ใบตองแห้ง:รัฐไม่ถอยปลุกแตกหัก

ประยุทธ์ชิงยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรง โดยไม่รอศาลแพ่งสั่งคุ้มครองชั่วคราว ทั้งที่ตอนแถลงข่าว อ้างข้อยกเว้น หากมีสถานการณ์รุนแรงใดๆ เกิดขึ้น

อ้าว ยอมรับแล้วใช่ไหม ม็อบเดินไปทำเนียบไม่มีความรุนแรง แล้วทำไม กระทรวงต่างประเทศไปตะแบงให้ทูตฟัง อ้างว่าม็อบวันที่ 16 ต.ค.รุนแรงต้องสลาย ไม่อายบ้างหรือไร คิดว่าทูตต่างชาติรอฟังแต่คำแถลงรัฐบาล ไม่มีหูไม่มีตาดูคลิปเหตุการณ์ที่เผยแพร่ไปทั้งโลก

ถอยคนละก้าว ประยุทธ์ถอยตรงไหน ม็อบชุมนุมโดยสงบก็อ้างข้อหาขัดขวางขบวนเสด็จ ประกาศฉุกเฉินร้ายแรง ซึ่งบรรดานักกฎหมาย คณบดีนิติศาสตร์ โต้แย้งว่าไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ใช้อำนาจฉุกเฉินสลายม็อบ 14 ต.ค.ที่ยุติไปแล้ว สลายม็อบ 16 ต.ค.โดยปืนใหญ่น้ำ ออกหมายจับคนมีชื่อเสียงที่ไปสังเกตการณ์

ม็อบบานปลายไปทั่วไปประเทศ โกรธแค้นการใช้ความรุนแรง คนเป็นล้านตะโกน ประยุทธ์ออกไป ปล่อยเพื่อนเรา ประยุทธ์กลับบอกถอยให้คนละก้าว แล้วจะเลิกประกาศฉุกเฉินร้ายแรง

มันใช่หรือ มันเหมือนนักเลงข้างบ้านที่บังเอิญอยู่ในเครื่องแบบ อวดอำนาจบุกเข้ามาตีหัวคนในบ้าน ยัดข้อหา แล้วบอกว่าเลิกแล้วต่อกัน เพื่อความสงบสุขของประเทศชาติ โดยไม่ยอมออกไปจากบ้านด้วยซ้ำ

ให้แก้ปัญหาในวิถีทางรัฐสภา มีประโยชน์อะไร เมื่อ 250 ส.ว.ตู่ตั้ง ดาหน้าปกป้องตู่ ปกป้องชามข้าวตัวเอง สภาผู้แทนฯก็เอาเปรียบกันตั้งแต่ระบบเลือกตั้ง วิธีคำนวณ ส.ส. ยุบพรรค ดูดงูเห่า นี่ต่างหาก เผด็จการรัฐสภาของจริง

การเปิดประชุมวิสามัญเพื่ออภิปรายทั่วไปจึงไร้ค่า เผลอๆ จะเป็นเวทีให้ 250 ส.ว. และ ส.ส.รัฐบาลปลุกม็อบ คือให้ร้ายป้ายสีจนม็อบเหลืออด ลุกฮือมาล้อมรัฐสภาแล้วก็ปะทะกัน

เพราะในขณะเดียวกัน ฝ่ายรัฐก็ปลุกพลังม็อบเสื้อเหลือง ปกป้องสถาบัน ตอบโต้ข้อเสนอปฏิรูปสถาบันของม็อบราษฎร

ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำอย่างยิ่ง Royalist ที่มีสติ ไม่ควรสนับสนุนการกระทำเช่นนี้

ประการแรก ข้อเสนอปฏิรูปสถาบันไม่ใช่ล้มล้างสถาบัน อย่าทำให้เป็นสีเหลืองกับดำ มีสองขั้วเท่านั้น ปกป้องสถาบัน VS ล้มเจ้า ความเป็นจริงในสังคมไทย มีความเห็นต่างหลากหลาย คนไทยเกือบทั้งหมด ยังต้องการอยู่ในระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข แต่มีความเห็นต่างกันหลายเฉดสี

ประการที่สอง อย่าอ้างปกป้องสถาบันมาปกป้องอำนาจ ตัวเอง อำนาจประยุทธ์ อำนาจรัฐบาล อำนาจรัฐธรรมนูญที่ ไม่ชอบธรรม เช่น 250 ส.ว.ตู่ตั้งมาโหวตตู่

