เลือกตั้งโบลิเวีย ผลเอ็กซิทโพลพรรคสังคมนิยมชนะ พรรคสายกลางประกาศยอมแพ้

พรรคสังคมนิยม MAS ในโบลิเวียมีคะแนนจากผลเอ็กซิทโพลนำในการเลือกตั้งครั้งล่าสุด หลังจากถูกโค่นอำนาจและฝ่ายขวาขึ้นเป็นรักษาการรัฐบาลในปีที่แล้ว แม้ว่า MAS กังขาว่ารัฐบาลรักษาการหมกเม็ดนับคะแนนช้า แต่ผู้นำรัฐบาลรักษาการเองก็ประเมินว่าพรรค MAS น่าจะเป็นฝ่ายชนะ

ภาพจากไลฟ์ของ News Update Live

จากกรณีการเลือกตั้งในโบลิเวียเมื่อวันที่ 18 ต.ค. 2563 ที่ผ่านมา ผลการนับคะแนนขั้นต้นระบุว่าพรรคขบวนการสังคมนิยมหรือ MAS ของโบลิเวียยังคงชนะการเลือกตั้ง ถึงแม้ว่าในปีที่แล้วจะเกิดกรณีที่ฝ่ายขวาโค่นล้มอำนาจจนทำให้ผู้นำพรรคของอีโว โมราเลส ต้องหนีออกจากประเทศ

ในการเลือกตั้งล่าสุดนี้ถึงแม้จะยังไม่มีผลอย่างเป็นทางการแต่ก็มีการประกาศชัยชนะล่วงหน้าแล้ว โดยที่ ลูอิซ อาร์เก ผู้แทนลงเลือกตั้งประธานาธิบดีจากพรรค MAS ได้รับคะแนนเสียง 52.4 เปอร์เซ็นต์ จากเอ็กซิทโพลขณะที่ผู้แทน คาร์ลอส เมซา จากพรรคแนวร่วมซีซี (CC) ที่เคยขับเคี่ยวกับอีโว โมราเลสในการเลือกตั้งครั้งก่อนหน้านี้ได้รับคะแนนเสียง 31.5 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ลูอิซ เฟอร์นันโด คามาโจ ผู้สมัครอิสระที่เป็นคนนำการต่อต้านการเลือกตั้งในปี 2562 และเป็นนักวิจารณ์โมราเลส ได้รับคะแนนเสียง 14.1 เปอร์เซ็นต์

อาร์เกขอบคุณประชาชนที่สนับสนุนเขาและขอบคุณที่เข้าร่วมกระบวนการเลือกตั้งอย่างสันติ อาร์เกแถลงอีกว่า "พวกเราได้ฟื้นฟูประชาธิปไตยและความหวัง พวกเราให้สัตยาบันว่าจะทำงานร่วมกับองค์กรทางสังคม พวกเราจะสร้างรัฐบาลสมานฉันท์ขึ้น"

หัวหน้าคณะกรรมการการเลือกตั้งของโบลิเวีย ซัลวาดอร์ โรเมโร ประกาศเมื่อวันที่ 18 ต.ค. ที่ผ่านมาว่าพวกเขาต้องใช้เวลานับผลคะแนนอย่างเป็นทางการอีกครั้งและยังไม่แน่ใจว่าจะประกาศผลเป็นทางการได้เมื่อใดและขอให้ประชาชนอดทนรอจนกว่าพวกเขาจะแน่ใจในผลคะแนนแล้ว

พรรค MAS แสดงความกังวลว่าทำไมถึงยังไม่มีการประกาศผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการถึงแม้ว่าสื่อกระแสหลักและบริษัทที่จัดทำเอ็กซิทโพลจะทราบแล้วว่าอาร์เกได้รับคะแนนโหวตเกินร้อยละ 45 โฆษกของพรรค MAS เซบาสเตียน มิตเชลล์ แถลงถึงเรื่องนี้ว่า ทางผู้สังเกตการณ์การเลือกตั้งไม่ทราบว่าการี่ไม่ประกาศผลในเบื้องต้นนั้นเป็นเพราะความไร้ประสิทธิภาพหรืออเป็นเพราะรัฐบาลรักษาการกำลังหมดเม็ดวางแผนหาทางชนะภายในอีกสองสามวันข้างหน้าที่จะทำให้เกิดความรุนแรงและให้ความชอบธรรมกับการแทรกแซงด้วยทหารกันแน่

อดีตประธานาธิบดีอีโว โมราเลส ที่ลี้ภัยการเมืองอยู่ที่อาร์เจนตินาได้พูดถึงการเลือกตั้งในครั้งนี้โดยประกาศชัยชนะของพรรค MAS ระบุว่าผู้สนับสนุนเขาลงคะแนนเสียงอย่างสันติ และเรียกร้องให้รัฐบาลรักษาการนำโดยเจนีน อันเยซ เคารพผลการเลือกตั้ง อีกทั้งยังพูดถึงความน่าสงสัยที่ทางการระงับการแสดงผลการเลือกตั้งชั่วคราวด้วย

อย่างไรก็ตาม เมซา ผู้สมัครจากพรรคสายกลางก็ประกาศยอมรับความพ่ายแพ้ผ่านทางข้อความทวิตเตอร์เมื่อวันที่ 19 ต.ค. ที่ผ่านมา แม้ว่าผลการนับคะแนนจะยังไม่เป็นทางการ "พวกเราจะเป็นผู้นำฝ่ายค้าน พวกเราจะทำให้โบลิเวียภาคภูมิใจ" นอกจากนี้อันเยซรักษาการประธานาธิบดีก็ยอมรับว่าจากผลการเลือกตั้งในตอนนี้อาร์เกเป็นฝ่ายชนะ

