ญาติพลทหารแขวนคอค่ายร้อยเอ็ดแจ้งความ ไม่เชื่อฆ่าตัวตาย

7 พ.ย. 2563 จากกรณีที่มณฑลทหารบกที่ 27 ชี้แจงกรณีพลทหารพิชวัฒน์ เวียงนนท์ ผูกคอเสียชีวิตในห้องขังของกองรักษาการค่ายมณฑลทหารบกที่ 27 อำเภอเชียงขวัญ จังหวัดร้อยเอ็ด โดยใช้เชือกผูกกับลูกกรงด้านบน และมัดคอตัวเองทิ้งลงมาในอ่างน้ำภายในห้องน้ำ เมื่อวันที่ 6 พ.ย. 2563 ว่า พลทหารพิชวัฒน์ ขาดการติดต่อกับหน่วยระหว่างลาพักกลับบ้าน โดยหน่วยได้ตามตัวที่ภูมิลำเนาและนำกลับมายังต้นสังกัด เมื่อวันที่ 24 ต.ค. 2563 ระหว่างนั้นได้ลงทัณฑ์ ขังไว้ที่กองรักษาการณ์ตั้งแต่วันที่ 24-30 ต.ค. 2563 ระหว่างถูกขังได้อบรมและให้บำเพ็ญประโยชน์ที่โครงการทหารพันธุ์ดี ทุกวัน แต่เมื่อวันที่ 28 ต.ค. 2563 ได้หลบหนีออกจากหน่วยอีก กระทั่งวันที่ 5 พ.ย. 2563 ญาติแจ้งให้หน่วยไปรับตัวพลทหารพิชวัฒน์ กลับมาก่อนคุมตัวไว้ที่กองรักษาการณ์ร่วมกับผู้ต้องโทษอีก 1 คน ก่อนที่พลทหารพิชวัฒน์ จะผูกคอเสียชีวิตในห้องน้ำ ในวันที่ 6 พ.ย. 2563

เวลา 10:00 น วันนี้ (7 พ.ย.) ญาติของพลทหารพิชวัฒน์ เวียงนนท์ เสียชีวิตเพราะผูกคอตายในห้องน้ำภายในค่าย มทบ.27 ประกอบด้วย พ่อ คือนายอุเทน เวียงนนท์ อายุ 47 ปี นายปิยะพงษ์ เวียงนนท์ พี่ชาย และ นางพิชญาพร คำภักดี ญาติ กว่า 10 คน เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเมืองร้อยเอ็ด เจ้าของคดี ลูกชายผูกคอตาย เพื่อ ขอดูหลักฐาน ที่เกี่ยวข้องกับการตายของลูกชาย

โดยพ่อแม่และญาติพี่น้องกังขาสาเหตุการตาย และสงสัยเชือกต้นเหตุที่ใช้ผูกคอตายลูกชายไปเอามาจากไหน พร้อมกับขอย้ายศพลูกชายจากโรงพยาบาลศรีนครินทร์ขอนแก่นไปผ่าพิสุจน์ที่สถาบันนิติเวช เพื่อความมั่นใจว่าผลตรวจพิสุจน์เชื่อถือได้

นายอุเทน เวียงนนท์ อายุ 47 ปี พ่อของพลทหารผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่าตนไม่เชื่อว่าลูกชายจะผูกคอตาย เพราะ เป็นคนร่าเริง ไม่เคยมีปัญหา เงินทองก็ไม่เคยติดขัด อยากได้เงินก็โอนให้ตลอด ลูกชายมักบอกเสมอว่ามีนายทหารคนหนึ่งที่เป็นผบ.ร้อย ชอบบังคับทำโทษลูกชายมาโดยตลอด

ทั้งยังชอบแกล้งเอาพริกหรือเกลือทาหลังลูกชาย บางครั้งบังคับเหยียบ ลูกชายอาจทนไม่ไหว ทำให้หนีออกจากค่ายบ่อยๆ ซึ่งตนจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด

ทางด้านนายปิยะพงษ์ เวียงนนท์ พี่ชาย บอกว่าพวกตนอยากทราบ สาเหตุที่แท้จริงว่าน้องชายตายเพราะสาเหตุอะไร อยากดูแม้กระทั่งเชือกที่ น้องชายใช้ผูกคอตาย แต่ ก็ไม่เห็นอะไรเลย ทุกอย่างถูกจัดเก็บหมดแล้วก่อนที่พวกตนจะไปถึงจุดเกิดเหตุ

สิ่งที่ต้องการที่สุดในตอนนี้ก็คือ มายื่นความจำนงกับพนักงานสอบสวนให้บันทึกถ้อยคำว่า ขอรับศพจากจังหวัดขอนแก่นเพื่อนำไปผ่าพิสูจน์ที่สถาบันนิติเวชกรุงเทพฯ โดยพวกคนทุกคนจะตามไปด้วยภายในวันนี้

“สาเหตุการหนีทหารบ่อยๆ น้องชาย บอกว่า เพราะถูกกลั่นแกล้ง เชื่อว่าน้องชายไม่ได้ผูกคอตายอย่างแน่นอน เขาเป็นคนร่าเริง เงินทองใช้จ่ายไม่เคยมีปัญหา อยากได้อะไรพ่อจะโอนให้ตลอด อยากขอความเป็นธรรม ตรวจพิสุจน์สาเหตุการตายให้ชัดเจน”นายปิยะพงษ์กล่าว

ทบ. เร่งตรวจสอบให้เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย 

พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า ตามที่ได้เกิดเหตุการณ์เสียชีวิตของพลทหาร พิชวัฒน์ เวียงนนท์  สังกัดมณฑลทหารบกที่ 27 จ.ร้อยเอ็ด เมื่อ 6 พ.ย. 2563 นั้น กองทัพบกขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของพลทหารด้วยที่ต้องสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก

จากการตรวจสอบเบื้องต้นหน่วยต้นสังกัดรายงานว่ามีเหตุการณ์ต่อเนื่องคือเมื่อ 24 ต.ค. 2563 พลทหารพิชวัฒน์ ฯ ได้ลากลับบ้าน

แต่เมื่อครบกำหนดเจ้าตัวไม่กลับเข้าค่ายทหาร จึงได้มีการตามตัวกลับมาจากภูมิลำเนา และได้รับลงทัณฑ์ตามระเบียบคือกักตัวไว้ที่กองรักษาการณ์และให้ทำงานสาธารณประโยชน์ทางด้านการเกษตร และในระหว่างทำงานการเกษตรในค่ายทหารเจ้าตัวได้หนีออกไปอีก ซึ่งต่อมาทางครอบครัวก็ได้นำตัวพลทหารพิชวัฒน์ฯกลับมาส่งที่ค่ายทหาร เมื่อวันที่ 5 พ.ย. 2563 

โดยได้ถูกคุมตัวไว้ที่กองรักษาการณ์เช่นเดิม  และในวันที่ 6 พ.ย. 2563 ช่วงเที่ยง ได้ถูกพบว่าเสียชีวิต เมื่อเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว ทางต้นสังกัดได้มีการประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาชันสูตรและดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมาย  ขณะนี้หน่วยต้นสังกัดได้ช่วยดำเนินการจัดพิธีศพและอำนวยความสะดวกครอบครัวในการประสานติดต่อส่วนราชการและการดำเนินการทางกฎหมาย รวมทั้งได้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง และจะร่วมกับทางญาติรวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจสอบถึงสาเหตุจูงใจของการเสียชีวิตให้ได้ทราบความจริงและเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่ายต่อไป

อย่างไรก็ตาม การเสียชีวิตของกำลังพลไม่ว่าจะด้วยจากสาเหตุใดก็ตาม ถือว่าเป็นการสูญเสียของกองทัพบกเช่นเดียวกัน ทั้งนี้นโยบายของกองทัพบกจะให้การดูแลและตรวจสอบข้อเท็จจริงในทุกเรื่องอย่างตรงไปตรงมาและเป็นประโยชน์ต่อกำลังพลผู้เสียชีวิตอย่างดีที่สุด

ที่มาเรียบเรียงจาก: ผู้จัดการออนไลน์ [1] [2] | กรุงเทพธุรกิจ

 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์