ตร.ตรวจบัตรประชาชน-เช็คประวัติบัณฑิต-ปชช.ที่มางานรับปริญญาธรรมศาสตร์

ตรวจเข้มงานรับปริญญามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตั้งด่านตรวจบัตรประชาชน เช็คประวัติ กักตัวคนรณรงค์ไม่รับปริญญา หลังกลุ่มบัณฑิตธรรมศาสตร์ของราษฎรรณรงค์งดเข้าหอประชุม พร้อมประกาศคำใบ้และให้รอบิ๊กเซอไพรส์ในวันที่ 31 ต.ค. 2563 เวลา 17.00 น.

ตร. ตรวจสอบข้อมูลผู้มาแสดงความยินดีบัณฑิต มธ. ผ่านบัตรประชาชน

30 ต.ค. 2563 ไอลอว์รายงานว่า ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งแจ้งข้อมูลกับไอลอว์ว่า เช้าวันนี้เดินทางไปเข้าร่วมพิธีรับปริญญาที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ท่าพระจันทร์) ก่อนเข้าพื้นที่มหาวิทยาลัยมีจุดคัดกรองบริเวณหน้าประตูทางเข้า 2 จุดคือ ฝั่งท่าพระจันทร์และท่าพระอาทิตย์ ผู้ใช้เฟซบุ๊กคนดังกล่าวผ่านจุดคัดกรองที่ฝั่งท่าพระอาทิตย์ ซึ่งมีการแบ่งแถวคัดกรองออกเป็น 2 แถว สำหรับผู้มีบัตรประชาชน และไม่มีบัตรประชาชน

ในวันนี้ ผู้ให้ข้อมูลไม่ได้พกบัตรประชาชนมา เนื่องจากที่ผ่านมาไม่ต้องใช้บัตรประชาชนสำหรับเข้าไปแสดงความยินดีกับบัณฑิตรับปริญญามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จึงต้องแสดงใบขับขี่เพื่อยืนยันตัวตนแทน

เจ้าหน้าที่เป็นตำรวจในเครื่องแบบจาก สน.บึงกุ่ม และตำรวจจากกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) ขอให้แสดงใบขับขี่แทนเพื่อใช้ในการตรวจสอบข้อมูล ขณะที่บุคคลอื่นสามารถผ่านจุดคัดกรอง และเข้าไปในพื้นที่มหาวิทยาลัยได้ทันที

หลังเวลาผ่านไป 5 นาที ผู้ให้ข้อมูลจึงสอบถามว่า "มีปัญหาอะไรหรือไม่" เจ้าหน้าที่ ปอท. ตอบว่า "มีนิดหน่อย" พร้อมยื่นใบขับขี่ของผู้ให้ข้อมูลแก่ตำรวจอีกคน เพื่อตรวจสอบข้อมูลซ้ำอีกครั้งในคอมพิวเตอร์ จากนั้นตำรวจก็ต่อสายโทรศัพท์และพูดกับทางปลายสายในลักษณะตรวจสอบข้อมูลอีกประมาณ 2-3 นาที

หลังจากนั้น ตำรวจจึงหันมาสอบถามผู้ให้ข้อมูลว่า "วันนี้มางานรับปริญญาเฉยๆ ไม่ได้มาทำกิจกรรมอะไรใช่หรือไม่" เขาจึงตอบกลับว่า "มางานรับปริญญารุ่นน้อง ไม่ได้มาจัดกิจกรรม และไม่เคยจัดกิจกรรมใดๆ" พร้อมถามกลับว่า "ตนเป็นบุคคลต้องสงสัยที่ต้องคอยเฝ้าระวังใช่หรือไม่" เจ้าหน้าที่ตอบว่า "ใช่ มหาวิทยาลัยเป็นคนส่งชื่อมาให้"

เจ้าหน้าที่ ปอท. ขอให้บุคคลที่ 3 หรือบัณฑิต มาแสดงตัวเพื่อยืนยันว่า ผู้ใช้เฟซบุ๊กเดินทางมางานรับปริญญาโดยไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อมาทำกิจกรรมอื่นใดจริงๆ

ส่วนเจ้าหน้าที่ สน.บึงกุ่ม พาผู้ให้ข้อมูลไปรอด้านหลังจุดคัดกรองเพื่อรอบัณฑิตมายืนยันว่า ผู้ให้ข้อมูลมาเข้าร่วมงานรับปริญญาจริง ระหว่างนี้ เจ้าหน้าที่สอบถามชื่อบัณฑิตและสืบค้นข้อมูลในคอมพิวเตอร์ ส่วนผู้ให้ข้อมูลก็ได้สอบถามเจ้าหน้าที่ว่า "ทำไปเพื่ออะไร และมีผู้ถูกติดตามในลักษณะนี้เช่นเดียวกับตนกี่คน" ตำรวจตอบว่า "ไม่สามารถให้ข้อมูลได้"

