ตร.เผยเตรียมรับมือชุมนุม สนง.ทรัพย์สินฯ ชี้ไม่มีความจำเป็นติดตั้งจีพีเอสแกนนำ

รอง ผบช.น. เผยตำรวจพร้อมรับมือการชุมนุมบริเวณหน้าสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ในวันที่ 25 พ.ย.นี้แล้ว ส่วนกรณีมีแกนนำผู้ชุมนุมออกมาระบุว่าถูกติดตั้งเครื่องติดตามจีพีเอส ชี้ ตร.มีแนวทางปฏิบัติโดยไม่มีความจำเป็นติดตั้งจีพีเอสอยู่แล้ว - โซเชียลแชร์เอกสารลับ สมช. หลุดในโซเชียลสั่ง ตร.สันติบาล จับตา 'ทูตนอกแถว' เพื่อทำ IO ตอบโต้

22 พ.ย. 2563 สำนักข่าวไทย รายงานว่าพลตำรวจตรีปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวถึงการเตรียมมาตรการรักษาความเรียบร้อยในการชุมนุมของกลุ่มคณะราษฎร บริเวณหน้าสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ในวันที่ 25 พ.ย.นี้ ว่าตำรวจเตรียมการไว้เป็นที่เรียบร้อย โดยปิดการจราจรเท่าที่จำเป็น เพื่อป้องกันและควบคุมสถานการณ์ในกรณีมีเหตุร้ายเท่านั้น

ส่วนการดำเนินคดีผู้ชุมนุมในความผิดตาม กฎหมายอาญา มาตรา 112 นั้น ตำรวจต้องนำบริบท สถานการณ์ และเจตนาผู้ชุมนุมมาประกอบกันและต้องผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการของกองบัญชาการก่อนเพื่อความยุติธรรม

ส่วนการสอบสวนเหตุการณ์ชุมนุมสาดสีบริเวณด้านหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อวันที่ 18 พ.ย. ที่ผ่านมา ตอนนี้กำลังพิสูจน์ทราบผู้กระทำผิดฐาน 1.จัดการชุมนุมโดยมิชอบ 2.สมคบกันเกิน 10 คน ก่อความไม่สงบเรียบร้อยในบ้านเมือง 3.หมิ่นประมาท 4.ร่วมกันทำให้เสียทรัพย์ ของเอกชนและราชการ

สำหรับการสอบสวนคดีผู้ชุมนุมคณะราษฎรถูกยิงด้วยอาวุธปืน ในการชุมนุมหน้าอาคารรัฐสภา วันที่ 17 พฤศจิกายน ตำรวจตรวจพบปลอกกระสุนปืนหลายชนิด ใน 2 จุดสำคัญคือ 1.แนวรั้วลวดหนาม หน้ารถบัสตำรวจตระเวนชายแดน 2.ทางเข้าวัดใหม่ทองเสน

ด้านพันตำรวจเอกกฤษณะ พัฒนะเจริญ รองโฆษก ตร. กล่าวถึง กรณีมีแกนนำผู้ชุมนุมออกมาระบุว่าถูกติดตั้งเครื่องติดตามจีพีเอส โดยไม่ได้ขอความยินยอม ว่าทางตำรวจมีแนวทางการปฏิบัติหน้าที่โดยไม่มีความจำเป็นติดตั้งจีพีเอสอยู่แล้ว ส่วนประเด็นเรื่องส่วนผสมของน้ำที่ฉีดเพื่อควบคุมฝูงชนนั้น ช่วงต้นสัปดาห์หน้าจะมีการชี้แจงจากเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทุกขั้นตอน แต่เบื้องต้นยืนยันว่าการใช้น้ำฉีดเพื่อควบคุมการชุมนุมเท่านั้นไม่มีเจตนาทำร้ายให้เกิดการบาดเจ็บ แต่อาจมีกรณีที่ร่างกายแต่ละคนจะเกิดปฏิกิริยาไม่เหมือนกัน

โซเชียลแชร์เอกสารลับ สมช. หลุดในโซเชียลสั่ง ตร.สันติบาล จับตา 'ทูตนอกแถว' เพื่อทำ IO ตอบโต้

มติชนออนไลน์ รายงานว่ามีการเผยแพร่เอกสารลับของสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือ สมช. เรื่อง ผลการประชุมหัวหน้าหน่วยงานด้านข่าวกรองและความมั่นคง โดยเนื้อหาเป็นการแจ้งมติชองที่ประชุม ไปยังผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล โดยหนึ่งในมติที่ประชุมคือการสั่งการให้ผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล จับตา อดีตเอกอัครราชทูต รัศม์ ชาลีจันทร์ อดีตเอกอัครราชทูตไทยในหลายประเทศ เจ้าของเพจ ทูตนอกแถว The Alternative Ambassador โดยระบุว่า มีการเผยแพร่ข้อมูลเชิงลบโจมตีรัฐบาล และการตรวจสอบจับตาดังกล่าวจะนำไปใช้ทำปฏิบัติการข่าวสาร (ไอโอ) ต่อไป

โดยเนื้อหาในเอกสารดังกล่าวระบุเอาไว้ในข้อที่ 2 ว่า “กองบัญชาการตำรวจสันติบาล ติดตามและสืบสวนประวัติของอดีตนักการทูตที่เกษียณอายุราชการและแสวงประโยชน์จากการรับราชการ ในการเผยแพร่ข้อมูลเชิงลบโจมตีรัฐบาล เพื่อประกอบการปฏิบัติการข่าวสารตอบโต้ต่อไป”

นอกจากนี้เนื้อหาในเอกสารดังกล่าวยังมีเนื้อหาระบุให้หน่วยข่าวติดตามการเคลือนไหวของแกนนำผู้ชุมนุมที่เตรียมจัดชุมนุมใหญ่ในวันที่ 23-27 พ.ย. และสั่งการให้กระทรวงมหาดไทย สั่งการผู้ว่าราชการจังหวัดให้เตรียมแนวทางป้องกันการระดมมวลชนในพื้นที่ไม่ให้ร่วมชุมนุมใหญ่ และให้เตรียมมาตรการดูแลความปลอดภัยการจัดชุมนุมคู่ขนานด้วย

ทั้งนี้เอกสารดังกล่าวมีการแชร์ออกไปในโลกออนไลน์ และมีการวิพากษ์วิจารณ์เป็นวงกว้าง

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์