'ฉันหวังว่าจะทำแท้งรัฐบาลนี้ได้' ชาวโปแลนด์ประท้วงใหญ่ต้านมาตรการห้ามทำแท้งใหม่ที่แย่กว่าเดิม

หลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญของโปแลนด์ตัดสินให้การทำแท้งในแทบทุกกรณีในโปแลนด์เป็นเรื่องผิดกฎหมาย ก็ทำให้เกิดการประท้วงต่อเนื่องเป็นเวลา 5 วัน ในประเทศที่มีกฎหมายเข้มงวดด้านการทำแท้งอยู่แล้ว แต่คราวนี้ศาลกำหนดห้ามทำแท้งแม้กระทั่งในกรณีที่ตัวอ่อนในครรภ์มีความผิดปกติอย่างหนั

ประชาชนผู้สนับสนุนสิทธิสตรีในโปแลนด์ประท้วงอย่างต่อเนื่องหลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญของโปแลนด์ตัดสินให้กฎหมายห้ามทำแท้งมีความเข้มงวดมากขึ้นกว่าเดิมจากที่กฎหมายห้ามทำแท้งในโปแลนด์ก็มีการลิดรอนสิทธิในเนื้อตัวร่างกายของผู้คนมากอยู่แล้ว

ในกฎหมายโปแลนด์ระบุว่าการทำแท้งเป็นเรื่องผิดกฎหมายเว้นแต่ในกรณีของการถูกข่มขืน การร่วมเพศที่เกิดขึ้นจากคนในครอบครัว การตั้งครรภ์ที่ทำให้ผู้ตั้งครรภ์เสี่ยงต่อชีวิต และกรณีที่ตัวอ่อนในครรภ์มีความผิดปกติอน่างมาก แต่ล่าสุดศาลโปแลนด์ได้ตัดสินว่าแม้แต่ในกรณีที่ตัวอ่อนมีความผิดปกติอย่างมากก็ถือว่าผิดกฎหมายถ้าหากจะทำแท้ง

มีการประท้วงอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 5 วันแล้วหลังจากคำตัดสินล่าสุดนี้ ในวันที่ 27 ต.ค. ที่ผ่านมานายกรัฐมนตรีมาเทอุส โมราวิชกี จากพรรคอนุรักษ์นิยมฝ่ายขวาก็แถลงปกป้องคำตัดสินห้ามการทำแท้งที่เข้มงวดขึ้นในประเทศที่ศาสนาคริสต์นิกายคาทอลิกมีอำนาจนำ อีกทั้งยั้งอ้างเตือนให้ผู้ประท้วงควรจะระวังเรื่องข้อห้ามในช่วงที่มีการระบาดของ COVID-19 ด้วย

มีผู้ประท้วงหลายหมื่นคนชุมนุมปิดถนนใน 50 เมืองทั่วประเทศโปแลนด์ ในเมืองหลวงกรุงวอร์ซอว์มีการปิดถนนทางแยกสายหลักซึ่งมีการหยุดไม่ให้รถยนต์และรถรางแล่นผ่านเป็นเวลาราว 1 ชั่วโมง มีผู้ประท้วงบางส่วนถือป้ายว่า "ฉันหวังว่าฉันจะมารถทำแท้งรัฐบาลของเราได้" และ "ฉันต้องการทางเลือก ไม่ใช่ความหวาดกลัว"

หนึ่งในผู้ประท้วงบางคนเป็นผู้ชายที่บอกว่าเขาจะอยู่กับการประท้วงจนจบโดยที่เขามาเพื่อต่อสู้ให้กับพี่น้อง แม่ ย่า ยาย และคู่หมั้นของเขาที่มาเข้าร่วมประท้วงในครั้งนี้ด้วย ผู้ประท้วงหญิงอีกรายหนึ่งชื่อจัสติเนียกล่าวว่าเธอร่วมต่อสู้ในครั้งนี้ก็เพื่ออนาคตของลูกสาวเธอเองด้วย

