COVID-19: ไทยติดเชื้อเพิ่ม 7 คน เคสชายอินเดียพบสัมผัสเสี่ยงสูง 79 คน

8 พ.ย. 2563 พบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อรายใหม่เพิ่ม 7 ราย เป็นผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ - สธ.เผยเคสชายอินเดียติด COVID-19 พบสัมผัสเสี่ยงสูง 79 คน

8 พ.ย. 2563 ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในประเทศวันนี้ว่า พบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อรายใหม่เพิ่ม 7 ราย เป็นผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศและเข้าสถานกักกัน (Quarantine Facilities) โดยมาจากสหรัฐอเมริกา 2 ราย ออสเตรีย 1 ราย แคนาดา 2 ราย และรัสเซีย 1 ราย ส่วนอีก 1 รายได้ส่งกลับไปรักษาตัวที่เมียนมาแล้ว

รายที่ 1 เพศหญิง สัญชาติไทย อายุ 32 ปี เป็นแม่บ้าน เดินทางมาจากสหรัฐอเมริกา เข้าพักที่ State Quarantine (SQ) จ.ชลบุรี ตรวจหาเชื้อวันที่ 4 พ.ย.63 ผลพบเชื้อ ไม่มีอาการ รักษาตัวที่ รพ.บางละมุง

รายที่ 2 เพศชาย สัญชาติเช็ก อายุ 24 ปี อาชีพนักธุรกิจ เดินทางมาจากออสเตรีย เข้าพักที่ Alternative State Quarantine (ASQ) กรุงเทพฯ ตรวจหาเชื้อวันที่ 5 พ.ย.63 ผลพบเชื้อ ไม่มีอาการ รักษาตัวที่ รพ.เอกชน

รายที่ 3 เพศชาย สัญชาติแคนาดา อายุ 61 ปี อาชีพนักธุรกิจ เดินทางมาจากแคนาดา เข้าพักที่ Alternative State Quarantine (ASQ) กรุงเทพฯ ตรวจหาเชื้อวันที่ 5 พ.ย.63 ผลพบเชื้อ ไม่มีอาการ รักษาตัวที่ รพ.เอกชน

รายที่ 4 เพศหญิง สัญชาติไทย อายุ 56 ปี เป็นแม่บ้าน เดินทางมาจากแคนาดา เข้าพักที่ Alternative State Quarantine (ASQ) กรุงเทพฯ ตรวจหาเชื้อวันที่ 5 พ.ย.63 ผลพบเชื้อ ไม่มีอาการ รักษาตัวที่ รพ.เอกชน

รายที่ 5 เพศชาย สัญชาติรัสเซีย อายุ 49 ปี อาชีพลูกเรือ เดินทางมาจากรัสเซีย เข้าพักที่ Alternative State Quarantine (ASQ) จ.สมุทรปราการ ตรวจหาเชื้อวันที่ 5 พ.ย.63 ผลพบเชื้อ ไม่มีอาการ รักษาตัวที่ รพ.เอกชน

รายที่ 6 เพศหญิง สัญชาติอเมริกัน อายุ 53 ปี อาชีพนักธุรกิจ เดินทางมาจากสหรัฐอเมริกา เข้าพักที่ Alternative State Quarantine (ASQ) กรุงเทพฯ ตรวจหาเชื้อวันที่ 5 พ.ย.63 ผลพบเชื้อ ไม่มีอาการ รักษาตัวที่ รพ.เอกชน

รายที่ 7 เพศชาย สัญชาติเมียนมา อายุ 39 ปี อาชีพพนักงานขับรถ เดินทางผ่านชายแดนไทย-เมี่ยนมา ตรวจหาเชื้อวันที่ 4 พ.ย.63 ผลพบเชื้อ ไม่มีอาการ ส่งกลับไปรักษาตัวที่เมียนมาแล้ว

