'เอกชัย' ผู้ต้องหาคดี ม.110 แจ้งความกลับตำรวจปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบกรณีขบวนเสด็จฯ ผ่านที่ชุมนุม 14 ตุลา

'เอกชัย' ผู้ต้องหาคดี ม.110 ประทุษร้ายต่อเสรีภาพราชินีฯ แจ้งความกลับตำรวจปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบกรณีขบวนเสด็จฯ ผ่านที่ชุมนุม 14 ตุลา ด้าน รอง ผบช.น.ยันตำรวจปฏิบัติถูกต้อง กำหนดเส้นทางเสด็จไว้ล่วงหน้าก่อนแล้ว ระบุผู้ต้องหาคดีนี้อาจจะมีมากกว่า 3 คน

 

5 พ.ย.2563 สื่อหลายสำนักรายงานตรงกันว่า ที่สถานีตำรวจนครบาลลาดพร้าว เอกชัย หงส์กังวาน นักกิจกรรมทางการเมือง ผู้ถูกแจ้งข้อกล่าวหาตามมาตรา 110 ประทุษร้ายต่อเสรีภาพราชินีฯ จากเหตุขบวนเสด็จผ่านผู้ประท้วงทางการเมืองหน้าทำเนียบเมื่อวันที่ 14 ต.ค.ที่ผ่านมา เข้าแจ้งความดำเนินคดี พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) และ พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) ความผิดตามมาตรา 157 ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 2,000-20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

วอยซ์ออนไลน์ รายงาน คำอธิบายของเอกชัย เพิ่มเติมถึงเหตุการณ์ขบวนเสด็จดังกล่าวว่า ขณะที่ผู้ชุมนุมราษฎรกลุ่มใหญ่อยู่บริเวณนางเลิ้ง ได้มีมวลชนบางส่วนรวมถึงตนอยู่ที่ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งไม่มีใครทราบว่าจะมีขบวนเสด็จผ่านตรงนั้น เพราะเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้ประกาศแจ้งเตือนล่วงหน้า แม้ว่า ผบช.น.ดูแลความปลอดภัยอยู่บริเวณดังกล่าว

ดังนั้นตนเชื่อว่าเป็นการจงใจเจตนาให้ขบวนเสด็จผ่านผู้ชุมนุม เพื่อนำไปสู่การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรง ที่อ้างว่ากระทบต่อขบวนเสด็จ ในฐานะ ผบ.ตร.และผบช.น. ไม่สามารถหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบได้ วันนี้จึงเข้ามาแจ้งความตามความผิด ม.157 ฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

เช้าวันนี้ (5 พ.ย.63) เอกชัย โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กยืนยันว่า วันที่ 14 ต.ค. 2563 ช่วงค่ำ หลังเหตุการณ์ขบวนเสด็จ ตนเดินอยู่ในการชุมนุมที่ด้านหน้าทำเนียบรัฐบาล ผู้ร่วมชุมนุมคนหนึ่งเข้ามาทัก พร้อมเล่าถึงการพบกับตนในปี 56 ซึ่งตนเดินทางไปที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพเพื่อเยี่ยมเยียนเพื่อนร่วมอุดมการณ์ เขารู้ว่าตนเป็นผู้ต้องหา ม.112 ที่ได้รับการประกันตัว ในครั้งนั้นเขาถามถึงเหตุผลที่ตนไม่หนีออกนอกประเทศ

"ผมยืนยันที่จะต่อสู้ เพราะผมไม่ได้ทำอะไรผิด เขาจึงประทับใจผมตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ไม่กี่วันต่อมาผมต้องเผชิญข้อหาที่รุนแรงยิ่งกว่า ม.112 แต่ผมยังคงยืนยันไม่หนี ไม่รู้ตอนนี้น้องคนนั้นจะคิดอย่างไร" เอกชัย โพสต์

