ตร.ล็อกคอเพนกวิน-ไมค์-รุ้ง จากเรือนจำจนบาดเจ็บ ทนายโต้หมายจับสิ้นผลแล้ว

30 ต.ค. 2563 หลังศาลอาญายกคำร้องฝากขัง 'เพนกวิน' พริษฐ์ ชิวารักษ์, 'ไมค์' ภาณุพงศ์ จาดนอก, 'รุ้ง' ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล, และ 'หมอลำแบงค์' ปติวัฒน์ สาหร่ายแย้ม จากคดี 19 กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร ทำให้ทั้งสี่จะได้ปล่อยตัวจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครและทัณฑสถานหญิงกลาง แต่ตำรวจจาก สน.ประชาชื่นมาขออายัดตัวพริษฐ์, ภาณุพงศ์, และปนัสยาไปควบคุมตัวต่อ

03.10 น. พ.ต.อ.เอกราช อุ่นเจริญ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรพระนครศรีอยุธยา กล่าวต่อประชาชนที่มาชุมนุมหน้า สน.ประชาชื่น ว่า ตนมาพร้อมกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องและพนักงานสอบสวน ในนามของตำรวจภูธรพระนครศรีอยุธยา วันนี้ มีคดีระหว่างการสอบสวนของทั้งสามคน คดีนี้พนักงานสอบสวนระยะหนึ่ง ในช่วงที่ทั้งสามท่านอยู่ในการควบคุมตัวในเรือนจำ การสอบสวนยังเหลือไม่มาก แต่ทราบว่ามีการปล่อยตัวจึงดำเนินการตามกฎหมาย เชื่อว่าถ้าทั้งหมดยินดีให้การสอบสวนก็จะเสร็จสิ้นในคืนนี้ ถ้าสอบสวนแล้วเสร็จจะยื่นคำร้องต่อศาลให้พิจารณาต่อ

รองผู้บังคับการตำรวจภูธรพระนครศรีอยุธยา กล่าวต่อว่า ถ้าการสอบสวนเสร็จสิ้นในคืนนี้ จะแถลงต่อศาลไม่มีความจำเป็นต้องควบคุมตัวผู้ต้องหาไว้ ให้เป็นดุลพินิจของศาลว่าจะควบคุมตัวต่อหรือไม่ หากทั้งสามท่านยื่นคำร้องไปรักษาที่โรงพยาบาล ตนยินดี แต่จะต้องสอบสวนที่นี่ก่อนไป ใช้เวลาไม่นาน

หลัง พ.ต.อ.เอกราช ชี้แจงต่อประชาชนที่มาชุมนุม พริษฐ์และปนัสยาเดินทางเข้าไปภายใน สน.ประชาชื่น 

02.30 น. ไอลอว์รายงานว่า ยังไม่มีความคืบหน้าเรื่องการเพิกถอนหมายจับ หลังตำรวจจาก สภ.เมืองพระนครศรีอยุธยา เดินทางมาถึง สน.ประชาชื่นเกือบ 3 ชั่วโมงแล้ว นอกจากนี้ ยังมีการจัดวางกำลังตำรวจทั้งที่ สน.ประชาชื่น และโรงพยาบาลที่ภาณุพงศ์เข้ารักษาตัว ส่วนพริษฐ์และปนัสยายังอยู่หน้า สน.ประชาชื่น

ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล และพริษฐ์ ชิวารักษ์ หน้า สน.ประชาชื่น 31 ต.ค. 2563
ภาพโดย Sirachai Arunrugstichai

00.00 ของวันที่ 31 ต.ค. 2563 มีพยาบาลเข้ามาดูแลพริษฐ์ที่บาดเจ็บระหว่างควบคุมตัว ขณะที่ด้านหน้า สน.ประชาชื่น ประชาชนมารวมตัวกันประมาณ 500 คน มีการปราศรัยและเล่นดนตรีเพื่อรอความชัดเจนว่าทั้งสามจะได้รับการปล่อยตัวหรือไม่ หลังทนายความพยายามแสดงเอกสารการรับทราบข้อหาซึ่งทำให้หมายจับสิ้นผล สภ.เมืองอุบลราชธานี ถอนหมายจับแล้ว ขณะที่ ตร.สภ.เมืองพระนครศรีอยุธยา อยู่ระหว่างเข้าพูดคุยเกี่ยวกับการถอนหมายจับ

