ประมวล #ม็อบ26ตุลา ถาม 4 ข้อสงสัยต่อสถานทูตเยอรมันเกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์

26 ต.ค.2563 ประมวลสถานการณ์การเคลื่อนขบวนกลุ่มเยาวชนปลดแอกจากสามย่านไปสถานเอกอัครราชทูตเยอรมนีประจําประเทศไทย สาทร กรุงเทพฯ ด้วยเหตุผล 4 ข้อสงสัยที่เป็นเหตุผลว่า ทำไมคนไทยทุกคนต้องร่วมเดินขบวน ทวงถามความชัดเจนที่สถานเอกอัครราชทูตเยอรมนีฯ

1. นับตั้งแต่ในหลวงวชิราลงกรณ์ขึ้นครองราชย์ เป็นเวลากว่า 4 ปีแล้วที่ในหลวงวชิราลงกรณ์เลือกที่จะพำนักอาศัยอยู่ที่ประเทศเยอรมนีเป็นส่วนมาก โดยบินกลับมาประเทศไทยบ้างเพียงสองสามเดือนครั้ง?

2. เนื่องจากช่วงที่ในหลวงภูมิพลตายจากไป เป็นช่วงเวลาที่ในหลวงวชิราลงกรณ์อาศัยอยู่ที่เยอรมนี (ณ ขณะนี้ก็ยังคงเป็นที่อยู่อาศัยหลักอยู่ บินกลับมาประเทศไทยบ้างเพียงสองสามเดือนครั้ง) ดังนั้นในหลวงวชิราลงกรณ์จะต้องเสียภาษีมรดกให้กับประเทศเยอรมนีหรือไม่ หากจะต้องเสียจะต้องเสียเป็นจำนวนเท่าไร?

3. ในหลวงวชิราลงกรณ์ใช้อำนาจอธิปไตยขณะพักอาศัยในเยอรมนี เช่น ลงนามในกฎหมาย ออกคำสั่งแต่งตั้งข้าราชการ ออกพระบรมราชโองการที่ส่งผลต่อการเมืองหรือไม่ กรณีเหล่านี้เป็นการละเมิดอำนาจอธิปไตยและศักดิ์ศรีของประเทศเยอรมนีอันจะนำมาซึ่งความขัดแย้งในทางระหว่างประเทศหรือไม่?

4. ทางประเทศเยอรมนีจะยอมให้ข้าราชบริพารของในหลวงวชิราลงกรณ์ที่อาจจะมีพฤติการณ์เข้าข่ายการซ้อมทรมาน อุ้มหาย ประชาชนผู้เห็นต่างทางการเมือง รวมถึงข้าราชบริพาร ได้พักอาศัยอยู่ในประเทศเยอรมันนีที่เคารพในสิทธิเสรีภาพของมนุษย์อย่างยิ่งต่อไปหรือไม่

"เหล่านี้คือคำถามที่ต้องการความกระจ่าง และเป็นเหตุผลที่ทำให้เราต้องร่วมกันเดินขบวนครั้งยิ่งใหญ่ เพื่อทำให้สถาบันกษัตริย์ของเรา กลับมาอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ กลับมาสู่ครรลองของระบอบประชาธิปไตย" 4 ข้อสงสัยที่เป็นเหตุผลของผู้ชุมนุม

นอกจากนี้ The Opener รายงานด้วยว่า หนึ่งข้อเรียกร้องสำคัญของกลุ่มผู้ชุมนุม คือการขอให้สถาบันกษัตริย์มีความรับผิดชอบต่อคนไทยในฐานะสถาบันหนึ่งภายใต้รัฐธรรมนูญ ปฏิบัติหน้าที่ให้สมเป็นประมุขของประเทศ และยื่นจำนวนผู้ลงนามกว่า 210,000 รายชื่อ ผ่านแคมเปญออนไลน์ถึงรัฐบาลเยอรมันให้พิจารณาข้อเรียกร้องของทางคณะฯ ด้วย

ด้านปฏิกิริยาจากทางการเยอรมันนั้น วันนี้ (26 ต.ค.63) Pipob Udomittipong เผยแพร่และแปลคำแถลงของ Heiko Maas รมว.ต่างประเทศ ของเยอรมนี ระบุว่า เราติดตามสถานการณ์การประท้วงในประเทศไทย คนที่กำลังประท้วงเรียกร้องสิทธิของตนเอง และแน่นอนตนกำลังติดตามสิ่งที่กษัตริย์ไทยทำระหว่างประทับอยู่ในเยอรมนี เราได้จับตามองมาพักหนึ่งแล้ว ไม่ใช่แค่ช่วงไม่กี่สัปดาห์ก่อน และเรายังคงตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง หากพบว่ามีการทำสิ่งผิดกฎหมาย จะมีการดำเนินงานโดยทันที

รายงานลำดับเวลาการชุมนุม #ม็อบ26ตุลา

เวลา 20.58 น. ประกาศยุติการชุมนุม หลัง ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล หรือ มายด์ กล่าวชี้แจงกับผู้ชุมนุมถึงการเข้ายื่นหนังสือกับเอกอัครราชทูตเยอรมัน