พูดกันง่ายๆ คนที่รักเทิดทูนสถาบันแต่ไม่เอาประยุทธ์ ไม่เอา 250 ส.ว.ก็มีตั้งเยอะ

การที่พสกนิกรจะนัดหมายกันไปรับเสด็จ หรือแสดงความจงรักภักดีในวันสำคัญ เป็นเรื่องน่าปีติ แต่การที่หน่วยงานรัฐมีหนังสือระดมข้าราชการ เกณฑ์กลุ่มมวลชน มาแสดงพลังใส่เสื้อเหลืองในขณะที่รัฐบาลกำลังถูกม็อบไล่ มันไม่สมควร แม้อ้างว่าม็อบจาบจ้วง แต่การที่องคาพยพของรัฐบาลเข้าไปจัดการ ก็ทำให้ประเด็นปะปนสับสนไปหมด

ประการที่สาม อันที่จริงกลุ่มพลังมวลชนที่จะออกมา ็เหลืองทั้งแผ่นดินิ เกือบทั้งหมดก็แสดงออกโดยสงบ (วันที่ 14 บางคนยังผลัดผ้าไปม็อบต่อด้วยซ้ำ) แต่กลับมีคนหยิบมือหนึ่งฉวยพลังนี้ไปอ้างแสดงความฮาร์ดคอร์ เช่นการบุกทำร้ายนักเรียนนักศึกษาที่รามคำแหง ซึ่งรัฐบาลกลับอ้างว่าคนพวกนี้โดนยั่วยุก่อน ปกป้องกันชัดเจน

คนพวกนี้คือหน้าเดิมๆ ทั้งนั้น คืออดีต กปปส. หรือการ์ดพันธมิตร อ้างความจงรักภักดีของคนส่วนใหญ่ไปใช้ความรุนแรง โดยพัวพันกับนักการเมือง

อำนาจรัฐจะเลือกเดินเกมอย่างนี้ โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบอะไรเลย? ทั้งที่ทางเลือกง่ายสุด คือประยุทธ์ลาออก กลับไม่ทำ

ประยุทธ์ลาออก ทุกอย่างจะคลี่คลายทันที ม็อบก็หยุด แม้ข้อเรียกร้องยังไม่หยุด แต่ก็จะกลับสู่การพูดคุยถกเถียงกันในบรรยากาศปกติ เพราะเป็นเรื่องที่อยู่ในรัฐธรรมนูญ ในกฎหมาย ต้องใช้เวลา

ประยุทธ์ลาออก ครม.พ้นทั้งคณะ ถ้ารีบแก้รัฐธรรมนูญ 256 ไปสู่การเลือก ส.ส.ร. รวมทั้งแก้รัฐธรรมนูญเฉพาะหน้า ตัดอำนาจ 250 ส.ว. รื้อระบบเลือกตั้ง ถอนข้อหาแกนนำม็อบที่ถูกจับกุมหรือไม่ค้านประกัน แล้วตั้งรัฐบาลใหม่ ซึ่งก็จะมาจากพรรคร่วมรัฐบาลปัจจุบันนั่นแหละ ใช้เวลาสักพัก ยุบสภาพร้อมลงประชามติ

ถามว่าอำนาจที่ดำรงอยู่นี้ เสียหายตรงไหน ทำไมไม่ยอมสละประยุทธ์ ทำไมประยุทธ์ไม่ยอมสละตัวเอง เอาแต่ตีฝีปากว่าผิดอะไร ทั้งที่มาจากรัฐประหาร ทั้งที่มาจากการเขียนรัฐธรรมนูญให้ตัวเองสืบทอดอำนาจ และใช้อำนาจไม่ชอบธรรม เช่นการประกาศฉุกเฉินร้ายแรงสลายการชุมนุม

วิถีที่รัฐกำลังเดิน คือนำไปสู่ความแหลกลาญ ปลุกพลังไปสู่การแตกหัก โดยเชื่อว่ากุมอำนาจเป็นปึกแผ่น ทั้งทหารตำรวจ ฝ่ายกฎหมาย ไม่ยอมถอยไม่ยอมคลาย ทั้งที่คลายแล้วก็ยังครองอำนาจได้

ไม่รู้ทำไม กลับเลือกหนทางแตกหักกับประชาชน

 

 

ที่มา: ข่าวสดออนไลน์ www.khaosod.co.th/politics/hot-topics/news_5174614

 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์