หน่วยปฐมพยาบาลทำแผลให้พริษฐ์ ชิวารักษ์
ภาพโดย Sirachai Arunrugstichai

23.40 น. ตำรวจ สภ.เมืองพระนครศรีอยุธยา เดินทางมาถึง สน.ประชาชื่น ประชาชนพร้อมใจตะโกน "ปล่อยเพื่อนกู" พริษฐ์ประกาศยื่นข้อเสนอให้ตำรวจถอนหมายจับตามกฎหมายที่ควรจะเป็น หรือไม่ก็ให้เข้ามาจับเขาภายใน 15 นาทีนี้

23.20 น. ที่ชุมนุมยืนยันว่า ภาณุพงศ์ปลอดภัยแล้ว แต่ต้องพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลพระราม 9 หนึ่งคืน เนื่องจากมีอาการขาดออกซิเจนจากการถูกควบคุมตัว

23.10 น. พริษฐ์ประกาศว่า ทีมทนายความได้รับแจ้งว่า สภ.เมืองอุบลราชธานี ถอนหมายจับเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ขณะที่ตำรวจจาก สภ.เมืองพระนครศรีอยุธยา กำลังเดินทางมาที่ สน.ประชาชื่น เพื่อเจรจาถอนหมายจับ

22.02 น. ภาณุพงศ์ซึ่งเป็นลมไม่ได้สติ ถูกหามใส่เปล ขึ้นรถกู้ภัยออกไปโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ โดยมี นพ.ทศพร และเพื่อนติดตามไปด้วย

21.56 น. รถฉุกเฉินเข้ามายัง สน.ประชาชื่น เพื่อปฐมพยาบาลพริษฐ์และภาณุพงศ์ซึ่งเป็นลมอยู่ ขณะที่ปนัสยาถูกนำตัวเข้าภายในสถานีตำรวจ

21.41 น. ตำรวจนำตัวปนัสยามาถึง สน.ประชาชื่น ขณะที่เจ้าหน้าที่นำพริษฐ์และหามภาณุพงศ์ลงมาจากรถคุมตัวของตำรวจ ทั้งคู่มีอาการบาดเจ็บ ทำให้ นพ.ทศพร เสรีรักษ์ ประกาศว่าจะนำตัวทั้งสองคนไปส่งโรงพยาบาล

21.25 น. ที่ สน.ประชาชื่น พริษฐ์และภาณุพงศ์ถูกคุมตัวอยู่บนรถตำรวจ พริษฐ์แจ้งว่าเนื่องจากทั้งสองคนเห็นว่าเจ้าหน้าที่จะอายัดตัวต่อโดยมิชอบ ทำให้ไม่ยินยอมให้นำตัวไป แต่เจ้าหน้าที่กลับใช้กำลังลากคอ และล็อกคอทั้งสองคนขึ้นรถ ทำให้ทั้งสองคนได้รับบาดเจ็บ และภาณุพงศ์ถึงกับเป็นลมไป

20.15 น. ทนายความเดินทางเข้าไปติดตามการอายัดพริษฐ์และภาณุพงศ์ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร พร้อมตรวจสอบว่า หมายจับทั้งคดีชุมนุมที่ จ.นนทบุรี, จ.พระนครศรีอยุธยา, และ จ.อุบลราชธานี สิ้นผลไปแล้ว เนื่องจากเมื่อ 20-21 ต.ค. 2563 ขณะพริษฐ์และปนัสยาถูกคุมตัวอยู่ที่ บก.ตชด.ภาค 1 พนักงานสอบสวนจากทั้งสามคดีเข้าไปแจ้งข้อหาจากการชุมนุมทั้งสามแห่งแล้ว ขณะที่ภาณุพงศ์ถูกแจ้งข้อหาจากชุมนุมที่ จ.นนทบุรี ไปแล้วเช่นกัน ทำให้พริษฐ์และภาณุพงศ์ปฏิเสธขึ้นรถตำรวจ เนื่องจากเห็นว่าเป็นการควบคุมตัวมิชอบ ด้านทนายเตรียมนำเอกสารไปให้เจ้าหน้าที่ดูว่าคดีเหล่านั้นแจ้งข้อหาไปหมดแล้ว

เวลา 19.50 น. ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนรายงานว่า มีเพียงปติวัฒน์คนเดียวที่ได้รับการปล่อยตัว ท่ามกลางประชาชนที่มารอรับทั้งสี่คน โดยปติวัฒน์เล่าว่ามีตำรวจจาก สน.ประชาชื่น มาขออายัดตัวพริษฐ์และภาณุพงศ์ตามหมายจับคดีที่ จ.นนทบุรี

