ส่งฟ้องคดี พ.ร.บ.ชุมนุมฯ ขับไล่รัฐบาล จ.ลำพูน 2 คดี ศาลนัดถามคำให้การ 18 ม.ค. 2564

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนเผยอัยการส่งฟ้องผู้ต้องหา 2 คดี จากการชุมนุมของประชาชนใน จ.ลำพูน เมื่อช่วงเดือน ต.ค. 2563 ด้วย 3 ข้อกล่าวหาตาม พ.ร.บ.ชุมนุมฯ, พ.ร.บ.จราจร และ พ.ร.บ.ควบคุมการใช้เครื่องขยายเสียง โดยทั้ง 3 ข้อกล่าวหามีเพียงอัตราโทษปรับ นัดถามคำให้การ 18 ม.ค. 2564

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน รายงานว่าเมื่อวันที่ 4 ธ.ค. 2563 น.ส.อุทัยวรรณ บุญลอย และ น.ส.รตี ช่วงแก้ว ผู้ต้องหาใน 2 คดี พร้อมด้วยทนายความ เดินทางเข้ารายงานตัวที่สำนักงานอัยการจังหวัดลำพูนตามนัดหมาย โดยพนักงานอัยการระบุว่าจะส่งตัวผู้ต้องหาทั้งสองต่อศาล เวลาประมาณ 10.00 น. ผู้ต้องหาทั้งสองจึงได้เดินทางไปยังศาลจังหวัดลำพูน ศาลได้รับคำฟ้องของพนักงานอัยการไว้ทั้งสองคดี เป็นคดีดำเลขที่ 1176/2563 และคดีดำเลขที่ 1177/2563 โดยที่ทั้งสองคดีมีการบรรยายฟ้องคล้ายกัน เพียงแต่เปลี่ยนสถานที่ วันที่มีการชุมนุม และจำนวนผู้เข้าร่วมการชุมนุม โดยสรุปว่า

“จําเลยเป็นผู้ประสงค์จะจัดให้มีการชุมนุมสาธารณะและเป็นผู้จัดให้มีการชุมนุมสาธารณะ เพื่อแสดงออกต่อต้านและขับไล่รัฐบาล รวมถึงเรียกร้องให้ปล่อยตัวแกนนํานักศึกษาที่ถูกจับกุมดําเนินคดี เพื่อให้มีการชุมนุมดังกล่าวจำเลยได้ลงข้อความและรูปภาพโฆษณาเชิญชวนประชาชนในจังหวัดลําพูน ทางเว็บไซต์ Facebook ที่หน้าเพจของจําเลยที่คนทั่วไปสามารถเข้าดูได้  การโฆษณาเชิญชวนดังกล่าวของจําเลยเป็นเหตุให้มีนักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไปในจังหวัดลําพูนมาร่วมชุมนุมตามวันนัดหมาย ทั้งนี้ จําเลยซึ่งเป็นผู้จัดให้มีการชุมนุมในที่สาธารณะ ไม่แจ้งการชุมนุมต่อหัวหน้าสถานีตํารวจแห่งท้องที่ที่มีการชุมนุมสาธารณะ ก่อนเริ่มการชุมนุมไม่น้อยกว่า 24 ชั่วโมง

“จําเลยได้บังอาจทําการโฆษณาโดยใช้โทรโข่งอันเป็นเครื่องขยายเสียงซึ่งกระจายเสียงด้วยกําลังไฟฟ้า พูดปราศรัย ประกาศและแสดงความคิดเห็นต่อประชาชนผู้เข้าร่วมการชุมนุมสาธารณะ

“สุดท้าย การชุมนุมสาธารณะดังกล่าวเป็นเหตุให้มีนักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไปในจังหวัดลําพูนรวมถึงตัวจําเลยเองได้มาร่วมการชุมนุม กล่าวปราศรัย ยืน เดิน นั่ง ถือแผ่นป้าย ภาพแสดงความคิดเห็น และถ่ายภาพ ซึ่งบริเวณดังกล่าวมีพื้นที่ครอบคลุมถึงทางเท้าและทางใดๆ ซึ่งจัดไว้สําหรับคนเดินเท้า อันเป็นการชุมนุมสาธารณะบนทางเท้าหรือทางใดๆ ซึ่งจัดไว้สําหรับคนเดินเท้าในลักษณะที่เป็นการกีดขวางผู้อื่นโดยไม่มีเหตุอันสมควร”

พฤติการณ์ของจำเลยเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ, พ.ร.บ.จราจรฯ และพ.ร.บ.เครื่องขยายเสียงฯ โดยทั้ง 3 ข้อกล่าวหามีอัตราโทษปรับ

หลังได้รับทราบคำฟ้องของอัยการแล้ว ทนายความและจำเลยทั้งสองได้ยื่นขอให้ศาลจังหวัดลำพูนปล่อยตัวโดยไม่ต้องวางหลักทรัพย์ประกันตัว โดยเวลาประมาณ 10.30 น. จำเลยทั้งสองรายได้ถูกนำตัวไปควบคุมไว้ที่ห้องควบคุมตัวของศาลจังหวัดลำพูน ระหว่างรอคำสั่งของศาล

จนกระทั่งเวลา 14.30 น. หลังศาลได้พิจารณาคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวโดยไม่มีหลักประกันของจำเลยทั้ง 2 คดีแล้ว ศาลได้มีคำสั่งให้ปล่อยตัวชั่วคราวจำเลยทั้งสอง และให้ทำสัญญาประกันว่าจะมาตามกำหนดนัดของศาล โดยไม่ได้ระบุวงเงินตามสัญญาประกัน เมื่อทนายความจำเลยได้สอบถามเจ้าหน้าที่ศาลระบุว่าศาลกำหนดวงเงินหากผิดนัดหมายของศาลเป็นเงิน 10,000 บาท แต่ผู้พิพากษาจะเป็นผู้ที่ลงตัวเลขดังกล่าว และลงชื่อในเอกสารดังกล่าว

สุดท้ายศาลจังหวัดลำพูน ได้กำหนดนัดสอบถามคำให้การและตรวจพยานหลักฐานจำเลยทั้งสองคดี ในวันที่ 18 ม.ค. 2564 เวลา 9.00 น.

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์