การเลือกตั้งในโบลิเวียเคยมีปัญหาคล้ายๆ กันในปีที่แล้ว โดยที่ในครั้งนั้นกลายเป็นเหตุการณ์ทำให้โมราเลสซึ่งลงชิงตำแหน่งอีกสมัยหลังเป็นผู้นำทางการเมืองมายาวนานต้องลี้ภัยการเมือง ท่ามกลางการที่พรรค MAS ถูกกล่าวหาว่าโกงการเลือกตั้งโดยที่มีเหตุการณ์ไม่ยอมประกาศผลการเลือกตั้งอย่างน่าสงสัยเกิดขึ้นเช่นเดียวกัน ทั้งนี้ฝ่ายผู้สนับสนุนโมราเลสและพรรค MAS กล่าวหาว่าสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นคือการยึดอำนาจโดยรัฐบาลรักษาการถือเป็น "การรัฐประหาร" อีกทั้งยังมีคนมองว่ารัฐบาลรักษาการของอันเยซเป็นรัฐบาลฝ่ายขวาที่ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐฯ

อย่างไรก็ตามมีนักวิเคราะห์ตั้งข้อสังเกตว่า อาร์เกผู้เคยดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีการคลังสมัยรัฐบาลโมราเลสมีการใช้ยุทธศาสตร์การหาเสียงในทำนองตีตัวออกห่างจากโมราเลส เนื่องจากโมราเลสเป็นอดีตประธานาธิบดีที่ผู้คนมีความเห็นต่อเขาแบบแตกขั้วกัน

วอชิงตันโพสต์ระบุว่าผู้สมัครอีกสองรายทั้ง คามาโจ และ เมซา ต่างก็มีเป้าหมายต้องการหยุดยั้งไม่ให้พรรค MAS กลับมาเป็นรัฐบาลอีกครั้ง อีกทั้งยังมีการสัมภาษณ์พยาบาลอายุ 30 ปี ชื่อ คาร์ลา นีนา มาร์ติเนซ ผู้มาจากชนบทกล่าววาเธอเป็นคนที่สนับสนุนฝ่ายซ้ายในโบลิเวียมาเป็นเวลานานแล้ว แต่ในปีนี้เธอหันมาเลือกผู้สมัครสายกลางอย่างเมซาเพราะเธอมองว่าถึงแม้สิ่งที่โมราเลสทำไว้จะน่าชื่นชม แต่สุดท้ายแล้วถ้าอยู่ในเส้นทางการเมืองนานๆ ก็ "เสื่อมทราม" ลงได้ แต่เธอก็วิจารณ์รัฐบาลรักษาการฝ่ายขวาไว้เช่นกันว่าจัดการกับปัญหาการระบาดของ COVID-19 ได้แย่

สิ่งหนึ่งที่ทำให้โมราเลสถูกวิจารณ์หนักมากคือการที่เขาพยายามแก้ไขรัฐธรรมนูญให้บุคคลคนเดียวสามารถดำรงตำแหน่งเป็นประธานาธิบดีต่อไปได้หลายสมัยอย่างไม่มีจำกัด แต่หลังจากมีการทำประชามติผู้คนก็ลงคะแนนโหวตไม่ยอมรับข้อเสนอนี้ ทำให้โมราเลสนำเรื่องนี้เสนอต่อศาลรัฐธรรมนูญ ทำให้ศาลรัฐธรรมนูญประกาศว่าผลการลงประชามติเป็นโมฆะรวมถึงอนุญาตให้ประธานาธิบดีคนเดียวสามารถดำรงตำแหน่งไปได้โดยไม่จำกัดสมัย

ถึงแม้ว่าโมราเลสจะเป็นประธานาธิบดีที่มีปัญหา แต่ผู้สนับสนุนสังคมนิยมในประเทศก็ชื่นชมเขาในแง่ที่ลดปัญหาความยากจนได้ประสบผลสำเร็จและในชณะเดียวกันก็มีนโยบายที่เป็นมิตรกับกลุ่มธุรกิจแบบไม่ที่สังคมนิยมสุดโต่งเกินไปจนถูกมองว่าลิดรอนเสรีภาพมากเกินไปเช่นในเวเนซุเอลา ในการเลือกตั้งครั้งนี้ชาวโบลิเวียบางคนก็ยังเชื่อมั่นในพรรคสังคมนิยมเช่นซานโตส วัลเลโจ อายุ 52 ปี มองว่าการที่เศรษฐกิจย่ำแย่ในช่วงวิกฤต COVID-19 ทำให้เขาเลือกพรรคสังคมนิยม

ในระบบการเลือกตั้งของโบลิเวียถ้าหากผู้สมัครมีคะแนนเสียงเกินครึ่งหนึ่งหรืออย่างน้อยร้อยละ 40 แต่นำห่างคู่แข่งอยู่มากกว่าร้อยละ 10 ก็จะถือว่าชนะการเลือกตั้งโดยทันทีไม่ต้องมีการลงคะแนนรอบที่สอง

 

เรียบเรียงจาก

Socialist Presidential Candidate Arce Wins Bolivia's Elections, Telesur,19-10-2020

Bolivia's Socialists approach election victory after centrist candidate accepts defeat in presidential race, CNN, 19-10-2020

Bolivia election: Evo Morales's ally Luis Arce set for win, BBC, 19-10-2020

Socialists claim massive victory in Bolivia, one year after being ousted, The Washington Post, 19-10-2020

ข้อมูลเพิ่มเติมจาก

https://en.wikipedia.org/wiki/Luis_Fernando_Camacho

 

 

 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์