'เพนกวิน' - 'ไมค์' เสี่ยงอันตรายจากการควบคุมตัว

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน รายงานว่า พยาบาลอาสา กล่าวว่า ภาณุพงศ์มีอาการหัวใจเต้นเร็วผิดปกติและความดันต่ำ หากอยู่ในที่แคบหรือขาดอากาศหายใจจะมีอาการวูบและน็อคได้ ส่วนพริษฐ์มีโรคประจำตัวคือโรคหอบหืด ทำให้การถูกคุมตัวในรถตำรวจวันนี้ส่งผลต่อทั้งคู่มากกว่าคนทั่วไป และทำให้สุขภาพทั้งคู่เสี่ยงอันตรายมากกว่าปกติ

นอกจากนี้ พริษฐ์มีอาการปวดบวมทั้งศรีษะ ไหล่ และแขนด้านขวา ฝ่าเท้ามีสะเก็ดเศษแก้วฝังอยู่เกือบ 20 ชิ้น ในศรีษะเกือบ 100 ชิ้น ในหูเกือบ 7 ชิ้น พยาบาลนำเศษแก้วออกบ้างแล้วแต่ยังไม่หมด ควรได้รับการรักษาในโรงพยาบาล

รถควบคุมตัวเฉี่ยวชนจักรยานยนต์ประชาชนล้มระหว่างทาง

มีรายงานว่า รถควบคุมตัวของตำรวจเฉี่ยวชนจักรยานยนต์ของประชาชนล้มบริเวณแยกพงษ์เพชร และผู้เสียหายติดตามมาแจ้งความที่ สน.ประชาชื่น แต่พนักงานสอบสวนไม่รับแจ้งความ โดยอธิบายว่าไม่ใช่ท้องที่ที่มีอำนาจสอบสวน ผู้เสียหายจึงขอให้ลงบันทึกประจำวันไว้

ผู้เสียหายเล่าขณะลงบันทึกประจำวันว่า ตนขี่จักรยานต์มุ่งหน้าไปงามวงศ์วานเพื่อกลับบ้านตามปกติ รถตำรวจอยู่เลนซ้ายที่ไม่ใช่ซ้ายสุด ตนพยายามจะแซงแต่ว่ายังแซงไม่พ้น รถตำรวจเร่งเครื่องแล้วชนจักรยานยนต์ตนจนล้มลง มีวินมอเตอร์ไซค์มาช่วยดึงตัวลุกขึ้น แต่รถจักรยานยนต์ติดไปกับกันชนหน้ารถของตำรวจ แล้วถูกลากติดไปจนถึงสี่แยก รถตำรวจจอดแล้วถอยหลังเพื่อให้จักรยานยนต์หลุดจากกันชน แล้วขับออกไป ตนพยายามเดินตามมาเอารถ แล้วขี่มา สน.ประชาชื่น  สภาพรถเสียหาย ล้อหน้าบิด เบรคใช้การไม่ได้ จึงแจ้งต่อเจ้าหน้าที่ว่า ประสงค์จะเอาผิดกับเจ้าหน้าที่คนขับรถ และเรียกค่าเสียหาย

อย่างไรก็ตาม พนักงานสอบสวน สน.ประชาชื่น ยืนยันว่า ถ้าจะร้องทุกข์ หรือฟ้องร้องคดีเรียกค่าเสียหาย ให้ไปที่ สน.ทุ่งสองห้อง เพราะที่นี่ไม่ใช่เขตอำนาจสอบสวน ผู้เสียหายจึงไปโรงพยาบาลเพื่อขอใบรับรองแพทย์มาดำเนินคดีต่อ

ผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า เมื่อรถควบคุมตัวของตำรวจออกจากเรือนจำมาติดอยู่บริเวณแยกพงษ์เพชร มีรถจักรยานยนต์ขี่ตามมาจำนวนหนึ่ง ขณะที่พริษฐ์และภาณุพงศ์เปิดกระจกออกมา ภาณุพงศ์กล่าวว่า มันทำร้ายพวกผม และพริษฐ์กล่าวว่า มันลากคอเรา ผู้อยู่ในเหตุการณ์เห็นว่ามีชายหัวเกรียน 2-3 คนนั่งอยู่ในรถด้วย บางส่วนจึงใช้หมวกกันน็อกทุบกระจก เพื่อช่วยทั้งสองคนที่อยู่ข้างใน

คนขับรถผู้ต้องหาพยายามขับหนีจึงชนกับรถจักรยานยนต์อย่างน้อยสองคัน มีคันหนึ่งล้มลงขวางใต้ท้องรถแต่รถควบคุมตัวของตำรวจยังคงขับต่อไป และลากรถจักรยานยนต์ไปกับพื้นเป็นทางยาว จนได้รับความเสียหาย
 

