ตรวจหาเชื้อผู้สัมผัสใกล้ชิด 102 คน เคสหญิงเชียงใหม่ ทราบผลตรวจแล้ว 17 คน เป็นลบ

หน่วยงานที่เกี่ยวข้องใน จ.เชียงใหม่ คุมเข้มและป้องกัน COVID-19 หลังพบเคสหญิงไทยอายุ 29 ปี คาดติดเชื้อมาจากพม่า เบื้องต้นตรวจหาเชื้อผู้สัมผัสใกล้ชิด 102 คน จากทั้งหมด 326 คน ทราบผลตรวจแล้ว 17 คน เป็นลบ

29 พ.ย. 2563 Thai PBS รายงานว่าเจ้าหน้าที่เทศบาลนครเชียงใหม่ ใช้เครื่องขยายเสียงแบบพกพา ประชาสัมพันธ์ประชาชนและนักท่องเที่ยวบริเวณถนนคนเดินวัวลาย อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เพื่อเฝ้าระวังป้องกัน COVID-19 หลังจังหวัดเชียงใหม่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เป็นหญิงอายุ 29 ปี ที่เดินทางกลับจากเมียนมา เมื่อวันที่ 27 พ.ย.ที่ผ่านมา พบประวัติไปสถานบันเทิง ห้างสรรพสินค้า และโรงภาพยนตร์

นายณัฐชูเดช วิริยดิลกธรรม รองนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ ระบุว่า ได้เน้นย้ำให้นักท่องเที่ยวและผู้ค้าปฏิบัติตามมาตรการด้านสาธารณสุขอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะการสวมหน้ากากอนามัย

ขณะที่นักท่องเที่ยวให้ความร่วมมือป้องกันโรค ด้วยการสวมหน้ากากอนามัย เข้าแถวรอคิวรับการตรวจวัดอุณภูมิร่างกาย สแกนคิวอาร์โค้ด "ไทยชนะ" และล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ บริเวณจุดคัดกรองทางเข้าถนนคนเดินวัวลาย อ.เมือง จ.เชียงใหม่ หลายคนบอกว่า มีความมั่นใจในมาตรการป้องกันของเจ้าหน้าที่ และที่สำคัญคือต้องป้องกันตนเองก่อน

17 คน ผลตรวจเป็นลบ

ด้านคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ ชี้แจงกรณีหญิงอายุ 29 ปี ติดเชื้อ COVID-19 ซึ่งเป็นผู้ป่วยคนที่ 42 ของจังหวัดเชียงใหม่ จากการลงพื้นที่สอบสวนโรค พบผู้สัมผัสทั้งหมด 326 คน เป็นผู้สัมผัสใกล้ชิดเสี่ยงสูง 105 คน เบื้องต้นทราบผลแล้ว 17 คน ผลตรวจเป็นลบทั้งหมด

ส่วนผู้สัมผัสใกล้ชิดเสี่ยงสูงที่ไม่มีอาการจะต้องกักตัวทุกคน หากไม่สามารถกักตัวที่บ้านได้ คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ได้จัดสถานที่กักกันไว้ให้ ขณะนี้มีผู้เข้ากักตัว 5 คน

คุมเข้มชายแดน สกัด COVID-19

ส่วนที่ จ.เชียงราย ทหารกองกำลังผาเมืองเพิ่มกำลัง และความถี่ในการลาดตระเวนป้องกันการลักลอบข้ามแดน หลังพบว่าหญิงผู้ติดเชื้อ COVID-19 ลักลอบเดินทางจากเมียนเข้ามาในพื้นที่ จ.เชียงราย แต่เบื้องต้นยังไม่แน่ชัดว่าหญิงคนนี้ไปอยู่ในพื้นที่ใดของเมียนมา และเข้ามาในประเทศไทยด้วยช่องทางใด

ล่าสุดนายประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ประสานให้ทุกหน่วยงานดำเนินการสกัดกั้นการเข้าออกประเทศโดยผิดกฎหมายอย่างเข้มงวด เพราะขณะนี้ในจังหวัดท่าขี้เหล็ก ตรงข้าม อ.แม่สาย จ.เชียงราย พบผู้ติดเชื้อ COVID-19 เพิ่ม 6 คน ทำให้มีผู้ติดเชื้อสะสมในจังหวัดท่าขี้เหล็ก 15 คน พร้อมมีคำสั่งให้พ่อค้าแม่ค้าบริเวณหน้าด่านพรมแดนเปิดขายสินค้าได้ถึงเวลา 18.00 น. เพื่อลดความแออัด และประกาศห้ามออกนอกบ้านในจังหวัดท่าขี้เหล็กตั้งแต่ 12.00-04.00 น. จึงทำให้ฝ่ายไทยต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

