สภาฯ มีมติเปิดประชุมวิสามัญ - เพื่อไทย ก้าวไกลร้องหยุดใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ

'ชวน' มีหนังสือมติที่ประชุมสภาถึงประยุทธ์ให้เปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญ เพื่อไทยและก้าวไกลเรียกร้องยุติการใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ก้าวไกลชี้สถานการณ์ตอนนี้เป็น "รัฐประหารเงียบ" ประยุทธ์รับรัฐบาลมีแนวคิดเปิดประชุมวิสามัญอยู่แล้วและตอนนี้ยังไม่มีการเพิ่มมาตรการกับผู้ชุมนุมและยังไม่ขยายพื้นที่การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน

ไทยรัฐออนไลน์ รายงานว่า 10.50 น. วันที่ 19 ต.ค. 2563 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แถลงภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ครั้งที่ 4/2563 ว่า รู้ว่าทุกคนเป็นห่วงเป็นใยบ้านเมือง รัฐบาลเองก็ไม่ได้นิ่งนอนใจในเรื่องเหล่านี้ วันนี้ทราบว่าสภาฯ จะมีการหารือในเรื่องการเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญ ซึ่งรัฐบาลมีความคิดนี้อยู่แล้วในขณะนี้ เพื่อให้เกิดการทำความเข้าใจกันในสภา รัฐบาลจำเป็นต้องทำหน้าที่ตรงนี้ ไม่ได้ทำตามแรงกดดันของใคร เพราะรัฐบาลมีแนวคิดอย่างนี้อยู่แล้ว เพื่อที่จะนำข้อเท็จจริงมาพูดกันในสภา เป็นกลไกของรัฐสภา ในส่วนนี้มี 2 กลไก คือ เรื่องการเปิดสภา ซึ่งเป็นหน้าที่ของประธานสภา และรัฐบาลก็เป็นอีกส่วนหนึ่ง

พล.อ.ประยุทธ์ ยืนยันด้วยว่าสนับสนุนการเปิดรัฐสภาให้มีการพิจารณาร่วมกัน นำข้อเท็จจริงมาพูดจา ดีกว่าจะให้ฟังฝ่ายหนึ่งฝ่ายเดียว และเพื่อลดความขัดแย้งลงไปให้ได้มากที่สุด เพราะประเทศไทยมีปัญหาอยู่หลายประการ รัฐบาลจำเป็นต้องมีบทบาทนำในเรื่องเหล่านี้ และเรื่องการเปิดประชุมสภาจะมีการหารือในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันพรุ่งนี้ด้วยเพื่อเตรียมการให้พร้อม เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าจะมีประเด็นเรื่องสถานการณ์ในปัจจุบัน หรือการแก้รัฐธรรมนูญ ซึ่ง นายกรัฐมนตรี ตอบว่า “ก็คอยดูแล้วกัน” ส่วนคำถามว่าจะมีการเพิ่มมาตรการกับผู้ชุมนุม หรือขยายพื้นที่การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ไม่มี ยังไม่มีการขยายพื้นที่อะไรทั้งสิ้น

“ก็เห็นว่ารัฐบาลพยายามประนีประนอมมากที่สุดแล้ว ขอไม่กี่อย่างเอง อย่ากระทำความผิด ทำลายทรัพย์สินราชการ ทำลายทรัพย์สินประชาชน สิ่งสำคัญที่สุดคือระมัดระวังการกระทบกระทั่งกันในกลุ่มผู้ชุมนุม เมื่อวานก็มีเหตุขึ้นมาแล้ว ทะเลาะกันเอง ตีกันเองอีก อะไรเหล่านี้ก็ขอให้ระมัดระวังให้มากที่สุด แต่ประเด็นที่รัฐบาลจำเป็นต้องทำคือเรื่องการของปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นหน้าที่ของคนไทยทุกคนที่ต้องดำเนินการในเรื่องเหล่านี้ ขอร้องกันเรื่องไม่กี่เรื่องนี่แหละ แล้วก็ขอให้เป็นการชุมนุมโดยสงบ รัฐบาลก็ผ่อนคลายไปบ้างแล้ว การใช้กำลังต่างๆ ก็พยายามหลีกเลี่ยงให้มากที่สุด แต่ก็ขออย่าให้มีการสร้างสถานการณ์ให้นำไปถึงจุดนั้นก็แล้วกัน”