เมื่อบัณฑิตมาถึง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงขอถ่ายรูปผู้ให้ข้อมูลและบัณฑิต เพื่อใช้เป็นหลักฐานว่าผู้ให้ข้อมูลมาเข้าร่วมงานรับปริญญา ไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อมาจัดกิจกรรมทางการเมืองจริง หลังจากถ่ายภาพเสร็จ เจ้าหน้าที่ ปอท. ก็คืนใบขับขี่ให้ผู้ให้ข้อมูล

เก็บข้อมูล-ขวางบัณฑิตที่รณรงค์ไม่ได้ซ้อมรับปริญญาเข้ามหาวิทยาลัย

นอกจากนี้ แกนนำบัณฑิตธรรมศาสตร์ของราษฎรยังเปิดเผยข้อมูลต่อไอลอว์ว่า วันนี้จะเข้าไปงานรับปริญญาเพื่อถ่ายรูปกับเพื่อนผ่านทางฝั่งประตูพระอาทิตย์ เมื่อถึงจุดตรวจเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจนั่งเฝ้าอยู่ขอบัตรประชาชนไปเสียบกับเครื่องตรวจ เมื่อตำรวจเอาบัตรไปเสียบเห็นในจอขึ้นข้อความสีแดงๆ จึงแจ้งให้ไปคุยกับโต๊ะฝั่งตรงข้ามก่อนเพราะบัตรประชาชนมีปัญหา แต่พอตำรวจบอกว่าบัตรมีปัญหาจึงบอกตำรวจว่าจะไม่เข้าไปในมหาวิทยาลัยแล้วและให้เอาบัตรประชาชนคืนมา แต่ตำรวจไม่คืนบัตรประชาชนให้และส่งไปให้กับตำรวจโต๊ะฝั่งตรงข้าม

เมื่อตำรวจที่นั่งฝั่งตรงข้ามได้บัตรประชาชนไปก็นำไปเสียบกับเครื่องอ่านบัตร และคุยกับคนที่มีลักษณะเป็นผู้บังคับบัญชา แต่ไม่ได้ยินว่าคุยอะไรกัน เมื่อเกิดความสงสัยเขาจึงถามตำรวจว่า บัตรของเขามีปัญหาอะไรไหม ตำรวจแจ้งว่า บัตรใบนี้มีชื่อซ้ำ จึงขอดูจอคอมพิวเตอร์ตำรวจเห็นว่า ในจอเป็นตารางช่องๆ ซึ่งชื่อของเขามีตัวหนังสือขึ้นมาในช่องประมาณ 3-4 ช่อง อันหนึ่งเห็นว่าเขียนว่า "มีการรณรงค์ไม่รับพระราชทานปริญญาบัตร" อีกช่องเห็นไม่ชัด แต่ยาวประมาณสองถึงสามบรรทัด ว่า "มีทัศนคติทางการเมือง..." แต่ที่ด่านนั้นไม่มีกระดาษลิสต์รายชื่อ ข้อมูลทั้งหมดแสดงขึ้นในจอคอมพิวเตอร์ หลังจากนั้นตำรวจจึงยึดบัตรประชาชนของเขาไป เขาจึงถามตำรวจว่าใช้อำนาจอะไรในการยึดบัตร ขอบัตรประชาชนคืนด้วย แต่ตำรวจบอกว่าขอนำบัตรประชาชนไปตรวจสอบประวัติเพิ่มเติมก่อนแล้วจะคืนให้ แล้วหายไปโทรคุยกับผู้บังคับบัญชาประมาณ 5 นาที

เมื่อตำรวจกลับมาจึงถามไปว่า จะคืนบัตรประชาชนให้หรือยัง ตำรวจแจ้งว่ายังคืนให้ไม่ได้แล้วแต่นายจะให้คืนตอนไหน แล้วให้น้องไปคุยด้านหลังจุดตรวจได้หรือไม่ แต่บัณฑิตคนดังกล่าวปฏิเสธการไปพูดคุยนอกจุดตรวจ เพราะกลัวว่าจะถูกจับเนื่องจากมาคนเดียว และแจ้งกับตำรวจว่าต้องนั่งคุยตรงจุดตรวจเท่านั้น เพราะมีคนอยู่จำนวนมาก