"Grab" กักตัวดูอาการคนขับรับส่งหญิงติดเชื้อ COVID-19

กรณีหญิงวัย 29 ปีติดเชื้อ COVID-19 ใช้บริการเรียกรถผ่านแอปพลิเคชัน Grab ใน จ.เชียงใหม่ ล่าสุด แกร็บ ประเทศไทย ออกแถลงการณ์ว่า นับตั้งแต่วันที่ 28 พ.ย.2563 ได้ติดต่อประสานงานกับกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข โดยให้ความร่วมมือตรวจสอบข้อมูลการเดินทางย้อนหลัง เพื่อระบุตัวตนของพาร์ทเนอร์คนขับ รวมถึงผู้ใช้บริการทุกคนที่ได้มีปฏิสัมพันธ์กับพาร์ทเนอร์คนขับทั้งหมดในช่วงเวลาดังกล่าว

ขณะนี้พาร์ทเนอร์คนขับที่ให้บริการในช่วงเวลาดังกล่าว ได้เข้ารับการตรวจเชื้อ COVID-19 ในโรงพยาบาล และอยู่ระหว่างกักตัวเพื่อเฝ้าดูอาการแล้ว ขณะเดียวกันบริษัทฯ ได้ดำเนินการระงับสัญญาณการให้บริการเป็นการชั่วคราวไว้ก่อน

ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้กำชับให้ทำตามมาตรการป้องกัน COVID-19 อย่างเคร่งครัด ส่งเสริมให้ทั้งพาร์ทเนอร์คนขับและผู้โดยสารสวมหน้ากากทุกครั้งในระหว่างการเดินทาง โดยหนึ่งในมาตรการที่เคร่งครัดคือ หากผู้โดยสารพบว่าพาร์ทเนอร์คนขับ “ไม่สวมหน้ากาก” หรือ “มีอาการป่วยหรือไม่สบาย” สามารถยกเลิกบริการได้ทันทีโดยไม่มีค่าธรรมเนียมการยกเลิก ขณะเดียวกันพาร์ทเนอร์คนขับก็สามารถยกเลิกการรับงานได้เช่นกันหากพบว่าผู้โดยสารไม่สวมหน้ากากหรือมีอาการป่วย

ศบค.พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 ใหม่ 11 ราย เดินทางมาจากต่างประเทศ

ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในประเทศวันนี้ว่า พบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อรายใหม่เพิ่ม 11 ราย โดยเป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศและเข้าพักสถานกักกันที่รัฐจัดให้ (State Quarantine) ประกอบด้วย สหรัฐอเมริกา 1 ราย, ลิเบีย 2 ราย, โมซัมบิก 1 ราย, อิตาลี 1 ราย, ฝรั่งเศส 1 ราย, ปากีสถาน 1 ราย, เกาหลีใต้ 2 ราย, โอมาน 1 ราย และ คูเวต 1 ราย

รายที่ 1 มาจากสหรัฐอเมริกา เป็นพระสงฆ์ไทย อายุ 52 ปี มาถึงเมื่อวันที่ 14 พ.ย.63 เข้าพัก SQ ในจังหวัดสมุทรปราการ ตรวจหาเชื้อเมื่อวันที่ 26 พ.ย.63 (Day 12) พบเชื้อแต่ไม่มีอาการ เข้ารับการรักษาที่ รพ.สมุทรปราการ

รายที่ 2 และ 3 มาจากลิเบีย เป็นนักศึกษาชายไทย อายุ 25 และ 26 ปี มาถึงเมื่อวันที่ 21 พ.ย.63 เข้าพัก SQ ในจังหวัดชลบุรี ตรวจหาเชื้อเมื่อวันที่ 26 พ.ย.63 (Day 5) พบเชื้อแต่ไม่มีอาการ เข้ารับการรักษาที่ รพ.หนองใหญ่