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า มีการสั่งการไม่ให้ใช้กำลังเหมือนวันที่ 16 ต.ค. แล้วใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี ตอบกลับว่า ก็เป็นเรื่องของคณะกรรมการพิจารณาอยู่ และเมื่อมีการกล่าวถึงการดำเนินการกับกลุ่มผู้ชุมนุมของกลุ่มต่างๆ ที่ผ่านมาในอดีต พล.อ.ประยุทธ์ มีอาการฉุนก่อนตอบว่า “มันคนละเรื่อง คนละเวลา คนละสถานการณ์ คนละรัฐบาล อย่ามาถามรัฐบาลผม แต่ก่อนนี้รัฐบาลใคร รัฐบาลผมหรือเปล่า” อย่างไรก็ตามในช่วงท้ายนายกรัฐมนตรีย้ำว่า ยังไม่มีการพูดถึงเรื่องการประกาศเคอร์ฟิว บอกหลายครั้งว่ายังไม่มี

ก้าวไกลระบุประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเป็นรัฐประหารเงียบ

ทางด้านพรรคก้าวไกลมีการเรียกร้องให้รัฐบาลยุติการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยเผยแพร่การแถลงข่าวของชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล ผ่านเฟซบุ๊กของพรรคว่า

“ถ้ายังไม่ยกเลิกสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายเเรง จะมีการใช้อำนาจแบบนี้ขึ้นไปเรื่อยๆ นี่เป็นสัญญาณที่บอกว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หมดอำนาจ หมดความชอบธรรมที่จะปกครองประเทศนี้เเล้ว ท่านจะต้องพิจารณาตัวเองเพื่อให้สถานการณ์ทางการเมืองคลี่คลายลง”

ชัยธวัช กล่าวอีกว่าการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ถือว่าเป็นการ ‘รัฐประหารเงียบ’ ซึ่งในวันนี้ได้มีการใช้อำนาจอย่างเห็นได้ชัดว่าทำให้สถานการณ์ปัจจุบันไม่ต่างหลังจากการมีรัฐประหาร มีการออกข้อกำหนดให้อำนาจเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัว เรียกบุคคลใดก็ได้มารายงานตัว รวมถึงตรวจค้นสถานที่ต่างๆ มีการใช้อำนาจกำหนดสถานควบคุมตัวเพื่อรองรับการจับกุมประชาชนจำนวนมาก เเละกอร.ฉ. ยังมีคำสั่งระงับการออกอากาศเเละเนื้อหาของสื่อมวลชนจำนวนหนึ่งด้วย

“นี่เป็นรูปธรรมที่เราจะต้องต่อต้านการใช้สถานการณ์ฉุกเฉินที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน ซึ่งขัดต่อรัฐธรรมนูญเเละกฎหมาย รวมทั้งละเมิดสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชนอย่างชัดเจน ผมในฐานะเลขาธิการพรรคก้าวไกล ขอเรียกร้องให้พรรคร่วมรัฐบาลต้องเเสดงท่าทีชัดเจนว่า เห็นด้วยกับการลุแก่อำนาจของนายกฯในขณะนี้เพื่อการละเมิดเสรีภาพของสื่อและประชาชนหรือไม่ หากไม่เห็นด้วย พรรคร่วมรัฐบาลต้องแสดงจุดยืนชัดเจนเรื่องการยกเลิกสถานการณ์ฉุกเฉิน หากยังไม่มีการยกเลิก ผมขอเรียกร้องให้พรรคร่วมรัฐบาลทบทวนถอนตัวจากการสนับสนุนเข้าร่วมรัฐบาลชุดนี้ เพื่อเปิดทางให้มีการเลือกตั้งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ เพราะเราไม่อยากเห็นการประชุมวิสามัญของรัฐสภากระทำภายใต้สถานการณ์ฉุกเฉิน”

ต่อกรณีที่พรรคร่วมฝ่ายค้านเเสดงจุดยืนให้รัฐสภาเปิดสมัยประชุมวิสามัญ ชัยธวัช ระบุว่า นอกจากรัฐสภาจะต้องเปิดประชุมสภาสมัยประชุมวิสามัญเพื่ออภิปรายตรวจสอบการใช้อำนาจของฝ่ายบริหารแล้ว ยังควรต้องนำวาระการแก้ไขรัฐธรรมนูญเข้ามาพิจารณาด้วย นั่นคือหลักการในวาระเเรกยังค้างการพิจารณาอยู่ ทั้งนี้ ในที่ประชุมร่วมกันระหว่างฝ่ายค้านเเละฝ่ายรัฐบาล วิรัช รัตนเศรษฐ ประธานวิปรัฐบาล ชี้เเจงว่า คณะกรรมาธิการพิจารณาแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญก่อนรับหลักการ ได้มีการขอขยายเวลาเพิ่ม 15 วัน ทำให้อาจจะไม่สามารถบรรจุวาระนี้ได้ทัน

