คลื่นการหยุดงานประท้วงมากกว่าพันครั้งในสหรัฐฯ หลัง COVID-19 ระบาด


ที่มาภาพประกอบ: Sara Kassabian/oaklandside.org

คลื่นของการหยุดงานประท้วงเกิดขึ้นมากกว่า 1,000 ครั้ง ทั่วสหรัฐอเมริกา นับตั้งแต่การแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่ทำให้เกิดความหวาดหวั่นด้านความปลอดภัยของคนทำงาน ตั้งแต่เดือน มี.ค. 2563

การประท้วงของคนทำงานได้ขับเคลื่อนต่อไปพร้อมกับกระแสการประท้วงประเด็นเหยียดเชื้อชาติ Black Lives Matter (BLM) หลังการตายของ จอร์จ ฟลอยด์ ในมินนีแอโพลิส เมื่อเดือน พ.ค. 2563

มีการนัดหยุดงานประท้วงประมาณ 260 ครั้ง ในสหรัฐฯ ระหว่างวันที่ 1 มี.ค.- 31 พ.ค. 2563 ตามรายงาน PayDay ต่อมาตัวเลขเพิ่มขึ้นถึง 750 ครั้ง ระหว่างเดือน มิ.ย.-ต้นเดือน ก.ย. 2563

ความไม่พอใจในมาตรการปกป้องพนักงานอันไม่เพียงพอ รวมทั้งค่าจ้างที่ต่ำในอุตสาหกรรมบริการ ทำให้พนักงานต้องประท้วงหยุดงานเรียกร้องต่อเรื่องความปลอดภัยท่ามกลางการเสียชีวิตของจาก COVID-19 ที่ยอดผู้เสียชีวิตในสหรัฐฯ พุ่งทะลุ 200,000 รายไปแล้ว หลังจากการตอบสนองที่ไม่ปะติดปะต่อของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ 

"ก่อนหน้านี้เรามักจะได้ยินว่าองค์การภายนอกได้เข้ามาจัดตั้งกลุ่มคนทำงานและกระตุ้นให้พวกเขารวมตัวกันหรือนัดหยุดงานประท้วง" ดีน เบเกอร์ นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสของศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและนโยบาย CEPR กล่าว "แต่คลื่นการประท้วงหยุดงานครั้งนี้มาจากคนทำงานเอง พวกเขาได้ตัดสินใจกันเองและพร้อมที่จะเปลี่ยนแปลง"

ความไม่เท่าเทียมกันทางเชื้อชาติเชื่อมโยงกับความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของคนทำงานจาก COVID-19 ซึ่งชุมชนคนผิวสีได้รับผลกระทบหนักกว่าชุมชนคนผิวขาวในสหรัฐฯ

แม้คนทำงานผิวดำจะคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 11.9 ของคนทำงานทั้งหมดในสหรัฐฯ แต่กลับเป็นสัดส่วนถึงร้อยละ 17 ของคนทำงานแนวหน้าที่ต้องเผชิญกับความเสี่ยงจาก COVID-19 "พวกเขาถูกบังคับให้ต้องเสี่ยงต่อสุขภาพของตนเองและครอบครัวเพื่อหาเลี้ยงชีพ" ตามรายงานของสถาบันนโยบายเศรษฐกิจ EPI 

การหยุดงานประท้วงมีตั้งแต่คนทำงานที่ไม่ได้รวมกลุ่มกันเป็นสหภาพแรงงาน ทั้งในโรงงานแปรรูปเนื้อสัตว์ พนักงานร้านอาหารฟาสต์ฟู้ด ไปจนถึงนักวิชาการในมหามหาวิทยาลัย

ในเดือน ส.ค. 2563 โรงเรียนในเมืองแอปโปแมตทอกซ์ รัฐเวอร์จิเนีย ต้องชะลอการเปิดสอนอีกครั้ง เนื่องจากครูลาป่วยหยุดงานประท้วงต่อการจัดการต่อการระบาดของ COVID-19 ของรัฐที่น่ากังวลใจ

ในเดือนเดียวกันนั้นพนักงานประปาเมืองเซลมา รัฐแอละแบมา ลาป่วยประท้วงหยุดงาน เรียกร้องเพิ่มค่าเสี่ยงภัย COVID-19 เหมือนกับสาขาในเมืองอื่น ๆ ส่วนคนงานโรงฆ่าสัตว์ในรัฐอินเดียนา หยุดทำงานกระทันหันเพื่อประท้วงด้วยเช่นกัน ต่อมาในเดือน ก.ย. 2563 คนทำงานในร้านฟาสต์ฟู้ดหยุดงานประท้วงในแทมปาฟลอริดา และลอสแองเจลิส แคลิฟอร์เนีย

ขณะที่การประท้วงเรื่องการปฏิบัติต่อชาวอเมริกันผิวดำ BLM ที่เกิดขึ้นหลังจากการเสียชีวิตของฟลอยด์ ได้เพิ่มแรงจูงใจของการนัดหยุดงานประท้วงให้ขยายวงกว้างออกไปอีก 

