ไมยา ซานดู ชนะเลือกตั้งประธานาธิบดีมอลโดวา โค่นผู้สมัครที่รัสเซียหนุน

ประเทศมอลโดวาประกาศผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีวันที่ 16 พ.ย. ที่ผ่านมา ไมยา ซานดู อดีตนักเศรษฐศาสตร์ธนาคารโลกที่เป็นฝ่ายสนับสนุนความสัมพันธ์กับสหภาพยุโรปสามารถเอาชนะคู่แข่งที่เป็นฝ่ายสนับสนุนรัสเซียลงได้


ไมยา ซานดู ภาพจาก Wikimedia Commons

ผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการในเลือกตั้งของประเทศมอลโดวาเมื่อวันที่ 16 พ.ย. ที่ผ่านมาระบุว่า ไมยา ซานดู จากพรรคสายเสรีนิยม PAS สามารถเอาชนะผู้สมัครอิสระ อิกอร์ โดดอน ผู้ที่รัสเซียสนับสนุนได้ ซึ่งจากการนับคะแนนใกล้จะถึงร้อยละ 100 ว่าซานดูมีคะแนนเสียงราวร้อยละ 57 ขณะที่โดดอน มีคะแนนเสียงประมาณร้อยละ 42

อัลจาซีราระบุว่าการเลือกตั้งในครั้งนี้เปรียบเสมือนเป็นการทำประชามติระหว่างกลุ่มคนที่มีวิสัยทัศน์ต่ออนาคตของประเทศต่างกัน โดยที่มอนโดวาเป็นประเทศที่อยู่กึ่งกลางระหว่างยูเครนกับโรมาเนีย โดยที่ผู้สมัครโดดอนเป็นคนที่ประธานาธิบดีของรัสเซีย วลาดิเมียร์ ปูติน ระบุว่าเป็นผู้สมัครที่เขาชื่นชอบอยากให้เป็นประธานาธิบดี โดยที่ในการเลือกตั้งก่อนหน้านี้เมื่อปี 2559 โดดอนเคยเฉือนเอาชนะซานดูได้ ขณะที่ซานดูหาเสียงในครั้งนี้โดยระบุว่าจะพยายามทำให้ได้รับการสนับสนุนทางการเงินจากสหภาพยุโรปมากขึ้นให้ได้

ซานดูกล่าวหลังจากที่เห็นว่าผลการเลือกตั้งของเธอขึ้นนำในวันอาทิตย์ที่ 15 พ.ย. ว่า "ผู้คนลงคะแนนเสียงเป็นจำนวนมาก พวกเขามาใช้สิทธิออกเสียงเพราะพวกเขาต้องการให้เสียงของพวกเขาเป็นที่ได้ยิน ... ผู้คนอยากให้ผู้มีอำนาจเสนอทางออกให้กับปัญหาของพวกเขา"

โดดอน กล่าวยอมแพ้ต่อซานดูในวันที่ 16 พ.ย. ที่ผ่านมาหลังมีการเผยแพร่ผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ โดดอนบอกว่า "ผมขอให้มีความสงบและสันติ อย่าได้มีความวุ่นวาย หรือมีการประท้วง พวกเราต้องไม่ให้มีการทำลายเสถียรภาพของประเทศ" โดดอนกล่าว

ในตอนนี้มีนักการเมืองฝ่ายสนับสนุนรัสเซียครองที่นั่งในสภาอยู่ 51 ที่นั่งจาก 101 ที่นั่ง ประธานาธิบดีใหม่มีอำนาจในการสั่งยุบสภาได้ถ้าหากนายกรัฐมนตรีลาออกและไม่สามารถหาผู้มาดำรงตำแหน่งต่อได้สองครั้ง

โฆษกของรัฐบาลรัสเซีย ดิมิทรี เปสคอฟ แถลงถึงผลการเลือกตั้งว่ารัสเซียเคารพใน "การเลือกของประชาชนชาวมอนโดวา" และหวังว่าจะสามารถเชื่อม "ความสัมพันธ์ที่ดำเนินไปได้" กับประธานาธิบดีคนใหม่

มอลโดวาเคยเป็นประเทศที่อยู่ภายใต้การปกครองของสหภาพโซเวียตมาก่อน จนกระทั่งในปี 2534 ที่สหภาพโซเวียตล่มสลายมอลโดวาก็ได้รับอิสรภาพอย่างเป็นทางการในอีก 1 ปีถัดจากนั้น นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาประชาชนในมอลโดวาก็มีความคิดเห็นไม่ตรงกันโดยที่ส่วนหนึ่งต้องการให้มอลโดวามีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับยุโรป ขณะที่บางส่วนก็อยากให้สัมพันธ์ใกล้ชิดกับรัสเซียมากกว่า

มอลโดวาเป็นหนึ่งในประเทศที่ยากจนที่สุดในยุโรป มีประชากรเกือบ 1.2 ล้านคนที่ออกไปอาศัยอยู่นอกประเทศ ประเทศนี้อาศัยรายได้ส่วนใหญ่มาจากการส่งเงินกลับประเทศตัวเอง ทำให้การที่พวกเขามีสายสัมพันธ์ใกล้ชิดกับสหภาพยุโรปมากขึ้นถูกมองว่าจะทำให้เกิดเสถียรภาพทางการเมืองได้มากกว่าและฟื้นฟูเศรษฐกิจได้ดีกว่าการเข้าหารัสเซีย

อย่างไรก็ตามถึแม้ว่าในปี 2557 ช่วงที่มอลโดวามีรัฐบาลสายต้องการเชื่อมสัมพันธ์กับอียูจะได้ลงนามกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการเมืองกับอียูแต่อียูก็วิพากษ์วิจารณ์มอลโดวามากขึ้นในเรื่องความก้าวหน้าในการปฏิรูปประเทศ

เรียบเรียงจาก

Moldova: Maia Sandu wins vote, beating Russia-backed competitor, Aljazeera, 16-11-2020
 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์