รอง ผบช.น.ยันตำรวจปฏิบัติถูกต้อง กำหนดเส้นทางเสด็จไว้ล่วงหน้าก่อนแล้ว

บีบีซีไทย รายงาน คำอธิบายของฝั่งตำรวจเพิ่มเติม โดย พล.ต.ต. ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น. ให้สัมภาษณ์บีบีซีไทยวันนี้ (5 พ.ย.) ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ลาดพร้าวได้ให้เอกชัยมาแจ้งความที่ สน.ดุสิตแทนเนื่องจากที่เกิดเหตุเป็นท้องที่รับผิดชอบของ สน.ดุสิต ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งความไว้แล้ว หลังจากนี้จะสอบสวนข้อเท็จจริง หากมีมูลก็จะรับเป็นคดีต่อไป แต่หากไม่มีมูลก็ยุติการสอบสวน

สำหรับข้อกล่าวหาของเอกชัยนั้น รอง ผบช.น. ยืนยันว่าตำรวจปฏิบัติตามกฎหมายทุกประการ

"ข้อเท็จจริงประการแรกคือได้มีการกำหนดเส้นทางเสด็จไว้ล่วงหน้าก่อนวันที่ 14 ต.ค. นานแล้ว และประการที่สอง ก่อนที่ขบวนเสด็จฯ จะผ่าน ได้มีเจ้าหน้าที่ที่ดูแลเส้นทางเสด็จทำการประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องประชาชนรับทราบตามระเบียบปฏิบัติ เป็นสิ่งที่เจ้าหน้าที่ที่ดูแลขบวนเสด็จปฏิบัติเป็นประจำจนอยู่ในสายเลือด เราไม่พลาดอยู่แล้ว"

พล.ต.ต. ปิยะกล่าวอีกด้วยว่าขณะนี้ตำรวจยังอยู่ระหว่างตรวจสอบพยานหลักฐานเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นช่วงเย็นวันที่ 14 ต.ค. โดยเฉพาะภาพและคลิปทีมีการเผยแพร่ในโซเชียลมีเดีย หากพบว่ามีผู้กระทำความผิดตามมาตรา 110 ก็จะทำการแจ้งข้อหาเพิ่ม และผู้ต้องหาคดีนี้อาจจะมีมากกว่า 3 คน

ทั้งนี้กรณีดังกล่าว เอกชัยและผู้ชุมนุมราษฎรอีก 2 ราย คือ บุญเกื้อหนุน เป้าทอง อายุ 21 ปี นักศึกษาเอกความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยมหิดล และสุรนาถ แป้นประเสริฐ อายุ 35 ปี ผู้ประสานงานเครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยง ถูกดำเนินคดี ม.110 ฐานประทุษร้ายต่อเสรีภาพของพระราชินี จากเหตุการณ์ขบวนเสด็จ เมื่อวันที่ 14 ต.ค. และถูกคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพเกือบ 20 วัน ก่อนที่ศาลอาญายกคำร้องขอฝากขังของพนักงานสอบสวนและได้รับการปล่อยตัวออกมาเมื่อเที่ยงคืนวันที่ 2 พ.ย.ต่อวันที่ 3 พ.ย.ที่ผ่านมา

 

 

เมื่อวันที่ 16 ต.ค.ที่ผ่านมา AFP Fact-Check ประเทศไทย @AfpFactCheckTH เปิดภาพและข้อมูลเพื่อแย้ง กรณีที่มีการนำภาพถ่าย 3 รูปนี้ได้ถูกแชร์เป็นพันๆ ครั้งในหลายโพสต์ทางเฟซบุ๊ก พร้อมคำกล่าวอ้างว่ามีการเขวี้ยงรองเท้าและขวดน้ำใส่รถพระที่นั่งของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เมื่อวันที่ 14 ต.ค.ที่ผ่านมา ว่าคำกล่าวอ้างนี้ทำให้เข้าใจผิด จากการวิเคราะห์อย่างละเอียดพบว่าไม่มีการโยนสิ่งของใส่ขบวนเสด็จฯ ในภาพถ่าย วิดีโอที่สอดคล้องกันเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าวก็ไม่พบการโยนสิ่งของใส่ขบวนเสด็จฯ ช่างภาพ AFP และนักข่าวในพื้นที่ยืนยันว่าไม่มีการโยนสิ่งของใส่ขบวนเสด็จฯ ในวันที่ 14 ต.ค.ที่ผ่านมา

 

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์