ในเดือน มิ.ย. 2563 สหภาพแรงงานคนขับรถประจำทางปฏิเสธที่จะขนส่งผู้ถูกจับกุมจากการประท้วง BLM ในบอสตัน ในเดือนเดียวกันนั้นอาจารย์มหาวิทยาลัยนิวเม็กซิโกสเตท ทำการหยุดสอนในวิชาเกี่ยวกับ STEM [วิชาที่เกี่ยวกับ วิทยาศาสตร์ (Science) เทคโนโลยี (Technology) วิศวกรรมศาสตร์ (Engineering) และคณิตศาสตร์ (Mathematics)]  1 วัน เพื่อแสดงความเห็นอกเห็นใจต่อการประท้วง BLM


แผนที่การหยุดงานประท้วงในสหรัฐฯ โดย PAYDAYREPORT.COM

รายงานของ PayDay ได้พลอตแผนที่การหยุดงานประท้วงในสหรัฐฯ โดยใช้ข้อมูลจากสื่อท้องถิ่นในพื้นที่ต่าง ๆ ไมค์ เอลค์ บรรณาธิการรายงานชิ้นนี้ของ PayDay ระบุว่ามีการนัดหยุดงานบางส่วนโดยพยาบาลอย่างน้อยหนึ่งครั้งที่ศูนย์บำบัดผู้ติดเชื้อ COVID-19 ใกล้เมืองพิตต์สเบิร์ก แต่ตัวเลขดังกล่าวอาจจะดูต่ำเกินไปจากความเป็นจริง เนื่องจากหลายพื้นที่ของสหรัฐฯ ไม่มีการรายงานข่าวเกี่ยวกับการนัดหยุดงาน

การหยุดงานประท้วงได้เพิ่มขึ้น แม้ว่าการว่างงานจะเพิ่มขึ้นเนื่องจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจจากการระบาดของ COVID-19 นับตั้งแต่ไวรัสแพร่ระบาด คนทำงาน 11.5 ล้านคน ต้องออกจากงาน ในขณะที่คนทำงานภาคบริการที่มีจำนวนมากในสหรัฐฯ อยู่ในแนวหน้าที่ต้องเผชิญกับอันตรายของไวรัสนี้

ในช่วงวิกฤตชาวอเมริกันต้องเลือกทำงานที่ต้องเผชิญกับไวรัส COVID-19 หรือเลือกการตกงาน

ดีน เบเกอร์ นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสของศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและนโยบาย CEPR กล่าวว่าแม้กระแสการหยุดงานประท้วงเริ่มเกิดขึ้นมาตั้งแต่ปี 2561 ซึ่งขณะนั้นส่วนใหญ่นำโดยครูที่ไม่ได้เป็นสมาชิกสหภาพแรงงาน ในรัฐที่ควบคุมโดยพรรครีพับลิกัน ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นเป็น "ปฏิกิริยาต่อค่าจ้างและสภาพการทำงานที่เลวร้ายลงเรื่อย ๆ"

การประท้วงจากบุคลากรด้านการศึกษาของรัฐเมื่อ 2 ปีก่อน เกิดจากครูเบื่อหน่ายกับค่าจ้างที่ต่ำและสภาพการทำงานที่ย่ำแย่เรื้อรังมายาวนาน มีทั้งการประท้วงการหยุดสอน รวมถึงการประท้วงหน้าอาคารที่ว่าการรัฐเพื่อแสดงความไม่พอใจ เหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นในรัฐส่วนใหญ่ที่ตัวแทนของพรรครีพับลิกันเป็นผู้ว่าการรัฐ เช่น โอคลาโฮมา แอริโซนา และเวสต์เวอร์จิเนีย

"การนัดหยุดงานหลายครั้งไม่ได้จัดขึ้นโดยสหภาพแรงงาน แต่นำโดยกลุ่มครูที่เป็นแกนนำเฉพาะกิจเป็นครั้งคราว" เบเกอร์ กล่าว

นอกจากนี้ Wikipedia ได้รวบรวมการนัดหยุดงานประท้วงในสหรัฐฯ ช่วง COVID-19 บางส่วนไว้ดังนี้

Amazon: ช่วงเดือน มี.ค. 2563 เจ้าหน้าที่คลังสินค้าของ Amazon ในเกาะสเตเทน นิวยอร์ก วางแผนหยุดงานประท้วง เพื่อเรียกร้องความเห็นใจจาก Amazon เนื่องจากคลังสินค้าขาดการอุปกรณ์ป้องกัน (PPE) สำหรับพนักงาน ทั้งที่พวกเขายังคงทำงานต่อไปท่ามกลางการระบาดของ COVID-19 นอกจากนี้ช่วงวันแรงงานสากล พ.ค. 2563 พนักงานบางส่วนในร้านค้า Amazon, Target, Instacart และ Whole Foods หลายสาขาได้ใช้วิธีลาป่วยเพื่อหยุดงานประท้วง มีการนิยามวิธีการนี้ไว้ว่าเป็น "การหยุดงานประท้วงที่จำเป็นของพนักงาน"

