แม่เด็กหอวังแจ้งความ ผอ.ไม่ให้ลูกเข้าเรียนเพราะไม่ใส่เครื่องแบบ-นักเรียนนัดใส่ไปรเวทต่อพรุ่งนี้

หลังนักเรียนนัดกันแต่ไปรเวทไปเรียนในเช้าวันนี้หลายโรงเรียน  แม่นักเรียนหอวังเข้าแจ้งความ ผ.อ.ไม่ให้ลูกเข้าเรียนเหตุไม่ใส่เครื่องแบบ นักเรียนเตรียมฯ-ขอนแก่นยืนยันใส่ไปรเวทไปเรียนต่อ ส่วนธัญวัจน์ ก้าวไกล ขอให้ผู้ใหญ่เปิดใจรับฟังให้เด็กได้แสดงตัวตน ชุดนักเรียนไม่ใช่แค่เสื้อผ้า แต่เป็นโครงสร้างอำนาจนิยม

1 ธ.ค.2563 ศิโรตน์ คล้ามไพบูลย์ ผู้ประกาศข่าววอยซ์ทีวีเผยแพร่บันทึกประจำวัน สน.พหลโยธิน ที่ นรรัตน์ ทัพพะรังสี เข้าแจ้งความดำเนินคดีผู้อำนวยการโรงเรียนหอวัง เหตุ ผอ.ไม่ให้ลูกชายเข้าโรงเรียนเพราะไม่สวมเครื่องแบบ

ในบันทึกระบุอีกว่า ก่อนหน้านี้ตนได้รับแจ้งจากผอ.ว่าสามารถให้ลูกเข้าเรียนได้แต่ต้องได้รับการตักเตือนก่อน จึงทำให้ลูกชายของตนถูกลิดรอนสิทธิ์ จึงพบพนักงานสอบสวนเพื่อให้ดำเนินคดี

นร.หลายโรงเรียนร่วมกันแต่งไปรเวท-ทนายชี้ห้ามเข้าไม่ได้

เด็กเตรียมอุดม-แก่นนครเดินหน้าต่อ

หลังจากความเคลื่อนไหวในช่วงเช้า ภาคีนักเรียน KKC ไลฟ์นักเรียนจากโรงเรียนต่างๆ ในขอนแก่นมาแถลงข่าวสืบเนื่องจากกิจกรรมในวันนี้ที่นัดกันไม่ใส่ชุดนักเรียนไปเรียนโดยผลัดกันเล่าผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการไม่ใส่ชุดนักเรียนมาเรียน

นักเรียนจากโรงเรียนมหาไถ่ขอนแก่นระบุว่า ได้ใส่ชุดไปรเวทไปเรียนแต่ทางโรงเรียนไม่อนุยาตให้เข้าเรียนแม้ว่าทางนักเรียนจะยืนยันแล้วว่าตามระเบียบทางโรเงรียนไม่สามารถห้ามนักเรียนเข้าเรียนได้นอกจากการหักคะแนน ทั้งนี้ระหว่างการพูดคุยทางอาจารย์ไม่ยินยอมให้อัดเสียงหรือถ่ายคลิป ทำให้นักเรียนคนทีถูกเรียกเข้าพบอาจารย์ต้อง

นักเรียนคนหนึ่งเล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในโรงเรียนกัลยาณวัตรทางโรงเรียนมีการตั้งโต๊ะ ขอรายชื่อนักเรียนแต่ไม่ระบุให้ชัดว่าเป็นการเก็บรายชื่อไปทำอะไรแต่ก็ต้องลงชื่อไปเพราะไม่รู้ว่าถ้าไม่ลงจะได้เข้าเรียนหรือไม่ ส่วนโรงเรียนขอนแก่นวิทยายนทั้งนี้นักเรียนที่ใส่ชุดไปรเวทไปเรียนก็ต้องลงชื่อเช่นกันและครูไม่ระบุว่าขอไปทำไม พอนักเรียนถามครูก็บอกว่ามีคนสั่งมา แล้วในห้องเรียนครูประจำรายวิชา 2 วิชาที่ไม่ใช่ฝ่ายปกครองไม่สามารถหักคะแนนได้แต่ก็มีนักเรียนที่ถูกครูประจำรายวิชาหักคะแนนไปเพราะใส่ชุดไปรเวท

