'สถาบันปรีดี-ค่ายอาสาพัฒนาชนบท มธ.' ออกแถลงการณ์ประณามการสลายชุมนุม 16 ต.ค.

17 ต.ค. 2563 สถาบันปรีดี พนมยงค์ ขอเผยแพร่แถลงการณ์ต่อสถานการณ์ชุมนุม ฉบับที่ 2 ระบุว่าจากสถานการณ์การชุมนุมที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ปรากฎว่าได้มีการใช้กำลังเข้าสลายการชุมนุม การละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชนอย่างร้ายแรง การบังคับใช้กฎหมายที่ไม่เป็นธรรม ตลอดจนการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง ทั้งที่ไม่ได้มีเหตุการณ์ร้ายแรงและประชาชนได้ชุมนุมกันอย่างสงบสันติปราศจากอาวุธ

สถาบันปรีดี พนมยงค์ ขอย้ำอีกครั้งว่า “การเรียกร้องให้ปวงชนชาวไทยได้คืนสิทธิประชาธิปไตยสมบูรณ์นั้น เป็นการต่อสู้โดยชอบธรรม” ขอให้ทุกฝ่ายเคารพเจตจำนงและการแสดงออกทางการเมืองของประชาชน และประณามการใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบ รวมถึงกลุ่มบุคคลใด ๆ ที่สนับสนุนให้เกิดความรุนแรงขึ้น สิทธิเสรีภาพในการชุมนุมอย่างสันติ เป็นสิทธิโดยชอบตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ เจ้าหน้าที่รัฐมีหน้าที่ในการให้หลักประกันและคุ้มครองความปลอดภัยแก่ผู้ชุมนุมและงดใช้มาตรการรุนแรงในทุกรูปแบบ รัฐบาลจะต้องยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง ซึ่งเป็นการใช้ความรุนแรงผ่านอำนาจรัฐ จำกัดสิทธิเสรีภาพของประชาชน และละเมิดต่อหลักนิติรัฐและส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจอย่างร้ายแรง

สถาบันปรีดี พนมยงค์ ห่วงใยในสวัสดิภาพและความปลอดภัยของผู้ที่อยู่ในพื้นที่การชุมนุมทั้งหมด และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าทุกฝ่ายจะร่วมกันหาทางออกด้วยสันติวิธีโดยเร็ว ไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีก ทั้งนี้ โดยผู้มีอำนาจจะต้องลดละการเห็นแก่ผลประโยชน์ส่วนตน และรับฟังเสียงเรียกร้องของประชาชน อันนับเป็นจุดเริ่มต้นแห่งการแก้ไขปัญหาในระบอบการเมืองที่เป็นอยู่

เครือข่ายค่ายอาสาพัฒนาชนบท มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ประณามการกระทำของรัฐบาลไทย ที่ใช้ความรุนแรงต่อประชาชน ในการสลายการชุมนุมในวันที่ 16 ต.ค. 2563

ด้าน เครือข่ายค่ายอาสาพัฒนาชนบท มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ วิทยาเขตท่าพระจันทร์ ออกแถลงการณ์ร่วม ขอประณามการกระทำของรัฐบาลไทย ที่ใช้ความรุนแรงต่อประชาชน ในการสลายการชุมนุมในวันที่ 16 ต.ค. 2563

สืบเนื่องจากการที่นายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ จันทร์โอชา ลงนามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรงในเขตท้องที่กรุงเทพมหานคร ฉบับที่2 ซึ่งมีผลบังคับใช้จนถึงวันที่ 13 พฤศจิกายน 2563 จนมีการใช้กำลังสลายเข้าการชุมนุมในวันที่ 16 ตุลาคม 2563 ต่อเนื่องกว่า 5 ชั่วโมง เป็นเหตุให้มีผู้ถูกจับกุมอย่างน้อย 12 คน เป็นการใช้อำนาจที่ไม่ได้สัดส่วน ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความรุนแรง ขัดต่อหลักนิติรัฐและนิติธรรม และละเมิดสิทธิมนุษยชนของประชาชน

ดังนั้น ค่ายอาสาพัฒนาชนบท ในฐานะกลุ่มกิจกรรมของนักศึกษาที่มุ่งทำงานเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงในสังคม ขอยืนยันในจุดยืนที่ว่าการพัฒนาจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง เปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างเป็นประชาธิปไตย ภาคส่วนต่างๆต้องเข้าถึงโอกาสได้อย่างเท่าเทียม การทำงานเพื่อสิทธิตามปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน เรื่องสิทธิที่จะมีสัญชาติ สิทธิที่จะได้รับการดูแลและคุ้มครองจากรัฐ สิทธิในการมีคุณภาพชีวิตที่ดี สิทธิในการศึกษา การมีส่วนร่วมทางวัฒนธรรม ซึ่งค่ายอาสาพัฒนาชนบทพยายามผลักดันมาตลอด จะไม่สามารถบรรลุเป้าประสงค์ได้ หากขาดการเมืองการปกครองที่เป็นประชาธิปไตย ส่งเสริมเสรีภาพในการแสดงออก ผลักดันการเข้าถึงโอกาสอย่างเท่าเทียม เป็นที่ประจักษ์ชัดว่า การพัฒนาจะไม่สามารถเกิดขึ้นได้ หากขาดกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน 

ค่ายอาสาพัฒนาชนบทรายชื่อตามแนบท้ายแถลงการณ์ ขอเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินมาตรการต่อผู้ชุมนุมตามหลักการดังนี้

1. กติกาสากลระหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (International Covenant on Civil and Political Rights: ICCPR) ซึ่งประเทศไทยเป็นรัฐภาคี ข้อที่ 9 (1) บุคคลทุกคนมีสิทธิในเสรีภาพและความปลอดภัยของร่างกาย บุคคลจะถูกจับกุมหรือควบคุม โดยอำเภอใจมิได้ บุคคลจะถูกลิดรอนเสรีภาพของตนมิได้ ยกเว้นโดยเหตุและโดยเป็นไปตามกระบวนการที่ บัญญัติไว้ในกฎหมาย ข้อที่ 10 (1) บุคคลทั้งปวงที่ถูกลิดรอนแสรีภาพต้องได้รับการประติบัติด้วยความมีมนุษยธรรม และความเคารพในศักดิ์ศรีแต่กำเนิดแห่งความเป็นมนุษย์ และข้อที่ 21 สิทธิในการชุมนุมโดยสงบย่อมได้รับการรับรอง การจำกัดการใช้สิทธินี้จะกระทำมิได้นอกจากจะกำหนดโดยกฎหมายและเพียงเท่าที่จำเป็นสำหรับสังคมประชาธิปไตย เพื่อประโยชน์แห่งความมั่นคงของชาติ หรือความปลอดภัย ความสงบเรียบร้อย การสาธารณสุข หรือศีลธรรมของประชาชนหรือการคุ้มครองสิทธิและ เสรีภาพของบุคคลอื่น

2. หลักการพื้นฐานว่าด้วยการใช้กำลังและอาวุธโดยเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย (Basic Principles of the Use of Force and Firearms by Law Enforcement Officials) ที่รับรองโดยสหประชาชาติครั้งที่ 8 ว่าด้วยการป้องกันอาชญากรรมและการปฏิบัติต่อจำเลย ข้อ 12 กำหนดว่า ประชาชนมีสิทธิเข้าร่วมการชุมนุมสาธารณะที่ชอบด้วยกฎหมายและโดยสงบ ซึ่งถ้าหากมีการใช้กำลังของเจ้าหน้าที่รัฐ การใช้กำลังนั้นก็จะต้องเป็นไปอย่างจำกัด ตามหลักการ ที่ว่า หากเป็นการชุมนุมที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายแต่ไม่ก่อให้เกิดความรุนแรง เจ้าหน้าที่ของรัฐต้องหลีกเลี่ยงการใช้กำลัง หรือหากไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ให้ใช้เท่าที่จำเป็น หากเป็นการชุมนุมที่ก่อให้เกิดความรุนแรง เจ้าหน้าที่ของรัฐ อาจใช้อาวุธได้ หากไม่สามารถใช้มาตรการอื่นที่อันตรายน้อยกว่านี้ได้
 
3. หลักปฏิบัติสำหรับเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย (Code of Conduct for Law Enforcement Officials) ข้อ 2 กำหนดว่า ในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐนั้น เจ้าหน้าที่จะต้องเคารพและคุ้มครองศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และสิทธิมนุษยชนของบุคคลทุกคน และในข้อ 3 ได้ระบุว่า การใช้กำลังของเจ้าหน้าที่รัฐจะกระทำได้เฉพาะกรณีที่จำเป็นอย่างยิ่งและเพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติหน้าที่เท่านั้น

4. แนวปฏิบัติด้านสิทธิมนุยชนของสหประชาชาติว่าด้วยการใช้อาวุธที่มีความร้ายแรงต่ำในการบังคับใช้กฎหมาย (United Nations Human Rights Guidance on Less-Lethal Weapons in Law Enforcement) ของ สำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ

5. การปฏิบัติต่อเด็กและเยาวชนที่เข้าร่วมชุมนุมต้องเป็นไปตามกฏหมายว่าด้วยการพิจารณาคดีเด็กและเยาวชน และพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 

ค่ายอาสาพัฒนาชนบท มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ วิทยาเขตท่าพระจันทร์ ขอยืนยันที่จะไม่นิ่งเฉยต่อการกระทำความรุนแรงโดยรัฐ การกลั่นแกล้งด้วยกระบวนการยุติธรรม การฟ้องปิดปาก (Strategic Lawsuit Against Public Participation: SLAPP) เราสนับสนุนเสรีภาพในการแสดงออก การแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และการเคารพสิทธิมนุษยชน ในฐานะนักศึกษาและพลเมืองที่รัฐมีหน้าที่ต้องปกป้องคุ้มครอง 

องค์กรร่วมลงนาม
1. อาสาท่าพระจันทร์:เพื่อประชาชน (ASA TRAPHACHAN)
2. ศิลป์พิเศษอาสา (BASIC CAMP)
3. นวัตกรรมอาสาพัฒนาชนบท (CIT ASA)
4. ค่ายอาสาพัฒนาชนบท โครงการปริญญาตรีบริหารธุรกิจ หลักสูตร นานาชาติ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (BBA CAMP)
5. อาสาไออาร์พัฒนายั่งยืน (ASA IR)
6. ค่ายอาสาพัฒนาชนบท LL.B. (LL.B. Volunteer Camp)
7. ค่ายอาสาพัฒนาชนบทอินเตอร์แคมป์ (Intercamp)
8. ค่ายอาสาพัฒนาชนบท คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (BE CAMP)
9. ค่ายอาสาพัฒนาชนบท IBMP CAMP

 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์