พนักงานขับรถบัส: ช่วงเดือน มี.ค. 2563 พนักงานขับรถบัสในดีทรอยต์ รัฐมิชิแกน หยุดงานประท้วงเรียกร้องเพื่อความปลอดภัย เช่น เรียกร้องหน้ากาก และการทำความสะอาดรถบัส (หลังการประท้วงอีกหนึ่งวันพวกเขาได้ตามข้อเรียกร้อง) นอกจากนี้พนักงานขับรถบัสในเบอร์มิงแฮม แอละแบมา ก็นัดหยุดงานประท้วงด้วยเช่นกัน ช่วงเดือน ก.ย. 2563 พนักงานขับรถบัส Metro Transit ในมินนีแอโพลิส - เซนต์พอล รัฐมินเนโซตา หยุดงานประท้วงระหว่างเกิดข้อพิพาทเรื่องสัญญาจ้าง

พนักงานกระจายสินค้าและลอจิสติกส์: ช่วงเดือน เม.ย. 2563 คนงานในโกดังของ Barnes & Noble ในรัฐนิวเจอร์ซีย์ หยุดงานประท้วงหลังจากมีคนงาน 9 คน ตรวจพบเชื้อ COVID-19 ส่วนในเมืองเมมฟิส รัฐเทนเนสซี คนทำงาน 200 คน ในโกดังของ Kroger หยุดงานประท้วงหลังจากพบว่าเพื่อนร่วมงานคนหนึ่งตรวจพบเชื้อ COVID-19

การแปรรูปอาหาร: ช่วงเดือน มี.ค. 2563 คนทำงาน 50 คนในโรงงานแปรรูปสัตว์ปีก ในเมืองแคทลีน รัฐจอร์เจีย ได้หยุดงานประท้วงเรื่องสภาพการทำงานและการเรียกร้องเบี้ยเสี่ยงภัย ช่วงเดือน เม.ย. พนักงานได้ประท้วงหยุดงานกลางคันในโรงงานแปรรูปสัตว์ปีกแห่งหนึ่งในโคลด์ สปริง รัฐมินนิโซตา เพื่อประท้วงการจัดการเรื่องความปลอดภัยของคนทำงานอย่างไรในระหว่างการระบาดของ COVID-19 และพนักงาน 50 คน ในโรงงานผลิตเนื้อหมูแห่งหนึ่งในเนแบรสกา ได้ประท้วงหยุดงานทันทีกลางคัน เมื่อโรงงานระบุว่าจะไม่ปิด หลังจากที่เพื่อนร่วมงานราว 48 คนตรวจพบเชื้อ COVID-19 ช่วงเดือน พ.ค. 2563 พนักงานบรรจุผลไม้ของ Allan Brothers ในรัฐวอชิงตัน ได้ประท้วงหยุดงานกลางคัน พวกเขาระบุว่าบริษัทหละหลวมและมีมาตรการที่ไม่สอดคล้องกันเกี่ยวกับการป้องกัน COVID-19 และพวกเขายังเรียกร้องเบี้ยเสี่ยงภัยอีกด้วย

โรงงานภาคผลิต: ช่วงเดือน มี.ค. 2563 พนักงานในโรงงาน General Electric ประท้วงหยุดงานกลางคัน หลังถูกให้นำเครื่องมือกลับมาใช้ใหม่ ส่วนคนทำงานในโรงงาน Fiat Chrysler ในวอร์เรน รัฐมิชิแกน หยุดงานประท้วงเรียกร้องขอน้ำร้อนเพื่อใช้ซักเสื้อผ้าป้องกันเชื้อ COVID-19

ร้านอาหาร: ช่วงเดือน มี.ค. 2563 มีการหยุดงารประท้วงที่ร้าน McDonalds ในซานโฮเซ แคลิฟอร์เนีย โดยพนักงานระบุว่าพวกเขาไม่มีสบู่เพียงพอที่จะทำความสะอาดมือ พนักงานร้านอาหารและร้านค้าปลีกราว 100 คน ในเมืองเดอแรมและราลี รัฐนอร์ทแคโรไลนา ทำการหยุดงานประท้วงเพื่อต่อต้านสภาพการทำงานที่ไม่ปลอดภัยและค่าจ้างต่ำ ใน เม.ย. 2563 พนักงานร้านอาหาร 30 แห่ง ในแคลิฟอร์เนีย หยุดงานประท้วงเรื่องความปลอดภัย

ที่มาเรียบเรียงจาก
Wave of 1000 strikes ripples across the US as crisis bites (Chris Zappone, The Sydney Morning Herald, 30/9/2020)
https://en.wikipedia.org/wiki/Strikes_during_the_COVID-19_pandemic (เข้าถึงข้อมูลเมื่อ 19/10/2020)

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

พื้นที่ประชาสัมพันธ์