สำหรับจำนวนผู้ป่วยยืนยันสะสมในประเทศล่าสุดอยู่ที่ 3,837 ราย เป็นผู้ป่วยที่ติดเชื้อภายในประเทศ 2,452 ราย และผู้ป่วยที่เดินทางมาจากต่างประเทศ 1,385 ราย ส่วนผู้ป่วยรักษาหายแล้วเพิ่มอีก 10 ราย รวมเป็น 3,654 ราย ยังมีผู้ป่วยรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 123 ราย ขณะที่ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม โดยยอดผู้เสียชีวิตสะสมยังคงเดิมที่ 60 ราย

ส่วนสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทั่วโลก ล่าสุดมียอดผู้ติดเชื้อรวม 50,254,287 ราย เสียชีวิตแล้ว 1,256,114 ราย โดยประเทศที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุด 5 อันดับแรก คือ สหรัฐอเมริกา 10,182,818 ราย อันดับสอง อินเดีย 8,507,203 ราย อันดับสาม บราซิล 5,653,561 ราย อันดับสี่ รัสเซีย 1,753,836 ราย อันดับห้า ฝรั่งเศส 1,748,705 ราย ส่วนประเทศไทย อยู่อันดับที่ 149 มียอดผู้ติดเชื้อ 3,837 ราย

สธ.เผยเคสชายอินเดียติด COVID-19 พบสัมผัสเสี่ยงสูง 79 คน

Thai PBS รายงานว่า นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค ยืนยันว่า ผู้ป่วยตรวจหาเชื้อ 2 ครั้ง พบว่ามีเชื้อน้อย และโอกาสแพร่เชื้อให้กับคนอื่นน้อย ประกอบกับผู้ป่วยไม่ค่อยมีอาการ โดยทั่วไปเรียกว่า ซากเชื้อ แต่ยืนยันว่าเคยติดเชื้อแน่ ๆ ส่วนการตรวจแอนติบอดี้ พบว่า IgG เป็นบวก น่าจะติดเชื้อนานแล้ว ต้องตรวจสอบระยะเวลาและแหล่งที่มา

“คนนี้น่าจะติดเชื้อหลายเดือนแล้ว เหมือนเคสดีเจ แต่ไม่แพร่กระจายเชื้อ เพราะช่วงนั้นคนไทยใส่หน้ากากอนามัยเยอะมาก”
ขณะที่ พญ.วลัยรัตน์ ไชยฟู ผอ.กองระบาดวิทยา กล่าวว่า ชายชาวอินเดียที่ติดเชื้อ COVID-19 และพักอาศัยที่เกาะพีพี พบประวัติเดินทางไปหลายจังหวัด ทีมสอบสวนจึงประชุมและแบ่งหน้าที่

ผลการตรวจหาเชื้อของชายคนดังกล่าว 2 ครั้ง คือ วันที่ 4 พ.ย. ตรวจพบเชื้อ และส่งตรวจอีกครั้งที่ รพ.กระบี่ วันที่ 6 พ.ย.ที่ผ่านมา ส่วนผลตรวจแอนดิบอดี้ที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พบว่า น่าจะติดเชื้อมาก่อนหน้านี้ 1-2 สัปดาห์

“ผู้ป่วยคนนี้ติดเชื้อแน่นอน แต่อาจติดมาก่อนหน้านี้ จึงต้องสอบสวนโรคติดตามผู้สัมผัส”

ส่วนการติดตามผู้สัมผัสแต่ละจุด พบว่า ผู้ป่วยคนดังกล่าวเดินทางมาไทย ตั้งแต่เดือนเมษายน 2562 จากนั้นเดินทางไปสิงคโปร์ 26 ม.ค.2563 และกลับไทยช่วงเดือน 1 ก.พ.2563 ขณะนี้รอผลตรวจสายพันธุ์ เนื่องจากเพิ่งได้รับตัวอย่างเมื่อคืนนี้ (7 พ.ย.) โดยจะซักประวัติย้อนหลังช่วง 2-3 เดือนว่าไปที่ใดมาหรือไม่ รวมทั้งการเดินทางไปต่างประเทศช่วง ก.พ.2563 ต้องตรวจสอบข้อมูลทางวิชาการบางส่วนว่าแอนติบอดี้อยู่ได้นานเท่าใด รวมทั้งรอผลรหัสพันธุกรรม ยืนยันว่าติดเชื้อมาจากที่ใด

