COVID-19: 21 พ.ย. พบผู้ติดเชื้อใหม่ 10 ราย เดินทางมาจากต่างประเทศ

21 พ.ย. 2563 ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในประเทศวันนี้ว่า พบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อรายใหม่เพิ่ม 10 ราย โดยเป็นผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศและเข้าสถานกักกัน (Quarantine Facilities) ประกอบด้วย เยอรมนี 1ราย สวีเดน 1 ราย สวิตเซอร์แลนด์ 1 ราย สาธารณรัฐเช็ก 1 ราย เบลเยี่ยม 1 ราย อินเดีย 1 ราย เนเธอร์แลนด์ 2 ราย และสหรัฐอเมริกา 2 ราย

ขณะที่สถานการณ์แพร่ระบาดทั่วโลกล่าสุดมียอดผู้ติดเชื้อรวม 57,228,106 ราย อาการรุนแรง เสียชีวิต 1,365,461 ราย โดยประเทศที่มียอดผู้ติดเชื้อสูงสุด อันดับแรก สหรัฐอเมริกา 12,070,712 ราย อันดับสอง อินเดีย 9,004,325 ราย อันดับสาม บราซิล 5,983,089 ราย อันดับสี่ ฝรั่งเศส 2,086,288 ราย และอันดับห้า รัสเซีย 2,015,608 ราย ส่วนประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 151 จำนวนผู้ติดเชื้อ 3,892 ราย โดยรายที่ 1 เป็นเพศชาย อายุ 55 ปี สัญชาติดัตช์ อาชีพนักธุรกิจ เดินทางมาจากเยอรมนี้มาถึงไทยเมื่อ 6 พ.ย.ซึ่งมีผู้ติดเชื้อเที่ยวบินเดียวกัน 3 รายซึ่งต่อเครื่องบินที่เมืองซูริค ซึ่งเข้าพัก ASQ กทม.ที่รพ.เอกชนได้ตรวจหาเชื้อพบวันที่ 18 พ.ย.แต่ไม่มีอาการ

รายที่ 2 เป็นเพศหญิง อายุ 30 ปี สัญชาติไทย อาชีพอิสระ เดินทางมาจากสวีเดนถึงไทยเมื่อ 12 พ.ย.ซึ่งต่อเครื่องบินที่เมืองโดฮา เข้าพัก ASQ กทม.ที่รพ.เอกชน ตรวจพบเชื้อเมื่อ 17 พ.ย. มีไข้ ไอ มีเสมหะ และจมูกไม่ได้กลิ่น

รายที่ 3 เป็นเพศชาย อายุ 56 ปี สัญชาติสวิส อาชีพวิศวกร เดินทางมาจากสวิตเซอร์แลนด์ ถึงไทยเมื่อ 13 พ.ย. เข้าพัก ASQ กทม.ที่ รพ.เอกชน ตรวจพบเชื้อเมื่อวันที่ 18 พ.ย.ไมมีอาการ

รายที่ 4 เป็นเพศหญิง อายุ 43 ปี สัญชาติไทย อาชีพพนักงานนวด เดินทางมาจากสาธารณรัญเช็กถึงไทยเมื่อ 14 พ.ย. เข้าพัก SQ ชลบุรี ที่รพ.บางละมุง ตรวจพบเชื้อเมื่อ 18 พ.ย. ไม่มีอาการ

รายที่ 5 เป็นเพศชาย อายุ 32 ปี สัญชาติเบลเยี่ยม อาชีพวิศวกร เดินทางมาจากเบลเยี่ยม ถึงไทยเมื่อ 14 พ.ย.โดยมีผู้ติดเชื้อเที่ยวบินเดียวกัน 1 รายซึ่งต่อเครื่องบินที่เมืองโดฮา เข้าพัก ASQ กทม.ที่รพ.เอกชน ตรวจพบเชื้อเมื่อ 19 พ.ย.ไม่มีอาการ

รายที่ 6 เป็นเพศหญิง อายุ 15 ปี สัญชาติไทย อาชีพนักเรียน เดินทางมาจากอินเดีย ถึงไทยเมื่อ 14 พ.ย.โดยมีผู้ติดเชื้อเที่ยวบินเดียวกัน 1 ราย เข้าพัก ASQ รพ.เอกชน ตรวจพบเชื้อเมื่อ 19 พ.ย.ไม่มีอาการ

รายที่ 7-8 เดินทางมาจากเนเธอร์แลนด์เมื่อ 14 พ.ย.เป็นเพศหญิงอายุ 52 ปี เป็นแม่บ้าน ตรวจพบเชื้อเมื่อ 17 พ.ย. มีอาการเจ็บคอ มีเสมหะ และปวดกล้ามเนื้อ เข้าพัก SQ กทม.ที่สถาบันโรงทรวงอก และเพศหญิง อายุ 22 ปีเป็นนักศึกษา ตรวจพบเชื้อเมื่อ 18 พ.ย. ไม่มีอาการ เข้าพัก SQ กทม.ที่รพ.ราชวิถี

รายที่ 9-10 เดินทางมาจากสหรัฐอเมริกา เป็นเพศชาย อายุ 61 ปีสัญชาติไทย เกษียณอายุ เดินทางมาถึงไทยเมื่อ 14 พ.ย. เข้าพัก SQ กทม.รพ.เอกชน ตรวจพบเชื้อเมื่อ 18 พ.ย.ไม่มีอาการ และเป็นเพศชาย อายุ 25 ปี เป็นนักศึกษา เดินทางมาถึง 19 พ.ย.ผลตรวจพบเชื้อที่ด่านควบคุมโรคสนามบินสุวรรณภูมิ เป็นผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรค (PUI) มีอาการไข้ และเข้ารักษาที่รพ.สมุทรปราการ

