ศิลปินสร้างอนุสรณ์คู่โจรสลัดหญิงรักหญิงอังกฤษ หลังเคยถูกลบออกจากหน้าประวัติศาสตร์

โจรสลัดในประวัติศาสตร์ แอนน์ บอนนี และแมรี รีด ที่เป็นคู่รักเลสเบียนเคยถูกลบเลือนจากคนเขียนประวัติศาสตร์ที่เป็นผู้ชายมาก่อน แต่ล่าสุดก็มีคนสร้างประติมากรรมเพื่อเป็นอนุสรณ์ให้กับพวกเธอพร้อมกับการเปิดตัวพอดแคสเรื่องราวของทั้งคู่ในชื่อ "เฮลแคทส์" นักประวัติศาสตร์มองว่าควรจะมีการขุดคุ้ยเรื่องราวของเสียงที่เคยถูกทำให้หายไปจากสังคมเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นเสียงของผู้หญิงหรือเสียงของชาว LGBTQ+ ในอดีต

ภาพแอน บอนนี และแมรี่ รีด รวมจาก Metropolitan Museum of Art

30 พ.ย. 2563 มีคนสร้างศิลปะรูปปั้นเป็นอนุสรณ์ให้กับสองโจรสลัดนักบุกเบิกผู้ที่เป็นหญิงรักหญิงชื่อ แอนน์ บอนนี และ แมรี รีด จากคริสตศตวรรษที่ 18 พวกเธอสองคนเคยถูกลบเลือนจากประวัติศาสตร์ที่เขียนโดยนักประวัติศาสตร์ผู้ชายมาก่อน แต่ในตอนนี้มีผู้ทำให้เรื่องราวของพวกเธอกลับมาโลดแล่นอีกครั้งแล้ว ในชื่องานศิลปะว่า "Inexorable" (ไม่อาจหยุดยั้ง) ผลงานของ อแมนดา คอตตอน

การจัดเปิดตัวรูปปั้นหญิงเลสเบียนคู่นี้เมื่อวันที่ 18 พ.ย. ที่ผ่านมา มีขึ้นที่ท่าเรือเอ็กซิคิวชันในกรุงลอนดอน ในประวัติศาสตร์อังกฤษท่าเรือแห่งนี้ถูกใช้ประหารชีวิตโจรสลัดมาก่อน ทั้งนี้ยังไม่ได้เปิดให้ผู้คนทั่วไปเข้าชมแต่เป็นการเปิดตัวรายการพอดแคสเปิดใหม่ที่ชื่อ "เฮลแคทส์" เพื่อนำเสนอเรื่องราวชีวิตและความรักระหว่างบอนนีและรีดผ่านทางเว็บไซต์ Audible แต่จะเปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าชมอย่างเป็นทางการในปี 2564

คอตตอน ศิลปินที่สร้างงานชิ้นนี้บอกว่าเธอสร้างประติมากรรมของคู่รักสองคนนี้ขึ้นมาจากบุคลิกภาพที่น่าอัศจรรย์ของพวกเธอมากกว่ารูปลักษณ์ภายนอกของพวกเธอ โดยเปรียบเทียบทั้งสองคนเป็นธาตุไฟคือบอนนี้และธาตุดินคือรีด เมื่อธาตุของผู้หญิงทั้งสองคนนี้หลอมรวมกันแล้วก็จะเป็นพลังที่ไม่อาจหยุดยั้งได้

รูปปั้นเหล่านี้สร้างขึ้นจากคอนกรีตสำหรับสิ่งแวดล้อมทะเล (Marine concrete) หลังจากการจัดแสดงแล้วจะนำไปประดับไว้อย่างถาวรที่เกาะเบิร์กห์ ในเขตปกครองเซาธ์เดวอน ซึ่งเป็นแหล่งหลบภัยที่นิยมของเหล่าโจรสลัดในอดีต คอตตอนกล่าวว่าที่ใช้คอนกรีตสำหรับสิ่งแวดล้อมทะเลจะทำให้เมื่อเวลาผ่านไปแล้วผลงานชิ้นนี้จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศน์และสัตว์ป่าแถบนั้นได้เพราะทำจากหินตามธรรมชาติ

บอนนีเกิดในไอร์แลนด์ในปีพ.ศ. 2240 (ค.ศ.1697)ส่วนรีดเกิดในอังกฤษเมื่อปีพ.ศ. 2228 (ค.ศ.1685) ผู้หญิงทั้งสองคนนี้เคยต้องปลอมตัวเป็นเด็กผู้ชายมาก่อนในช่วงที่พวกเธอยังเด็กเพื่อให้สามารถหลุดพ้นจากความยากจนได้ จนกระทั่งต่อมาพวกเธอถึงได้พบอิสรภาพจากการได้ออกสู่ท้องทะเล และได้อยู่ในอ้อมแขนของกันและกัน ก่อนที่จะออกล่าสมบัติไปทั่วแถบแคริบเบียน

เรื่องราวของพวกเธอที่เคยถูกลบเลือนไปจะกลับมาโลดแล่นอีกครั้งในพอดแคสชื่อเฮลแคทส์ที่มีคนพากษ์เสียง 52 คน เขียนบทโดย แครินา รอดนีย์ และกำกับโดย เคท แซกซอน เป็นเรื่องราวที่จะดิ่งลงไปสำรวจธีมเรื่องความเท่าเทียม, เสรีภาพ, ความรัก และการอยู่รอด

เคท วิลเลียมส์ นักประวัติศาสตร์ กล่าวว่า เรื่องราวของสองโจรสลัดคู่รักเลสเบียนคู่นี้มีความน่าสนใจตรงที่พวกเธอ "ฝ่ากรอบเพศสภาพและทำให้ผู้คนทึ่งได้ในเวลานั้น" วิลเลียมส์บอกอีกว่ามันเป็นเรื่องสำคัญที่พวกเขาจะต้องขุดคุ้ยประวัติศาสตร์เรื่องราวของผู้คนที่ถูกซุกซ่อนไม่ให้เห็น ไม่ว่าจะเป็นประวัติศาสตร์ของผู้หญิงและชาว LGBTQ+

 

เรียบเรียงจาก

Two swashbuckling queer female pirates erased from history commemorated with powerful new statue, Pink News, 29-11-2020

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์