“เรายังยืนว่า หากรัฐบาลมีความตั้งใจจริงจะเเก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อเป็นส่วนหนึ่งที่จะคลี่คลายสถานการณ์ในการเมืองตอนนี้ รัฐบาลสามารถทำได้ เนื่องจากการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นหนึ่งในข้อเรียกร้องหลักของนักศึกษาเเละประชาชน การที่นายวิรัช ประธานวิปได้กล่าวว่า หากจะเร่งรัดสามารถที่จะจบการทำงานของกรรมาธิการได้ในวันที่ 22 ตุลาคมนี้ หมายความว่า จะสามารถนำเสนอรายงานของ กมธ.แก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญก่อนรับหลักการเข้าทันระหว่างเปิดสมัยประชุมวิสามัญปลายเดือนนี้ และต่อด้วยการลงมติรับหลักการ โดยในทางปฏิบัติทำให้การประชุมสมัยวิสามัญของรัฐสภา เป็นประโยชน์ที่สุดต่อการคลี่คลายสถานการณ์ตอนนี้อย่าวเป็นรูปธรรม” ชัยธวัชกล่าว

เพื่อไทยเรียกร้องพล.อ.ประยุทธ์ลาออก ไม่อย่างนั้นจะเปิดอภิปรายพ.ย.นี้

พรรคเพื่อไทยมีการแถลงการณ์ต่อสถานการณ์ชุมนุมตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคแถลงว่าพรรคได้มีการประชุมพรรคโดยมีวัตถุประสงค์ให้ ส.ส.ของพรรคทำใบรับรองตำแหน่งเพื่อนำไปใช้ประกันตัวผู้ชุมนุมที่ถูกจับกุมดำเนินคดี และขอให้รัฐบาลปล่อยตัวผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมจากการชุมนุมทั้งหมด โดยไม่มีเงื่อนไข อีกทั้งให้รัฐบาลประกาศยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ทันที เพราะไม่มีความจำเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้มีความร้ายแรง

นอกจากนั้นเพื่อไทยยังเห็นว่าสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นในตอนนี้ปัญหาอยู่ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เพียงคนเดียวเท่านั้น จึงมีมติร่วมกันขอให้นายกรัฐมนตรีลาออก ถ้าหากยังไม่ลาออก พรรคเพื่อไทยจะยื่นญัตติไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีคนเดียว ในการเปิดประชุมสภาที่จะถึงในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายนนี้

อีกทั้งยังมีประเด็นการขอให้เปิดรัฐสภาประชุมวิสามัญด้วย

ที่ประชุมร่วม สภา ครม. พรรคร่วมรัฐบาล-ฝ่ายค้าน มีมติให้เปิดประชุมวิสามัญ

วันนี้ชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีหนังสือถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เรื่องการตราพ.ร.ฎ.เรียกประชุมสมัยวิสามัญแห่งรัฐสภา พ.ศ.2563 โดยระบุถึงมติที่ประชุมร่วมระหว่างประธานสาภผู้แทนราษฎร ตัวแทนคณะรัฐมนตรี ตัวแทนฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน และพรรคการเมืองต่างๆ ในประเด็นที่ว่าสมควรจะมีการเรียกประชุมสมัยวิสามัญหรือไม่ ซึ่งมีผลสรุปดังนี้

  1. ครม. ควรมีมติเห็นชอบในการตรา ตราพ.ร.ฎ.เรียกประชุมสมัยวิสามัญแห่งรัฐสภา พ.ศ.2563 เพื่อให้ทุกฝ่ายได้มีโอกาสอภิปรายแสดงความเห็นและชี้แจงช้อเท็จจริงเพื่อสร้างความเข้าใจที่ตรงกันและลดปัญหาข้อขัดแย้ง
  2. ครม.สมควรให้มีการเปิดอภิปรายทั่วไปในที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 165

การประชุมนี้สืบเนื่องมาจากสถานการณ์ปัจจุบันที่มีการชุมนุมประท้วงรัฐบาลและอาจจะขยายวงกว้างจนนำมาซึ่งความขัดแย้งในระดับที่ชาติที่จะกระทบต่อความมั่นคงและเศรษฐกิจ จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ทุกฝ่ายจะต้องร่วมมือกันแก้ไขปัญหา

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์