกฎหมาย มีการฝ่าฝืนประกาศสถานการฉุกเฉินร้ายแรงในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยยืนยันว่าตำรวจได้ดำเนินการตามขั้นตอนจากเบาไปหาหนักเป็นไปตามหลักสากลอย่างเคร่งครัด มีการประกาศด้วยวาจาหลายครั้งให้ยุติการชุมนุมและให้ออกจากพื้นที่ แต่ผู้ชุมนุมยังคงฝ่าฝืนไม่ปฎิบัติตาม เจ้าหน้าที่จึงจำเป็นต้องเข้าควบคุมด้วยการใช้อุปกรณ์เครื่องมือต่างๆ ที่มีความเหมาะสม จำเป็นและได้สัดส่วน

ส่วนที่มีการใช้น้ำผสมสีและสารเคมี ฉีดใส่กลุ่มผู้ชุมนุมนั้น มีวัตถุประสงค์เพื่อแยกแยะระหว่างตัวกลุ่มผู้ชุมนุมในการดำเนินคดีในอนาคต เป็นสารที่ไม่ได้มีอันตรายแต่อย่างใดซึ่งเป็นหลักสากลที่ต่างประเทศก็ใช้ สำหรับสารเคมีที่ผสมลงไปในน้ำ เพื่อระงับยับยั้งและให้กลุ่มผู้ชุมนุมล่าถอยออกไป อาจจะส่งผลต่อผิวหนังระคายเคืองมีอาการแสบ สามารถใ้ช้น้ำเปล่าล้าง เพื่อบรรเทาอาการได้ ไม่เกิดอันตรายแต่อ​ย่างใด พร้อมระบุว่า จากการปฏิบัติในช่วงเย็นทำให้กลุ่มผู้ชุมนุมและตำรวจบาดเจ็บหลายราย ตนขอแสดงความเสียใจกับมวลชนที่ได้รับบาดเจ็บด้วย

ด้าน พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวยืนยันว่าตำรวจไม่มีการใช้แก๊สน้ำตาหรือกระสุนยางในการเข้าสลายการชุมนุมตามที่มีการแชร์ในโชเชียลมีเดีย พร้อมยืนยันตำรวจมีการเตรียมความพร้อมกรณีกลุ่มผู้ชุมนุมประกาศจะชุมนุมในวันพรุ่งนี้ (17ต.ค.) ทั้งการเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ในการดูแลการชุมนุม ซึ่งยืนยันว่าการชุมนุมไม่สามารถทำได้แนวทางจากนี้ไป หลังจากที่มีการชุมนุมอีกเราก็จะมีมาตราการคู่ขนานกันไป หลังจากที่มีการประกาศใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉินฯ

สำหรับปฎิบัติในวันนี้​มีการควบคุมตัวผู้​ชุมนุมบางส่วนที่ทำผิดกฎหมายแต่ยังไม่รับรายงาน ซึ่งจะมีการแจ้งให้ทราบต่อไป

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

พื้นที่ประชาสัมพันธ์