รายที่ 4 มาจากโมซัมบิก เป็นชายไทย อายุ 60 ปี อาชีพค้าขาย มาถึงเมื่อวันที่ 21 พ.ย.63 เข้าพัก SQ ในจังหวัดชลบุรี ตรวจหาเชื้อเมื่อวันที่ 26 พ.ย.63 (Day 5) พบเชื้อแต่ไม่มีอาการ เข้ารับการรักษาที่ รพ.สัตหีบ

รายที่ 5 มาจากอิตาลี เป็นหญิงไทย อายุ 37 ปี มาถึงเมื่อวันที่ 21 พ.ย.63 เข้าพัก SQ ในจังหวัดชลบุรี ตรวจหาเชื้อเมื่อวันที่ 26 พ.ย.63 (Day 12) พบเชื้อแต่ไม่มีอาการ เข้ารับการรักษาที่ รพ.บางละมุง

รายที่ 6 มาจากฝรั่งเศส เป็นชายสัญชาติฝรั่งเศส อายุ 55 ปี อาชีพพนักงานบริษัท มาถึงเมื่อวันที่ 21 พ.ย.63 เข้าพัก ASQ ในกรุงเทพฯ ตรวจหาเชื้อเมื่อวันที่ 26 พ.ย.63 (Day 5) พบเชื้อแต่ไม่มีอาการ เข้ารับการรักษาที่ รพ.เอกชน

รายที่ 7 มาจากปากีสถาน เป็นชายสัญชาติปากีสถาน อายุ 42 ปี อาชีพเกษตรกร มาถึงเมื่อวันที่ 23 พ.ย.63 เข้าพัก ASQ ในกรุงเทพฯ ตรวจหาเชื้อเมื่อวันที่ 27 พ.ย.63 (Day 4) พบเชื้อ มีไข้ ไอ และเจ็บคออาการ เข้ารับการรักษาที่ รพ.เอกชน

รายที่ 8 และ 9 มาจากเกาหลีใต้ เป็นหญิงไทย อายุ 33 ปี และชายไทยอายุ 40 ปี อาชีพพนักงานโรงงาน มาถึงเมื่อวันที่ 24 พ.ย.63 เข้าพัก SQ ในกรุงเทพฯ หญิงไทยตรวจหาเชื้อเมื่อวันที่ 27 พ.ย.63 (Day 3) พบเชื้อแต่ไม่มีอาการ ส่วนชายไทยตรวจหาเชื้อเมื่อวันที่ 28 พ.ย.63 พบเชื้อแต่ไม่มีอาการ เข้ารับการรักษาที่สถาบันโรคทรวงอก

รายที่ 10 มาจากโอมาน เป็นหญิงสัญชาติโอมาน อายุ 23 ปี อาชีพธุรกิจส่วนตัว มาถึงเมื่อวันที่ 26 พ.ย.63 เข้าพัก ASQ ในจังหวัดชลบุรี ตรวจหาเชื้อเมื่อวันที่ 26 พ.ย.63 (Day 0) พบเชื้อแต่ไม่มีอาการ เข้ารับการรักษาที่ รพ.เอกชน

รายที่ 11 มาจากคูเวต เป็นชายสัญชาติคูเวต อายุ 28 ปี มาถึงเมื่อวันที่ 26 พ.ย.63 เข้าพัก AHQ ในกรุงเทพฯ ตรวจหาเชื้อเมื่อวันที่ 26 พ.ย.63 (Day 0) พบเชื้อแต่ไม่มีอาการ เคยมีประวัติติดเชื้อเมื่อ 4 เดือนก่อน เข้ารับการรักษาที่ รพ.เอกชน

สำหรับจำนวนผู้ป่วยยืนยันสะสมในประเทศ ล่าสุดอยู่ที่ 3,977 ราย เป็นผู้ป่วยที่ติดเชื้อภายในประเทศ 2,454 ราย และผู้ป่วยที่เดินทางมาจากต่างประเทศ 1,523 ราย ส่วนผู้ป่วยรักษาหายแล้วเพิ่มอีก 2 ราย รวมเป็น 3,800 ราย ยังมีผู้ป่วยรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 117 ราย ยอดผู้เสียชีวิตสะสมคงที่ 60 ราย