เวลา 20.40 น. หลังจากตัวแทน 3 คนที่เข้าไปพูดคุยกับเอกอัครราชทูตออกมา ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล หรือ มายด์ กล่าวชี้แจงกับผู้ชุมนุมถึงสิ่งที่ตนยื่นข้อเรียกร้องประกอบด้วย 1. ขอให้ทางเยอรมันตรวจสอบว่ามีการใช้อำนาจอธิปไตยนอกเหนือราชอาณาจักรไทยจริงหรือไม่ 2. ได้มรดกตอนอยู่เยอรมนีนั้น ส.ส.ตั้งกระทู้ถามต้องเสียภาษีมรดกเยอรมันไหม เราอยากทราบว่าต้องเสียภาษีหรือไม่ หากต้องเสีย ต้องเสียเท่าไหร่ และ 3.รัฐธรรมนูญเยอรมัน มีมาตราหนึ่งเรื่อง ห้ามละเมิดสิทธิมนุษยชน ทางการเยอรมันจะตรวจสอบการละเมิดหรือไม่ หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับกษัตริย์ไทยต่อประเด็นนี้

19.36 น.ชลธิชา แจ้งเร็ว ระบุ จะมีการส่งตัวแทน 3 คนเข้าไปพูดคุยกับเอกอัครราชทูต ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล หรือ มายด์ จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ ไผ่ และ วารินทร์ แพทริก ต่อมาเวลา 19.49 น. แกนนำประกาศแจ้งผู้ชุมนุมว่าสถานทูตฯได้รับเอกสารแล้ว

19.30 น. พบป้าย "ปฏิรูปสถาบันกษัตริย์" หน้าสถานทูตเยอรมัน ขณะที่ตำรวจวางแนวคุ้มกันและแผงกั้นตลอดแนวประตู พบบางชุดนอกจากโล่แล้ว มีหน้ากากกันแก๊สน้ำตาและกระบอง

แถลงการณ์คณะราษฎร โดยมีตัวแทนอ่านเวลา 19.52 น

18.30 น. ข้างหน้าขบวนหยุดรอท้ายแถว บริเวณหน้าสวนลุมพินี จากนั้นเวลา 19.39 น. ขบวนเคลื่อนมุ่งหน้าสถานทูตเยอรมันต่อ

18.00 น. ผู้ชุมุนมเริ่มเคลื่อนขบวนจากสามย่าน โดยมีจุดหมายที่สถานทูตเยอรมัน พร้อม 4 เหตุผล

ครูใหญ่ ย้ำต้องจำกัดพระราชอำนาจ ยกเลิกกองกำลัง-ทรัพย์สินส่ส่วนตัว และยกเลิกการแทรกแซง

ครูใหญ่ อรรถพล บัวพัฒน์ หนึ่งในแกนนำ กล่าวว่าตนต้องยืนยันเราไม่มีท่อน้ำเลี้ยง ตนใช้วิชานินจา ไปนั่งอยู่ในกลุ่มเสื้อเหลือง 1  ชั่วโมง ไม่มีใครจำตนได้ เพราะถ้ามีคนจำผมได้ แปลว่าเขาเคยฟังที่ตนพูด และเขาจะไม่ไปม็อบนั้นอย่างแน่นอน ผู้ชุมนุมเหล่านั้นไม่มีอะไรเลยนอกจากบอกว่าพวก นักศึกษา นักเรียนล้มเจ้า

อรรถพล กล่าวด้วยว่า หากระบบสถาบันกษัตริย์ดี ทุกพระองค์จะดีเสมอภาคภายใต้ระบบ จะไม่มีคนที่บอกว่าพูดถึงรัชกาลปัจจุบันได้ แต่รัชกาลที่แล้วห้ามพูด หากระบบดี ทุกๆพระองค์จะอยู่ในใจประชาชนเท่ากัน

อรรถพล ยังชี้ด้วยว่า คนที่ดึงสถาบันกษัตริย์อยู่ในความขัดแย้งคือรัฐบาลประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่ใช่ประชาชน ทั้งปัญหาการออก พ.ร.บ.ทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ และพ.ร.ก.โอนอัตรากําลังพล

อรรถพล ยังย้ำว่าสิ่งแรกที่เราต้องทำคือจำกัดพระราชอำนาจ ยกเลิกกองกำลังส่วนตัว ยกเลิกทรัพย์สินส่วนตัว ยกเลิกการแทรกแซงการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ รวมทั้งขอให้ยุบสภา ประยุทธ์ลาออกจากนายกฯ แล้วตั้ง ส.ส.ร. ที่มาจากการเลืกของประชาชนไม่ใช่มาจากการแต่งตั้ง

 

