ภาคีนักกม.สิทธิฯ จ่อแจ้งความ ผบ.ตร.-ผบ.ชน. จงใจละเว้นปฏิบัติหน้าที่ ปล่อยมวลชน2กลุ่มปะทะกันในชุมนุม 17 พ.ย. 63

ภาคีนักกฎหมายสิทธิมนุษยชนจ่อแจ้งความ ผบ.ตร.-ผบ.ชน. จงใจละเว้นการปฏิบัติหน้าที่และ/หรือปฏิบัติหน้าที่ไม่ชอบ กรณีการถอนกำลังของตำรวจจากจุดที่เกิดการทำร้ายร่างกายระหว่างที่มีการเผชิญหน้าของมวลชนทั้งสองกลุ่มเมื่อวันที่ 17 พ.ย. ที่ผ่านมา ชี้หากชุมนุมวันนี้ยังปล่อยให้เกิดเหตุปะทะกัน ย่อมเป็นการจงใจลิดรอนเสรีภาพในการชุมนุมของประชาชนโดยอาศัยมวลชนอีกฝ่ายเป็นเครื่องมือใช้ความรุนแรงเพื่อสร้างความหวาดกลัว

18 พ.ย. 2563 วันนี้ภาคีนักกฎหมายสิทธิมนุษยชนออกจดหมายเปิดผนึกถึงผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติและผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ระบุว่าเหตุการณ์ชุมนุมวันที่ 17 พ.ย. ที่ผ่านมาที่พยานหลักฐานที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะพิสูจน์ทราบได้ว่าจะเกิดการทำร้ายร่างกายระหว่างที่มีการเผชิญหน้าของมวลชนทั้งสองกลุ่ม แต่กลับมีการถอนกำลังของเจ้าหน้าที่ตำรวจจากจุดดังกล่าว จนกระทั่งมีการปะทะกันอีกครั้งในช่วงเวลาประมาณ 20.00 น.เศษ ทำให้ผู้ชุมนุมกลุ่มราษฎรได้รับบาดเจ็บ และเป็นการบาดเจ็บที่เกิดจากกระสุนปืนถึง 5 ราย ถือเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่และ/หรือปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชน ซึ่งมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ภาคีนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน จะได้ดำเนินการแจ้งความร้องทุกข์หรือฟ้องคดีอาญาตามกฎหมายต่อไป

 

จดหมายเปิดผนึกภาคีนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน

วันที่ 18 พฤศจิกายน 2563

เรื่อง การจงใจละเว้นการปฏิบัติหน้าที่และ/หรือปฏิบัติหน้าที่ไม่ชอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

เรียน ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล

จากเหตุสลายการชุมนุมของคณะราษฎรและการปะทะกันระหว่างผู้ชุมนุมกับมวลชนอีกฝ่ายเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2563 ศูนย์เอราวัณรายงานยอดผู้บาดเจ็บรักษาตัวในโรงพยาบาล รวม 41 ราย ได้แก่ โรงพยาบาลวชิรพยาบาล 37 ราย โรงพยาบาลรามาธิบดี 1 ราย โรงพยาบาลพระรามเก้า 2 ราย และโรงพยาบาลเพชรเวท 1 ราย ในจำนวนนี้ เบื้องต้นพบบาดแผลถูกยิงรวม 5 ราย ได้แก่ โรงพยาบาลวชิรพยาบาล 1 ราย (บาดแผลที่ขา) โรงพยาบาลรามาธิบดี 1 ราย (บาดแผลที่ข้อมือ) โรงพยาบาลพระรามเก้า 2 ราย (บาดแผลที่ขา) และโรงพยาบาลเพชรเวท 1 ราย (บาดแผลที่ท้อง)

ในการชุมนุมหลายครั้งก่อนเหตุการณ์วันที่ 17 พฤศจิกายน 2563 มีข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเพียงพอที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะพิสูจน์ทราบได้ว่าจะเกิดการทำร้ายร่างกายระหว่างที่มีการเผชิญหน้าของมวลชนทั้งสองกลุ่ม ผบ.ตร. หรือ ผบ.ชน. สามารถออกคำสั่งให้มีการดูแลความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด ณ จุดที่มีมวลชนทั้งสองฝ่ายปักหลักอยู่ ดังจะเห็นได้จากภาพข่าวที่สื่อมวลชนรายงาน ปรากฏชัดเจนว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งแนวกั้นอยู่ระหว่างผู้ชุมนุมทั้งสองกลุ่มอยู่ช่วงระยะเวลาหนึ่ง แต่ต่อมากลับมีการถอนกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจากจุดดังกล่าว จนเกิดการปะทะกันระหว่างผู้ชุมนุมทั้งสองฝ่ายในเวลาประมาณ 17.00 น.เศษ แต่ท่านก็ยังเพิกเฉย ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยไม่จัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อไม่เข้าระงับเหตุ จนกระทั่งมีการปะทะกันอีกครั้งในช่วงเวลาประมาณ 20.00 น.เศษ ทำให้ผู้ชุมนุมกลุ่มราษฎรได้รับบาดเจ็บ และเป็นการบาดเจ็บที่เกิดจากกระสุนปืนถึง 5 ราย

ข้อเท็จจริงดังกล่าว ถือเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่และ/หรือปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชน ซึ่งท่านมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา

และในเวลา 16.00 น. ของวันนี้ (18 พฤศจิกายน 2563) จะมีการชุมนุมของกลุ่มราษฎรบริเวณแยกราชประสงค์ ซึ่งท่านมีหน้าที่ตามกฎหมายในการป้องกันเหตุอันตรายโดยการจัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อดูแลความปลอดภัยในการชุมนุม หากท่านยังละเลย ปล่อยให้มีการใช้อาวุธ ใช้ความรุนแรงจนเกิดเหตุปะทะกันดังที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2563 ย่อมเป็นการจงใจลิดรอนเสรีภาพในการชุมนุมของประชาชนโดยอาศัยมวลชนอีกฝ่ายเป็นเครื่องมือใช้ความรุนแรงเพื่อสร้างความหวาดกลัว

พฤติการณ์ของท่านดังกล่าวข้างต้น ภาคีนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน จะได้ดำเนินการแจ้งความร้องทุกข์หรือฟ้องคดีอาญาท่านตามกฎหมายต่อไป

ภาคีนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน

 

 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์