ขวัญข้าว ตั้งประเสริฐ กล่าวว่าถ้าทางกระทรวงศึกษาหรือสถานศึกษายังไม่แก้ไขเรื่องนี้ พรุ่งนี้ (2 ธ.ค.) ก็จะขอให้นักเรียนใส่ชุดไปรเวทมาเรียนต่อและขอให้ใส่กันทุกคนเพราะถ้าใส่กันน้อยก็จะเกิดเหตุการณ์แบบวันนี้ และขอให้ครูได้อ่านกฎและทำความเข้าใจก่อนที่จะมาสอนพวกเรา นอกจากนั้นได้ชี้แจงเรื่องที่มีภาพของตนออกไปนั้น ไม่ใช่การแสดงความก้าวร้าวแค่คุยกับอาจารย์เรื่องที่ผู้อำนวยการเรียกไปคุย

มีการอ่านข้อเรียกร้องขอให้ประยุทธ์ จันทร์โอชา และองคาพยพลาออก สองขอให้เราได้ร่างรัฐธรรมนูญเองจริงๆ และสามปฏิรูปสถาบันกษัตริย์

ส่วนทางเพจ "เกียมอุดมไม่ก้มหัวให้เผด็จการ" ซึ่งเป็นเพจของนักเรียนนักกิจกรรมโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ประกาศผ่านเพจยืนยันจะใส่ชุดไปรเวทต่อทุกวันจนกว่าจะจบเทอม

ธัญวัจน์ ก้าวไกลขอผู้ใหญ่เปิดใจให้เด็กแสดงตัวตน

วันเดียวกันนี้ ทีมสื่อพรรคก้าวไกลรายงานว่า ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ ส.ส. บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล กล่าวถึงกรณีที่กลุ่มนักเรียนใส่ชุดไปรเวทไปโรงเรียนวันนี้ ซึ่งจากปรากฎการณ์ดังกล่าว มีความคิดเห็นออกมามากมาย ถึงความเหมาะสมรวมไปถึงมีอาจารย์จากมหาวิทยาลัยชื่อดังแสดงความคิดเห็นว่า แก้ผ้าไปโรงเรียนเถิดหนู ก่อนอื่นอยากชวนสังคมทำความเข้าใจว่า โรงเรียนคือสถานที่จำลองของสังคม ซึ่งสังคมทุกสังมีกฎระเบียบร่วมกันอยู่แล้ว แต่สังคมที่ดีควรมีการเปิดรับฟังตวามคิดเห็นอย่างไร้อคติ วันนี้ตนไม่ได้บอกว่าการใส่ชุดไปรเวทถูกหรือผิด เรื่องนี้ยังคงเป็นเรื่องที่ต้องพูดคุยกันอย่างเปิดกว้างเพื่อให้เกิดกระบวนการมีส่วนร่วม อย่าเพิ่งตัดสินว่าสิ่งที่เขาต้องการหรือเรียกร้องเป็นเรื่องผิดเพียงเพราะไม่เป็นไปตามข้อกำหนดในอดีต วันนี้โลกพัฒนาไปไกลมากแล้ว สิ่งที่ผู้ใหญ่ต้องทำคือการเปิดกว้างรับฟังและปรับตัว อย่าเอาควาเชื่อในอดีตมาฉุดรั้งอนาคต

สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการเปิดกว้างให้ทุกคนที่ต้องใช้กฎเกณฑ์มีส่วนร่วมในการออกแบบสังคมที่เขาอาศัย เรื่องดังกล่าวนักเรียนสามารถมีส่วนร่วม ไม่ใช่ตกอยู่ในอำนาจนิยมที่ต้องแต่งตัวตามคำสั่ง ของผู้มีอำนาจ การเปิดโอกาสให้นักเรียนแต่งตัวตามความต้องการคือการยอมรับความหลากหลายที่มีอยู่ในสังคม บังคับใช้กฎระเบียบด้วยความเต็มใจไม่ใช่การบังคับ

นอกจากนี้มีความ คิดเห็น ของผู้ใหญ่ว่าเด็กนักเรียนว่าไม่เห็นคุณค่าของชุดนักเรียน อีกหน่อยโตขึ้นจะคิดถึงชุดนักเรียน ก็เป็นเสรีภาพที่แต่ละท่านจะแสดงความคิดเห็น แต่วันนี้คำถามคือ ใครสนใจใส่ใจถึงเสรีภาพของนักเรียนบ้าง

รวมไปถึงในสังคมออนไลน์ได้โต้แย้งในประเด็นการใส่ชุดนักเรียนลดความเหลื่อมล้ำ การใส่ชุดไปรเวทเด็กนักเรียนจะแข่งกันแต่งตัว ติดแบรนด์เนมกลุ่มคนที่พูดแบบนี้ก็คงไม่ได้อ่านข่าว พ่อ แม่ ต้องไปขโมยชุดนักเรียน รองเท้านักเรียน

ตามห้างเมื่อเกิดสถานการณ์โควิด สิ่งนี้ชี้ให้เห็นแล้วว่า เมื่อสุดปลายทางของเหตุผลแล้ว ชุดนักเรียนคือภาระ ไม่ใช่สิ่งจำเป็น

เพราะนักเรียนสามารถใส่ชุดที่มีอยู่แล้ว ชุดนักเรียนนั้นไม่ใช่แค่เสื้อผ้าที่สวมใส่ แต่มันคือโครงสร้างอำนาจนิยมที่ทำให้เด็กไร้ตัวตน ช่วงเวลาสำคัญของเด็กเยาวชนที่เป็นช่วงเวลาประกอบสร้างความเป็นตัวตน เพื่อการเรียนรู้สังคม สู่ความคิดสร้างสรรค์ กลับถูกล้อมกรอบด้วยเสื้อผ้า ทรงผม และการเข้าแถวยืนตากแดด ไม่มีพื้นที่การแสดงตัวตน ทำได้เพียงรับฟังคำสั่งเพื่อให้รับรางวัลคำชื่นชมว่าเป็น “เด็กดี” ตนคิดว่ามันถึงเวลาที่ต้องมีการปรับตัว เพราะเด็กวันนี้คือยุคที่ข้อมูลเปิดกว้างเด็กเยาวชนเรียนรู้โลกที่กว้างใหญ่ ต่างจากคน Gen X Y

หากวัฒนธรรมที่เป็นอำนาจนิยมไม่ปรับเปลี่ยน เราก็กำลังสร้างอุปสรรคการเติบโตต่อยอดการเรียนรู้ทางความคิด สร้างสรรค์ ที่เริ่มมาจากเด็กถึงเวลาที่ผู้ใหญ่ต้องรับฟัง

มองพวกเขาอย่างเข้าใจ และควรดีใจว่าเด็กไทยพร้อมก้าวเข้าสู่การเป็นพลเมืองโลกซึ่งเป็นผลดีต่อประเทศไม่ใช่หรือ

ท้ายที่สุดเชื่อว่าการพูดคุยรับฟังเป็นเรื่องที่ดี คุณครูรวมถึงผู้ใหญ่ ควรเริ่มพูดคุยเริ่มพูดคุยในการแต่งตัวของเขา เพิ่อให้เกิดการแสดงความคิดเห็นรวมถึงเปิดพื้นที่บางวันให้เขาได้แสดงออกด้านการแต่งตัว ได้เป็นตัวเอง ให้เขารู้สึกมี “ตัวตน” ไม่ใช่ “ไร้ตัวตน” ในชุดนักเรียน

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์