ก้าวไกลแถลงชี้กรณีปัดตกร่าง พ.ร.บ.ยกเลิกเกณฑ์ทหาร คือการแทรกแซงการทำงานของรัฐสภา

ก้าวไกล ซัดประยุทธ์ ไม่เห็นหัวประชาชน หวังถือครองอำนาจกองทัพ ปิดปากสภาพิจารณากฎหมายปมตีตกร่างยกเลิกเกณฑ์หทาร จี้ทวงถามกองทัพรับผิดชอบปมทหารเเขวนคอตาย

9 พ.ย. 2563 ทีมสื่อสารพรรคก้าวไกล รายงานว่า รังสิมันต์ โรม ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ในฐานะรองเลขาธิการพรรคก้าวไกล พร้อมด้วย ธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กรุงเทพมหานคร เขต25 พรรคก้าวไกล เเถลงข่าวต่อสื่อมวลชน ถึงกรณีสำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร มีหนังสือเเจ้งมาว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ไม่ให้คำรับรองร่างพระราชบัญญัติรับราชการทหาร ( ฉบับที่ ) พ.ศ.... ที่เสนอโดย พล.ท.พงศกร รอดชมภู อดีต ส.ส. จากอดีตพรรคอนาคตใหม่ และคณะ

รังสิมันต์ กล่าวว่า การไม่ให้คำรับรองดังกล่าวของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่อาศัยอำนาจตามรัฐธรรมนูญมาตรา 133 ที่กำหนดให้ในกรณีที่ร่างพระราชบัญญัติซึ่งเสนอโดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วยการเงิน จะเสนอได้ก็ต่อเมื่อมีคํารับรองของนายกรัฐมนตรี เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ไม่ให้คำรับรองร่างพระราชบัญญัติรับราชการทหาร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. ซึ่งถูกพิจารณาว่าเป็นร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วยการเงิน จึงส่งผลให้ไม่สามารถเสนอร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวเข้าสู่สภาได้

“ พรรคก้าวไกล ซึ่งเป็นพรรคที่สืบทอดเจตนารมณ์จากอดีตพรรคอนาคตใหม่และรับผิดชอบในการติดตามความคืบหน้าของร่างพระราชบัญญัติรับราชการทหาร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. เห็นว่า พล.อ.ประยุทธ์นั้นเป็นบุคคลหนึ่งที่แสดงการคัดค้านนโยบายยกเลิกการบังคับเกณฑ์ทหารอย่างชัดแจ้งมาโดยตลอด การที่พล.อ.ประยุทธ์ใช้อำนาจไม่ให้คำรับรองร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวที่มีสาระสำคัญเป็นการยกเลิกการบังคับเกณฑ์ทหาร ในยามที่สงบสันติแล้วเปลี่ยนเป็นการรับสมัครโดยสมัครใจทั้งหมดนั้น จึงอาจเป็นการหยิบฉวยเอาอำนาจหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญที่มีไว้เพื่อพิจารณาถึงผลกระทบต่อการเงินการคลังของประเทศ มาใช้เพื่อตอบสนองวัตถุประสงค์ทางการเมืองส่วนตน นั่นคือการขัดขวางมิให้มีการยกเลิกการบังคับเกณฑ์ทหาร”

รังสิมันต์ โรม กล่าวต่อไปว่า กรณีที่เกิดขึ้นนี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาของรัฐธรรมนูญมาตรา 133 ที่เปิดช่องให้ฝ่ายบริหารสามารถเข้ามาแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติได้ตั้งแต่ในชั้นต้นของการปฏิบัติหน้าที่ เนื่องจากบรรดาร่างพระราชบัญญัติทั้งหลายที่เสนอเข้ามาสู่สภานั้น หากเป็นร่างพระราชบัญญัติที่ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อการบริหารราชการแผ่นดินอย่างมีนัยสำคัญแล้ว ก็ย่อมต้องเกี่ยวข้องกับการเงินไม่มากก็น้อย ฉะนั้นแล้วการมีอยู่ของมาตราดังกล่าวจะทำให้นายกรัฐมนตรีสามารถขัดขวางร่างพระราชบัญญัติที่ตนไม่ต้องการได้ตั้งแต่ก่อนที่ร่างพระราชบัญญัตินั้นจะเข้าสู่สภาเสียอีก และส่งผลให้การปฏิบัติหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติในการตรากฎหมายเพื่อถ่วงดุลอำนาจของฝ่ายบริหารนั้นแทบเป็นไปไม่ได้เลย