เปิดไทม์ไลน์ 14 วัน

วันที่ 19-27 ต.ค.2563 พบว่าอยู่บนเกาะพีพี

วันที่ 28 ต.ค.ได้เดินทางจากเกาะพีพี ไปที่ จ.กระบี่ พักบ้านน้องชาย 1 คืน

วันที่ 29 ต.ค. เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวไปที่ จ.ภูเก็ต โดยพักที่โรงแรมแห่งหนึ่งที่หาดป่าตอง พบกับเพื่อนชาวอเมริกัน และกินอาหารร้านตรงข้ามโรงแรม

วันที่ 30 ต.ค.เดินทางไปสนามบินภูเก็ตด้วยรถยนต์ส่วนตัว ขึ้นเครื่องบินไป จ.เชียงใหม่ พร้อมกับเพื่อนชาวไทย ด้วยเที่ยวบิน FD3167 จากนั้นนั่งแท็กซี่ไปโรงแรมในตัวเมืองเชียงใหม่ และเที่ยวสถานบันเทิง

วันที่ 31 ต.ค.2563 เช่ารถยนต์ขับไป จ.สุโขทัย แวะปั้มน้ำมัน และเที่ยวงานลอยกระทง จากนั้นพักโรงแรมในตัวเมือง

วันที่ 1 พ.ย.2563 กินอาหารเช้าที่โรงแรม จ.สุโขทัย และขับรถกลับ จ.เชียงใหม่ โดยเที่ยววัดในเมืองกับเพื่อนชาวไทย

วันที่ 2 พ.ย.2563 มีอาการไอ โดยคืนรถเช่าที่สนามบินเชียงใหม่ และเดินทางกลับ จ.ภูเก็ต จากนั้นขับรถยนต์ส่วนตัวเข้าพักที่โรงแรมบริเวณหาดป่าตอง

วันที่ 3 พ.ย.2563 เดินทางไปห้างสรรพสินค้าในเมืองภูเก็ต และขับรถยนต์ส่วนตัวกลับบ้านน้องชายในตัวเมืองกระบี่

วันที่ 4 พ.ย.2563 เดินทางไปตรวจหาเชื้อ COVID-19 ที่ รพ.แห่งหนึ่งใน จ.กระบี่ เพื่อทำ Work Permit จากนั้นนั่งเรือเฟอรี่กลับเกาะพีพี และเข้าพักบ้านของตนเอง

วันที่ 5 พ.ย.2563 ยืนยันผลตรวจพบเชื้อ

วันที่ 6 พ.ย.2563 เข้ารับบการรักษาที่โรงพยาบาลกระบี่

ทั้งนี้ มีผู้สัมผัสใกล้ชิด 290 คน แบ่งเป็น สัมผัสเสี่ยงสูง 79 คน ได้แก่ ครอบครัว 4 คน ไม่พบเชื้อ 3 คน รอผลภรรยา, เพื่อน 3 คน คือ ที่ จ.สุโขทัย รอเก็บตัวอย่าง 1 คน และ จ.ภูเก็ต 2 คน อยู่ระหว่างติดตาม และรอเก็บตัวอย่างที่สนามบิน 1 คน โรงแรม 1 คน, ผู้โดยสารรวมเที่ยวบิน 45 คน เรือเฟอร์รี่ 19 คน ติดตามครบแล้ว รอตรวจหาเชื้อ ส่วน รพ.เอกชน 6 คน เก็บตัวอย่างแล้ว ส่วนผู้สัมผัสเสี่ยงต่ำ 211 คน

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

พื้นที่ประชาสัมพันธ์