สำหรับจำนวนผู้ป่วยยืนยันสะสมในประเทศล่าสุดอยู่ที่ 3,902 ราย เป็นผู้ป่วยที่ติดเชื้อภายในประเทศ 2,453 ราย และผู้ป่วยที่เดินทางมาจากต่างประเทศ 1,449 ราย ส่วนผู้ป่วยรักษาหายแล้วเพิ่มอีก 11 ราย รวมเป็น 3,756 ราย ยังมีผู้ป่วยรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 86 ราย ยอดผู้เสียชีวิตสะสมที่ 60 ราย

ทั้งนี้ จำนวนผู้เดินทางจากต่างประเทศเข้าประเทศไทยถึงวันที่ 21 พ.ย.63 รวมทั้งสิ้น 131,912 ราย และมีจำนวนผู้ติดเชื้อสะสม 943 ราย คิดเป็นอัตราการติดเชื้อ 0.71 ราย

ขณะที่สถานการณ์แพร่ระบาดทั่วโลกล่าสุดมียอดผู้ติดเชื้อรวม 57,902,489 ราย รักษาอยู่ 102,207 ราย เสียชีวิต 1,377,539 ราย โดยประเทศที่มียอดผู้ติดเชื้อสูงสุด อันดับแรก สหรัฐอเมริกา 12,274,726 ราย อันดับสอง อินเดีย 9,050,613 ราย อันดับสาม บราซิล 6,020,164 ราย อันดับสี่ ฝรั่งเศส 2,109,170 ราย และอันดับห้า รัสเซีย 2,039,926 ราย ส่วนประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 151 จำนวนผู้ติดเชื้อ 3,902 ราย

ตากพบผู้ลี้ภัย 1 รายติดโควิด-19 หลังลักลอบไปพม่า ล่าสุดล็อกดาวน์ศูนย์พักพิงผู้ลี้ภัยจากการสู้รบบ้านอุ้มเปี่ยม

เว็บไซต์ TNN รายงานว่าเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง อำเภอพบพระ จังหวัดตาก ได้รับรายงานจาก นายภูวดล เค้าคลึง ปลัดอำเภอพบพระ ปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าประจำพื้นที่พักพิงผู้ลี้ภัยจากการสู้รบ บ้านอุ้มเปี้ยม หมู่ 4 โซน A ตำบลคีรีราษฏร์ อำเภอพบพระ จังหวัดตาก ว่า พบผู้ลี้ภัย 1 คน มีอาการไข้สูง และต่อมาได้ตรวจตัวอย่างพบว่า มีเชื้อโควิด-19 ทราบชื่อ นายซอกา เน อายุ 48 ปี  ต่อมา องค์กรที่มีหน้าที่ช่วยเหลือผู้ลี้ภัย ได้ทำการสอบสวนโรคทราบว่า ผู้ป่วยไม่มีทะเบียนในพื้นที่ แต่มีบัตรรับอาหาร และทราบว่า มีผู้สัมผัสใกล้ชิดที่ต้องสอบสวนโรคจำนวน 10 คน

ล่าสุด เจ้าหน้าที่ได้ทำการล็อกดาวน์พื้นที่ศูนย์พักพิงผู้ลี้ภัยจากการสู้รบ บ้านอุ้มเปี้ยม ห้ามคนเข้าออก มีการจัดเวรยาม และเพิ่มกำลังทหาร อาสาสมัครตามจุดเข้า-ออก โดยไม่มีกำหนด ขณะที่ได้ส่งผู้ป่วยไปรักษาโรงพยาบาลพบพระแล้ว

ทั้งนี้ผู้ลี้ภัยในพื้นที่พักพิงคนหนึ่ง ให้ข้อมูลว่า ผู้ป่วยโควิด-19 รายนี้ ได้ออกไปจากพื้นที่พักพิงบ้านอุ้มเปี้ยม และลอบข้ามแดนไปยังฝั่งประเทศพม่าตามพื้นที่ป่า 

จากนั้นเดินทางไปเยี่ยมญาติ ที่เมืองผาอ่าง รัฐกะเหรี่ยง ประเทศพม่าและลักลอบข้ามมาประเทศไทย และกลับไปในพื้นที่พักพิงผู้ลี้ภัย ต่อมามีอาการป่วยและตรวจพบเชื้อไวรัสโควิด-19

ส่วนทางด้านชายแดนจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เจ้าหน้าที่จับกุมแรงงานต่างด้าวสัญชาติพม่า ที่แอบลักลอบข้ามแดนไทยตามช่องทางธรรมชาติ และซ่อนตัวอยู่ในสวนปาล์มของชาวบ้าน หมู่ 5 บ้านเนินแก้ว ตำบลอ่าวน้อย อำเภอเมืองประจวบฯ ซึ่งติดกับแนวเทือกเขาตะนาวศรี ชายแดนไทย-เมียนมา ได้จำนวน 11 คน จึงควบคุมตัวส่ง สถานีตำรวจภูธรอ่าวน้อย ดำเนินคดีตามกฎหมาย และประสานเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเข้าตรวจสอบคัดกรองหาเชื้อ โควิด-19 ซึ่งจากสอบถามเบื้องต้นทราบว่า ทั้งหมดกำลังรอนายหน้ามารับเพื่อเดินทางไปขายแรงงานที่ภาคใต้ของไทยในจังหวัดภูเก็ต

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

พื้นที่ประชาสัมพันธ์