“ในกรณีนี้ เมื่อพลเอกประยุทธ์ ไม่รับรองร่างพระราชบัญญัติการับราชการทหาร พ.ศ... มันมีปัญหาเกิดขึ้น 3 ประการ คือ ปัญหาเเรก จุดมุ่งหมายในกฎหมายข้อนี้ เพื่อให้นายกรัฐมนตรี ได้พิจารณารับรองในฐานะผู้บริหารประเทศ ที่เกี่ยวข้องกับการเงินการคลัง และตามหนังสือที่พลเอกประยุทธ์ ยื่นกลับมานั้นไม่ปรากฎถึงการส่งผลกระทบต่อการเงิน การคลังของประเทศอย่างไร เมื่อนายกไม่ให้การรับรอง เป็นการตัดโอกาสสภาผู้แทนราษฎรในการพิจารณาต่อสิ่งที่ประชาชนคาดหวังต่อพวกเรา ซึ่งการผลักดันกฎหมายไม่ใช่หน้าที่ของรัฐบาล เป็นที่หน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เราเลือกมา มีสิทธิในการพิจารณากฎหมาย ที่เคยให้สัญญาไว้ก่อนการเลือกตั้งในนโยบายของพรรคการเมือง ต่อประชาชน” รังสิมันต์ กล่าว.

ด้านธีรัจชัย กล่าวว่า กรณีที่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรี ใช้อำนาจในรัฐธรรมนูญมาตรา 133 ในการตัดโอกาสในการเสนอร่างพระราชบัญญัติรับราชการทหารของพรรคก้าวไกล ในการยกเลิกเกณฑ์ทหาร เป็นปัจจัยสำคัญที่นายรัฐมนตรีต้องการใช้อำนาจ ที่ผลชัดเจนต่อการเงินการคลัง เเละเป็นการตัดโอกาสของฝ่ายค้านในเเนวทางการบริหารประเทศแบบใหม่ ที่ไม่ต้องการให้เยาวชนของชาติอายุ 20 ปี ขึ้นไปจะต้องเข้าไปอยู่ในค่ายทหารถึง 2 ปี ซึ่งในกรณีดังกล่าว ผู้ปกครองรู้สึกได้ถึงความไม่ปลิดภัย บางครั้งถูกทำร้ายถึงเเก่ชีวิต บางครั้งไม่ได้มีการฝึกทหาร เเต่เป็นการรับใช้ตามอำนาจนิยม และในกองทัพที่อดีตพรรคอนาคตใหม่ ได้เสนอไปให้มีการยกเลิกการเกณฑ์ทหาร เเล้วเข้าไปเป็นทหารอาชีพ จะไม่มีการถูกบังคับ เเละกองทัพจะมีขนาดเล็กลง มีทหารที่มีความใจรับใช้ชาติ ผมเชื่อ การที่มีความเต็มใจรับใช้ชาติจริงๆ เป็นทหารจริงๆ กองทัพจะเข้มเเข็ง เเละเล็กลง มากกว่าทหารที่ถูกบังคับ เเละไม่ได้ใช้ตามภารกิจที่เป็นทหารจริงๆ ซึ่งในร่างกฎหมายดังกล่าวนี้ เราเปิดโอกาสให้ผู้ที่ความรู้ความสามารถมีการเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพทหาร สามารถมียศทางทหารได้ถึงพันโท มีสวัสดิการที่ดี

“นี่คือความดำมืดในกำเเพงสีดำที่อยู่ข้างหลังของเกณฑ์ทหาร แต่ไม่ถูกยกเลิกไป เพราะอำนาจของนายกรัฐมนตรีโดยใช้อำนาจม.133 บิดพลิ้ว ตัดอำนาจ มันเป็นการตัดโอกาสของเยาวชนของชาติ ตัดโอกาสทางการเรียน ทางการประกอบอาชีพเเละสร้างครอบครัว ตัดโอกาสในการใช้ชีวิตที่ต้องอยู่ในค่ายทหารถึง 2 ปี โดยพลเอกประยุทธ์ ได้สร้างความเสียหายของรัฐธรรมนูญ 2560 ไว้มากมาย จนถูกกลุ่มประชาชนออกมาเรียกร้องให้ลาออก เเละเเก้ไขรัฐธรรมนูญ ในกรณีนี้เป็นการปิดโอกาสในการเสนอกฎหมายของฝ่ายค้าน ซึ่งเป็นการโหมฟืนเข้าสู่กองไฟ ในการตัดโอกาสไม่ให้มีการปฏิรูปกองทัพ” ธีรัจชัย กล่าว