ประชาชนรวมตัวหน้า สภ.เมืองพระนครศรีอยุธยา เรียกร้องให้ถอนหมายจับ

ที่หน้า สภ.เมืองพระนครศรีอยุธยา มีประชาชนไปรวมตัวกันและปราศรัยตั้งแต่ประมาณ 01.40 น. เรียกร้องให้ปล่อยตัวแกนนำคณะราษฎรและขอให้ตำรวจขัดขืนต่ออำนาจที่ไม่ชอบธรรม

03.00 น. ประชาชนที่มารวมตัวกันนอนเฝ้า สภ.เมืองพระนครศรีอยุธยา ประกาศถ้าไม่ถอนหมายจับก็จะเรียกประชาขนมาชุมนุมที่หน้าสถานีตำรวจต่อไป

ขณะที่ สน.ประชาชื่อ ระหว่างรอความชัดเจน ประชาชนที่มารวมตัวกันเฝ้าสลับขึ้นมาปราศรัย ผู้ปราศรัยรายหนึ่งปราศรัยว่าหากพวกตนชังชาติจริงจะไม่ออกมาเรียกร้องอะไรเลย ยืนยันว่าพวกตนไม่ชังชาติ พร้อมเรียกร้องให้ผู้ที่ดูอยู่ทางบ้านผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์นั้นให้ออกมาร่วมแสดงตัวกันที่ชุมนุม เดินขบวนเรียกร้องที่เป็นสิทธิพลเมือง

นักศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คนหนึ่งปราศรัยวิจารณ์การคุกคามประชาชนของตำรวจ รวมทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ ที่เป็นนายกฯ เป็นหัวหน้าฝ่ายบริหารก็ต้องมีส่วนรับผิดชอบต่อการคุกคามประชาชนด้วย อีกทั้งเรื่องที่ พล.อ.ประยุทธ์ เรียกร้องให้ประชาชนเคารพกฎหมาย แต่ตัวเองกลับฉีกรัฐธรรมนูญ

ผู้ปราศรัยดังกล่าว กล่าวถึงการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์นั้น ต้องสามารถพูดและวิพากษ์วิจารณ์ อีกเรื่องคือบทบาทของพระมหากษัตริย์ลงพระปรมาภิไธยรับรองการรัฐประหารต้องถูกยกเลิก สำหรับตนชาติคือประชาชน เราไม่ได้ชังชาติ เราสนับสนุนประชาชาตินิยม ประชาชนต้องเป็นใหญ่ในแผ่นดิน อย่าปล่อยให้ใครมาแอบอ้างเป็นเจ้าของประเทศ เราต้องการสังคมที่เป็นธรรม มุ่งหวังให้ประเทศมีสวัสดิการที่ดี สังคมที่ไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย เราต้องพูดถึงได้ลดงบประมาณลงของสถาบันกษัตริย์ได้ทั้งที่พวกประชาชนก็เสียภาษีทั้งทางตรงและทางอ้อม ยังยืนยันในข้อเรียกร้องให้มีการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์

ผู้ปราศรัยอีกคน ตั้งคำถามกับกลุ่มคนเสื้อเหลืองหรือกลุ่มที่ต่อต้านพวกตนที่เรียกร้องให้พวกตนออกนอกประเทศว่า นี่ประเทศคุณหรือ เป็นเรื่องที่แปลกที่พวกตนกลับไม่เคยไล่พวกนั้นออกนอกประเทศ เนื่องจากชาติในความหมายตนคือประชาชน และเรามองกันอย่างเป็นมนุษย์เช่นกัน และย้ำเรื่องข้อเรียกร้อง 10 ข้อ ปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ ต้องทำได้ โดยที่ผ่านมายิ่งมีการจับแกนนำหรือคุกคามผู้ชุมนุมนั้นทำให้เกิดการวิพากษ์สถาบันกษัตริย์กระจายไปต่างประเทศ

ผู้ปราศรัยดังกล่าว ยืนยันว่าตนไม่สามารถเป็นผู้ที่จะล้มเจ้าได้ เนื่องจากไม่มีกองกำลังอาวุธอะไร ไม่มีประสิทธิภาพอะไรที่จะทำแบบนั้นได้แน่นอน แต่การวิพากษ์วิจารณ์ควรเป็นเรื่องปกติ ไม่ใครต้องมีใครที่วิพากษ์วิจารณ์แล้วต้องเผชิญชะตากรรมทั้งการคุกคาม หรือแม้กระทั่งอุ้มหาย 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์