หลังจากนั้น มีเพื่อนที่ติดต่อไว้มาหาที่จุดตรวจ และทำการถ่ายวิดีโอว่าเขาจะมาเข้างานรับปริญญาแล้วถูกกักอยู่ที่จุดตรวจหน้าประตูพระอาทิตย์ แล้วพูดว่าตำรวจพยายามกักขังหน่วงเหนี่ยวเขา พอตำรวจได้ยินเช่นนั้น จึงเข้ามาพูดคุยเพื่อคืนบัตรประชาชนและออกสติ๊กเกอร์เข้างานให้ ขณะที่ถูกกักตัวอยู่พยายามโทรหาอาจารย์ในคณะเพื่อที่จะให้คุยกับตำรวจ แต่ตำรวจทั้งหมดไม่ยอมคุยโทรศัพท์กับอาจารย์สักคน รวมเวลาที่ถูกกักตัวไว้ที่ด่านทั้งหมดประมาณ 10-15 นาที ก่อนที่จะเข้ามหาวิทยาลัยได้ตามปกติ

เวลา 15.00 น. มีรายงานจากบัณฑิตที่ไม่รับปริญญาเพิ่มเติมว่า ที่ประตูท่าพระจันทร์ มีจุดตรวจผู้มาเข้าร่วมงานโดยใช้บัตรประชาชนเสียบกับเครื่องอ่านและจะขึ้นประวัติของบุคคลนั้นๆ โดยการขึ้นสีม่วง คือบัณฑิตที่ไม่ได้เข้าพิธีซ้อม ตำรวจจะมีการถ่ายรูปบัณฑิตที่ไม่ได้เข้าพิธีไว้หลังจากนั้นจึงส่งไปอีกจุด เพื่อบันทึกข้อมูลของบัณฑิตที่ไม่ได้เข้าพิธีซ้อม และส่งไปจุดสุดท้ายเพื่อบันทึกข้อมูลและถ่ายรูปบัณฑิตอีกครั้ง กระบวนการทั้งหมดนี้บัตรประชาชนจะอยู่ที่ตำรวจตลอด ใช้เวลาประมาณ 5 นาที

บัณฑิตรับปริญญา 51% ท่ามกลางการถวายความปลอดภัยเข้มงวด

ด้านข่าวสดออนไลน์ รายงานว่า แหล่งข่าวจากฝ่ายความมั่นคงแจ้งว่า เฉพาะช่วงวันที่มีพิธีพระราชทานปริญญาบัตร 30- 31 ต.ค. 2563 มีการจัดกำลังดูแลจากกองทัพบก อาทิ กองพลที่ 1 รักษาพระองค์ (พล.1รอ.) กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ม.2 รอ.) กองพลทหารราบที่ 9 (พล.ร.9) เป็นต้น ส่วนพื้นที่ภายในได้จัดกำลังจากหน่วยบัญชาการอากาศโยธิน กองทัพอากาศ ขณะที่พื้นที่ทางน้ำเป็นหน้าที่ของกองทัพเรือดูแล ทั้งนี้ ตลอดเส้นทางถนนราชดำเนินจะมีประชาชนและตัวแทนหน่วยงานราชการสวมเสื้อเหลืองเดินทางมารอเฝ้ารับเสด็จ เพื่อแสดงความจงรักภักดีด้วย

แหล่งข่าว เปิดเผยต่อว่า ในส่วนของนักศึกษาที่จะรับพระราชทานปริญญาบัตรในปีนี้มี จำนวน 51 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนนักศึกษาที่สำเร็จการศึกษาทั้งหมดในปีนี้ ขณะที่นักศึกษาคณะรัฐศาสตร์แสดงความเจตจำนงค์ไม่ขอรับพระราชทานปริญญาบัตรทั้งหมด ซึ่งไม่ใช่เรื่องผิดปกติ เพราะในทุกปีจะมีนักศึกษาที่เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรอยู่ในระดับ 50-54 เปอร์เซ็นต์

พร้อมกันนี้หน่วยงานความมั่นคงได้เข้าไปติดต่อกับตัวแทนองค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ขอความร่วมมือไม่ให้จัดกิจกรรมใด ๆ โดยเฉพาะการจัดแสดงภาพจำลองเหตุการณ์ต่าง ๆ ซึ่งทางองค์การฯรับปากว่าจะทำให้ดีที่สุด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับความเคลื่อนไหวของ พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผบ.ทบ. ในฐานะผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ (904) ในวันที่ 31 ต.ค.นี้ เวลา 09.00 น. จะเดินทางเป็นประธานในพิธีประดับเครื่องหมายยศและมอบประกาศนียบัตร หลักสูตรนักเรียนนายสิบทหารบก (นนส.ทบ.) เหล่าราบ 1 ปี 6 เดือน รุ่นที่ 23 ที่ศูนย์การทหารราบ ค่ายธนรัชต์ จ.ประจวบคีรีขันธ์

จากนั้น ในช่วงบ่ายจะเดินทางเข้ามาติดตามสถานการณ์การชุมนุมที่ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก (ศปก.ทบ.) ภายในกองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) ถ.ราชดำเนิน

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์