ขณะที่ ณัฐชา กล่าวว่า ในฐานะที่ตนเคยเป็นคณะทำงานที่ขับเคลื่อนร่างกฎหมายตั้งแต่สมัยพรรคอนาคตใหม่ ตนขอแสดงความเสียใจอีกครั้ง สิ่งที่จะพูดในวันนี้คือ มีเรื่องที่เกิดขึ้นในขณะที่นายกรัฐมนตรีไม่รับร่างพระราชบัญญัติรับราชการทหาร พรรคก้าวไกล คือพลทหารแขวนคอตาย ซึ่งกรณีนี้ไม่ว่าจะเกิดการเเขวนคอตัวเอง หรือเเขวนคอตาย สิ่งที่เกิดขึ้นกองทัพต้องเป็นผู้รับผิดชอบ ตนเองในฐานะ เคยเป็นทหารเกณฑ์มาก่อน เนื้อหาในร่างกฎหมายฉบับนี้เกิดขึ้นจากความรู้สึก เเละสัมผัสที่จะต้องการแก้ไขปัญหาจริงๆ ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม

กรณีที่เกิดขึ้นการสูญเสียของพลทหารจะเป็นความเงียบอีกใช่หรือไม่ การเสียชีวิตในกองทัพเกิดมาหลายครั้ง เเต่ในครั้งนี้ เป็นครั้งแรกในสมัยที่ พลเอกณรงค์พันธ์ จิตแก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบกคนใหม่รับตำเเหน่ง เรื่องดังกล่าวต้องได้รับการเปิดเผย ครอบครัวผู้เสียชีวิตต้องได้รับความเป็นธรรม พลทหารที่เสียชีวิตจะต้องไม่เครื่องเซ่นของระบบกองทัพอีกต่อไป เเละเตรียมหารือกับที่ประชุม ส.ส.พรรคก้าวไกลในการตั้งกระทู้ถามสด ต่อนายกรัฐมนตรีกรณีพลทหารแขวนคอตาย ที่จ.ร้อยเอ็ด เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม เเละให้กองทัพชี้เเจงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น

ทั้งนี้ รังสิมันต์ โรม กล่าวทิ้งท้ายว่า ตนจะตั้งกระทู้ถามพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กรณีที่ ไม่รับรองร่างพระราชบัญญัติการรับราชการทหาร ( ฉบับที่ ) พ.ศ.... ในฉบับของพรรคก้าวไกล ในการใช้อำนาจตามมาตรา 133 ตามรัฐธรรมนูญ 2560 ที่อ้างว่าเป็นร่างพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับสถาบันการเงิน ว่าเหตุใดจึงใช้อำนาจดังกล่าว เพราะตนคิดว่า กรณีนี้เป็นการปิดโอกาสให้สภาผู้แทนราษฎรในการพิจารณากฎหมายที่เป็นเจตจำนงค์ของประชาชน

“สิ่งที่พิสูจน์มาตั้งแต่หลังการเลือกตั้งวันที่ 24 มี.ค. เราไม่มีความหวังต่อการเปลี่ยนแปลงในการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ เป็นการทำลายความหวังเปลี่ยนแปลงสังคมไทยซ้ำเเล้วซ้ำเล่า การไม่ให้คำรับรองต่อร่างพระราชบัญญัติการรับราชการทหาร ที่เป็นการยกเลิกการเณฑ์ทหาร เป็นเครื่องชี้วัดเเสดงให้เห็นว่าท่านต้องการรั้งสังคมไว้อย่างเดิม แม้ว่าข้อเท็จจริงจะมีการสูญเสียของพลทหารหลายครั้งในกองทัพก็ตาม“ รังสิมันต์ กล่าว

 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์