ขณะที่สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทั่วโลกมียอดผู้ติดเชื้อรวม 62,562,948 ราย และเสียชีวิต 1,458,099 ราย โดยสหรัฐอเมริกามีผู้ติดเชื้อสูงสุด 13,610,357 ราย ตามด้วยอินเดีย 9,390,791 ราย บราซิล 6,290,272 ราย รัสเซีย 2,242,633 ราย และ ฝรั่งเศส 2,208,699 ราย ส่วนไทยอยู่ในอันดับที่ 151

เชียงราย พบสาววัย 26 ติดโควิด-19 อีกราย เป็นเพื่อนสาวเชียงใหม่ที่ป่วย

ไทยรัฐออนไลน์ รายงานว่าที่ศาลากลางจังหวัดเชียงราย นายประจญ ปรัชญ์สกุล ผวจ.เชียงราย เรียกประชุมด่วนคณะกรรมการติดตามสถานการณ์โรคติดเชื้อ ไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 เพื่อประเมินสถานการณ์ หลังมีหญิงอายุ 29 ปี ติดเชื้อโควิด-19 หลบหนีข้ามพรมแดนแม่สาย โดยมีรถปิกอัพมารับไปส่ง บขส.เชียงราย ขึ้นรถโดยสารเมล์เขียวไปลง จ.เชียงใหม่ จากนั้นได้ไปเที่ยวผับ ช็อปปิ้งในห้างสรรพสินค้า ทำให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ชาวเชียงราย และเชียงใหม่ 

ล่าสุด สสจ.เชียงราย ได้รับรายงานว่า มีหญิงไทย อายุ 26 ปี อาศัยอยู่ที่ อ.ขุนตาล จ.เชียงราย เพื่อนของหญิงรายแรกที่เดินทางข้ามมาด้วยกัน ติดโควิด-19 

โดยไทม์ไลน์ของสาววัย 26 ผู้ป่วยรายล่าสุด เป็นดังนี้

วันที่ 16-22 พ.ย. ขณะทำงานอยู่ท่าขี้เหล็ก มีอาการไอแห้งๆ รู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัว เพียงแต่ซื้อยามากินเท่านั้น

วันที่ 23-24 พ.ย. อยู่ท่าขี้เหล็ก ทำงานตามปกติ ไม่มีอาการไข้

วันที่ 26-28 พ.ย. ได้แอบลักลอบข้ามพรมแดนเส้นทางธรรมชาติ ไปพักที่โรงแรมแม่สายอินทน์ โดยไม่มีอาการไข้

ต่อมาวันที่ 28 พ.ย. ได้ข่าวเพื่อนหญิงที่กลับมาด้วยกันไปป่วยอยู่ จ.เชียงใหม่ จึงเดินทางด้วยรถจักรยานยนต์รับจ้าง ไปตรวจที่โรงพยาบาลกรุงเทพฯ-เชียงราย ระหว่างการตรวจ ได้ประสานไปที่ศูนย์โควิด รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์ แพทย์ได้แจ้งให้ย้ายไป รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์ เข้าห้องแยกโรค เมื่อเวลา 21.35 น.ของวันที่ 28 พ.ย. 

ส่วนสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ที่ จ.ท่าขี้เหล็ก ตรงข้าม อ.แม่สาย จ.เชียงราย พบว่า ยังมีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากวันที่ 28 พ.ย. จำนวน 9 ราย มีการตรวจพบสะสมขึ้นเป็น 21 ราย ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้มีการตั้งด่านตรวจเข้าเมืองหลายจุด และประกาศให้ร้านค้าแผงลอยริมทางสะพานข้ามแม่น้ำสายทั้งสะพาน 1-2 ปิดตั้งแต่เวลา 18.00 น. และประกาศเคอร์ฟิวตั้งแต่เวลา 00.01-04.00 น.