ฮิลลารี มาร์โกลิส นักวิจัยด้านสิทธิสตรีจากฮิวแมนไรท์วอทช์กล่าวว่า การประท้วงศาลรัฐธรรมนูญแม้แต่ในช่วงที่มีโรคระบาดแสดงให้เห็นว่าคำตัดสินนี้กระทบชีวิตของประชาชนอย่างไรและแสดงให้เห็นว่าประชาชนชาวโปแลนด์จะไม่ยอมทนให้สิทธิมนุษยชนของพวกเขาถูกลิดรอนและชีวิตกับสุขภาวะของพวกเขาถูกทำให้อยู่กับความเสี่ยง

มาร์โกลิสวิจารณ์อีกว่าพรรครัฐบาลลอว์แอนด์จัสติสหรือพีไอเอสของโปแลนด์ลิดรอนสิทธิอนามัยเจริญพันธุ์รวมถึงการใช้ข้อมูลเท็จในการพยายามควบคุมผู้หญิงโดยการเน้นบทบาททางเพศตามประเพณีนิยม ซึ่งความล้าหลังเหล่านี้ละเมิดค่านิยมพื้นฐานของสหภาพยุโรป และการเปลี่ยนแปลงถอยหลังลงคลองเหล่านี้ต่างก็ไม่เป็นไปในแนวทางเดียวกับวิสัยทัศน์ในปัจจุบันของโปแลนด์

ในการประท้วงที่วอร์ซอว์มีการทุบตีกันหลังจากที่กลุ่มขวาจัดฝ่าแผงกันของตำรวจเข้ามาหากลุ่มผู้ประท้วงทำให้ตำรวจต้องใช้สเปรย์พริกไทยกับเหตุที่เกิดขึ้น มีผู้ประท้วงบางส่วนที่โจมตีโบสถ์คริสต์โรมันคาทอลิกในโปแลนด์แบบที่ไม่เคยมีมาก่อน เพราะคาทอลิกในโปแลนด์มีส่วนเกี่ยวข้องกับแนวทางชาตินิยมอนุรักษ์นิยมจัดของพรรคพีไอเอส เหตุเกิดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 25 ต.ค. มีผู้ประท้วงเข้าไปขัดจังหวะพิธีการของโบสถ์แล้วพ่นสีกราฟิตีบนกำแพงโบสถ์ในวอร์ซอว์ นอกจากนี้ยังมีผู้คนบางส่วนชุมนุมที่ใกล้กับบ้านพักของ ยาโรสลอว์ คักซินสกี หัวหน้าพรรคพีไอเอส ทำให้มีการใช้รถตู้ตำรวจพร้อมไฟฉายคอยกันผู้คนออกไป รวมถึงมีเฮลิคอปเตอร์บินวนอยู่เหนือหัวพวกเขา

พรรคการเมืองพีไอเอสโฆษณาหาเสียงในเชิงอนุรักษ์นิยมทางสังคมมาตั้งแต่ก่อนหน้าโดยให้สัญญาว่าจะส่งเสริมค่านิยมแบบประเพณีนิยมมากขึ้น ทั้งนี้ประธานาธิบดี อังเดรจ์ ดูดา ที่ได้รับดการหนุนหลังจากพรรคพีไอเอสก็เพิ่งชนะการเลือกตั้งในเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา ทำให้เขาดำรงตำแหน่งเป็นสมัยที่สองท่ามกกลางความกังวลว่าสิทธิสตรีและสิทธิของผู้มีความหลากหลายทางเพศจะถดถอยลงจากประธานาธิบดีรายนี้ผู้เคยให้สัญญาว่าจะทำให้การแต่งงานของคนรักเพศเดียวกันและสิทธิในการอุปการะลูกของชาว LGBTQ+ เป็นเรื่องผิดกฎหมาย

เรียบเรียงจาก : 

 

 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์