สมศักดิ์ จตุคาม ขออย่าเอาเรื่องล้มเจ้ามาโจมตีขบวน

สมศักดิ์ ปัญจมาตย์ ชายอายุ 50 กว่าปีมาร่วมชุมนุมโดยห้อยพระสมเด็จโต วัดระฆังหลายรุ่นเต็มคอ เขาพูดว่า เขาเป็นที่รู้จักในชื่อสมศักดิ์ จตุคาม เคยขึ้นเวทีปราศรัยเดียวกับสุรชัย แซ่ด่าน ดา ตอร์ปิโดตั้งแต่หลังรัฐประหาร 2549 ที่มหาลัยสนามหลวง มหาลัยราชดำเนิน และมหาลัยราชประสงค์

สมศักดิ์เล่าว่าเขาห้อยพระมาเพื่อประกาศความศักดิ์สิทธิ์ของสมเด็จโต ว่าทำให้เขาแคล้วคลาดจากภัยอันตรายสารพัด แม้เพื่อนร่วมเวทีจะประสบชะตากรรมสารพัด วันนี้เขามาร้วมชุมนุมเพื่อไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เพราะบริหารบ้านเมืองผิดพลาดจนประชาชนจะมีหนี้สินล้นพ้น เขาดีใจที่นักเรียน นักศึกษาออกมามากขนาดนี้ การที่นักการเมืองโจมตีว่าม็อบทำบ้านเมืองแตกแยกนั้นไม่ถูก เป็นวลีกรรมใส่ร้าย เพราะก็เห็นอยู่ว่าคนสามัคคีออกมาไล่ประยุทธ์ขนาดนี้

ต่อคำถามเริ่องการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ เขาเชื่อว่าการมาบอกว่าประขาชนจะล้มเจ้านั้นเป็นการโจมตีขบวนการเคลื่อนไหวเหมือนที่เสื้อแดงโดนกระทำ การทำเช่นนี้เป็นการพยายามที่จะเอาเสื้อเหลืองมาเป็นเครื่องมือต่อต้านนักศึกษาโดยพูดว่าคนอื่นจงรักภักดีมากน้อยไปกว่ากัน ดังนั้นขออย่าทำเลย บ้านเมืองจะแตกแยกไปใหญ่

คอสเพลย์เงาะป่า ผู้ได้รับผลกระทบจากพิษโรคระบาดและล็อกดาวน์

โอ๋ (นามสมมติ) อายุ 50 คอสเพลย์เป็นเงาะป่ามาร่วมเดินในที่ชุมนุมที่กำลังไปสถานทูตเยอรมัน นี่คือการแต่งคอสเพลย์ครั้งแรกของเขาเพื่อหาเงินบริจาคช่วยจุนเจือตัวเขาและครอบครัว 

โอ๋เล่าว่าเขาเป็นหนึ่งในผู้ที่ได้รับผลกระทบจากพิษเศรษฐกิจอย่างหนักในช่วงการระบาดของโควิดและล็อกดาวน์ เพราะอาชีพเดิมนั้นทำทัวร์ให้ชาวต่างชาติ เมื่อล็อกดาวน์ เงินที่มีก็ค่อยๆ หมดไปจนต้องเอารถเข้าไฟแนนซ์ นำเงินมาขายเสื้อผ้ามือสอง ส่วนอาหารก็ต้องไปอาศัยรับอาหารแจก การมาม็อบครั้งนี้ นอกจากหารายได้แล้วก็ยังมาหาอาหารด้วย

เขาปฏิเสธที่จะให้ชื่อ นามสกุลเนื่องจากไม่อยากให้ลูกของเขา 4 คนรู้และอับอาย

คนขายเสื้อ หมดยุคล้างสมองเด็ก

วรพล อายุ 49 กล่าวว่า วันนี้มาร่วมม็อบแล้วก็มาขายเสื้อด้วย ขออนุญาตรถตำรวจตั้งแผงขาย เราคุยกับเขาแล้ว เขาคนบ้านเดียวกับตน มีคำสั่งมาเขาก็มา ต่างคนต่างทำหน้าที่ แต่หัวใจเดียวกัน เด็กมาเรียกร้องขนาดนี้ก็แย่แล้วครับ อย่างที่เห็นกันมา 5-6 ปี เราก็กระทบเพียบ ค้าขายทุกอย่างแย่ไปหมด เศรษฐกิจแย่ แต่ก่อนมาม็อบไม่เคยคิดมาขายเสื้อ ตั้งแต่สมัยนู้น (เสื้อแดง) แต่ตอนนี้เราต้องเอามาขาย แต่ขายไม่แพง 

เรื่องปฏิรูปสถาบัน ตนความรู้น้อย ต้องไปศึกษาดูก่อน แต่เชื่อว่าน้องๆ ไม่ได้อยากล้มล้าง ไม่มีสิทธิล้มล้างได้อยู่ ไม่ใช่ออกมาชูสามนิ้วแล้ว ล้มล้าง

"เด็กเดี๋ยวนี้ล้างสมองไม่ได้หรอก เขาหาศึกษาอะไรของเขาเองในโซเชียล วันนี้ก็ไม่คิดว่าน้องๆนักเรียนจะมาเยอะขนาดนี้ เด็กช่างด้วย ผลงานที่ดีที่สุดของตู่คือให้เด็กช่างมารวมตัวกันได้ในรอบ 50 ปี" วรพล กล่าว

 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

พื้นที่ประชาสัมพันธ์