ด้าน ผวจ.เชียงราย กล่าวว่า ขณะนี้แม้ทุกหน่วยงานจะพยายามสกัดกั้นป้องกันการลักลอบเข้าเมือง ก็ยังมีการลักลอบเข้ามาได้อีก จึงได้ปรึกษาไปที่ ศบค. ขออนุญาตให้คนไทยที่อยู่ใน จ.ท่าขี้เหล็ก สามารถกลับมาทางด่านพรมแดนแม่สายได้โดยไม่ต้องผ่านกระทรวงต่างประเทศ และกักตัว 14 วัน เพื่อลดการลักลอบเข้าเมือง ป้องกันการแพร่ระบาด ทั้งให้ทีบีซีฝ่ายไทย ขอความร่วมมือเมียนมาให้ทางไทยสุ่มตรวจเชื้อโควิด-19 คนขับรถตู้บรรทุกสินค้าข้ามพรมแดน หากตรวจพบติดเชื้อโควิด-19 ให้ฝ่ายเมียนมารับตัวไปรักษา และสั่งการให้เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นประกาศให้ผู้ที่ลักลอบเข้าเมืองภายใน 1 เดือนที่ผ่านมา ให้ปรึกษา อสม. โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล และโรงพยาบาลแม่สาย ในการตรวจหาเชื้อ

อีกด้าน ตำรวจแม่สายได้เข้าควบคุมตัว นายสุพจน์ (สงวนนามสกุล) อายุ 56 ปี ชาว จ.เชียงราย พร้อมรถกระบะสีเขียว คันที่ขับไปรับ 2 สาว จากชายแดนไปส่ง บขส.เชียงราย ได้ที่วัดผาแตก ต.เวียงพางคำ สอบสวนเบื้องต้น จากนั้นให้กักตัวในบ้าน 14 วัน ก่อนจะดำเนินการต่อไป

เชียงใหม่สั่งตั้งด่าน 2 อำเภอดอยสะเก็ดและแม่อาย คัดกรองกลุ่มเสี่ยงที่จะเดินทางเข้าเมือง 

เพจข้อมูลข่าวสารเฉพาะกิจของจังหวัดเชียงใหม่ รายงานว่าที่ห้องประชุมศรีเวียงพิงค์ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ ครั้งที่ 66/2563 โดยมี นายวีระพันธ์ ดีอ่อน รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ นายแพทย์จตุชัย มณีรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วยคณะกรรมการร่วมประชุม โดยมีวาระสำคัญคือการติดตามความคืบหน้าการติดตามและควบคุมโรคโควิด-19 กรณีหญิงไทยที่จากประเทศเมียนม่าตรวจพบว่าติดโควิด-19 เมื่อวันที่ 26 พ.ย. ที่ผ่านมา

นายวีระพันธ์ ดีอ่อน รอง ผวจ.เชียงใหม่ กล่าวว่า กรณีความคืบหน้ากรณีผู้ป่วย COVID-19 คนที่ 42 ของจังหวัดเชียงใหม่ เป็นหญิง อายุ 29 ปี โดยทางจังหวัดเชียงใหม่ได้มีการยกระดับมาตรการการป้องกันโรค ให้มีความเข้มข้นมากขึ้น เน้นย้ำให้สถานบริการ ร้านขาย ห้างสรรพสินค้า โรงแรม สถานที่ท่องเที่ยว ตลาด รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ให้เข้มงวดในมาตรการการป้องกันโรค ทั้งการคัดกรอกไข้ การล้างมือ การสวมหน้ากากอนามัย 100% การลงทะเบียนด้วยแอพพลิเคชั่น “ไทยชนะ” การเว้นระยะห่าง (Social distancing) การจำกัดจำนวนผู้เข้ารับบริการ ซึ่งในขณะนี้ผู้ป่วยมีอาการดีขึ้น ไม่มีไข้ ไม่มีหอบเหนื่อย จมูกเริ่มได้กลิ่น แต่มีความเครียดอยู่ในระดับสูง ยังคงอยู่ในการดูแลอย่างใกล้ชิดที่โรงพยาบาลนครพิงค์

ด้าน นพ.กิตติพันธุ์ ฉลอม ผู้ช่วยนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า สำหรับความคืบหน้าของทีมสอบสวนโรคและค้นหาผู้สัมผัส พบผู้สัมผัสทั้งหมด จำนวน 306 ราย ผู้สัมผัสเสี่ยงต่ำ จำนวน 149 ราย และผู้สัมผัสอื่นๆ จำนวน 72 ราย ได้รับการตรวจหาเชื้อโควิด-19 แล้ว จำนวน 88 ราย ผลตรวจเป็นลบทั้งหมด สำหรับผู้สัมผัสใกล้ชิดเสี่ยงสูง จำนวน 85 ราย ผลการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ยืนยันไม่พบเชื้อ จำนวน 82 ราย แต่ยังคงต้องติดตามตัวผู้สัมผัสเสี่ยงสูงอีก 3 ราย คือ ผู้ที่โดยสารรถประจำทางบริษัทกรีนบัส เชียงราย-เชียงใหม่ ในวันที่ 24 พฤศจิกายน 2563 เวลา 11.00 – 15.00 น. จำนวน 2 ราย และคนขับรถ Grab Car รับจากดีคอนโด ไปส่งที่ คิงส์เวย์ โฮสต์แอนด์คาราโอเกะ ในคืนวันที่ 24 พฤศจิกายน 2563 ก็ขอให้ติดต่อสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ ที่โทร 084-8053131 , 084-8052121

“ผู้สัมผัสใกล้ชิดเสี่ยงสูงที่ไม่มีอาการจะต้องกักตัวทุกคน หากไม่สามารถกักตัวที่บ้านได้ คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ได้จัดสถานที่กักกันผู้สัมผัสใกล้เสี่ยงสูงไว้แล้ว และมีผู้เข้ากักกันตนจำนวน 5 ราย ทั้งนี้ผู้สัมผัสทุกรายจะต้องสังเกตอาการผิดปกติอย่างใกล้ชิด หากมีอาการผิดปกติจะถูกตรวจหาเชื้อซ้ำและแยกกักในโรงพยาบาล ผู้สัมผัสที่กักกันตนที่บ้านจะมีการประสานงานให้ทางโควิดหมู่บ้านเข้าไปดูแลและตรวจประเมินจนครบ 14 วันหลังสัมผัสผู้ป่วย” ผช.สสจ.เชียงใหม่ กล่าว

นพ.กิตติพันธ์ฯ กล่าวต่อว่า สำหรับผู้ที่ไปในสถานที่ดังกล่าว ขอให้ท่านกักกันตนเองจนกระทั่งครบ 14 วันหลังวันสัมผัส สำหรับผู้ที่ไม่มีอาการ ให้โทรนัดหมายเพื่อตรวจในวันที่ 1 ธ.ค. 2563 (ตามระยะฟักตัวเฉลี่ย) โดยหากพบอาการผิดปกติระหว่างการกักกันให้รีบพบแพทย์และแจ้งประวัติความเสี่ยงต่อบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อขอรับการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ได้ที่โรงพยาบาลทุกแห่งในจังหวัดเชียงใหม่ ทั้งนี้หากมีข้อสงสัยให้ติดต่อทีมตระหนักรู้สถานการณ์ (SAT) สสจ.เชียงใหม่ โทร 084-8053131, 084-8052121

นายวีระพันธ์ ดีอ่อน รอง ผวจ.เชียงใหม่ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับพี่น้องประชาชนขอให้ท่านได้คลายความกังวลใจทั้งที่อยู่อาศัย ทั้งที่มาท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งจังหวัดเชียงใหม่ได้ทำงานกันอย่างเต็มที่โดยเฉพาะสถานที่ที่ผู้ป่วยให้ข้อมูลเจ้าของสถานที่ต่าง ๆ ได้มีการทำความสะอาด ฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อทั้งหมดแล้วในทุกจุดที่สัมผัส ช่วงต่อไปก็จะมีการตรวจสอบโดย ศปก.พื้นที่ และ ศปก.จังหวัด อย่างเข้มข้น โดยจะตรวจสอบถึงการปฏิบัติว่ามีการละเลยในการคัดกรองโรค มีการปฏิบัติตามมาตรการควบคุมโรคหากละเลยไม่ปฏิบัติก็จะถูกสั่งให้งดใช้สถานที่ ก็จะใช้อำนาจตามกฎหมายโดยเคร่งครัด นอกจากนี้คณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อได้เชิญผู้ประกอบการหลายแห่งมาทำบันทึกข้อตกลงและทำความเข้าใจในเรื่องของการปฏิบัติให้ชัดเจนเข้มข้นมากยิ่งขึ้น รวมถึงการประชุมวันนี้ได้มีมติให้อำเภอดอยสะเก็ดและอำเภอแม่อายตั้งด่านตรวจคัดกรองโรคโควิด-19 เพื่อตรวจสอบผู้ที่จะเดินทางผ่านเข้าจังหวัดเชียงใหม่

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

พื้นที่ประชาสัมพันธ์