สน.ดุสิตแจ้งเพิ่มอีก 3 ข้อหา 'ฟรานซิส' ผู้ต้องหา ม.110 เหตุร่วม #ม็อบ14ตุลา

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เผย สน.ดุสิตแจ้งเพิ่มอีก 3 ข้อหา 'ฟรานซิส' ผู้ต้องหา ม.110 เหตุร่วม #ม็อบ14ตุลา - ตร.ย้อนแจ้งข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ 2 ผู้ชุมนุม #เด็กนนท์พร้อมชนเผด็จการ ตั้งแต่ 29 ก.ค. - 'อั๋ว จุฑาทิพย์' จ่ายค่าปรับ 3,350 บาท ชุมนุมหน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ หลังอัยการฟ้อง 4 ข้อหา 

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน รายงานว่าเมื่อวันที่ 4 ธ.ค. 2563 บุญเกื้อหนุน เป้าทอง หรือ “ฟรานซิส” นักศึกษาปี 2 สาขาวิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและกิจการทั่วโลก วิทยาลัยนานาชาติ ม.มหิดล เดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหาเพิ่มเติมที่สน. ดุสิต ในข้อหา “มั่วสุมกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไป ตามประมวลกฏหมายอาญา ม. 215 , พ.ร.บ. จราจรฯ กีดขวางการจราจร, กีดขวางทางสาธารณะ ตามประมวลกฎหมายอาญา ม. 385” โดยบุญเกื้อหนุนปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา

เวลา 10.00 น. บุญเกื้อหนุน ซึ่งตกเป็นผู้ต้องหาคดีอาญา ม.110 “ประทุษร้ายต่อพระองค์ หรือเสรีภาพของพระราชินีหรือรัชทายาท หรือต่อร่างกายหรือเสรีภาพของผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์” จากกรณีเข้าร่วมม็อบระหว่างขบวนเสด็จเมื่อวันที่ 14 ต.ค. เดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหาเพิ่มเติม หลังจากได้รับหมายเรียกรับทราบข้อกล่าวหาเพิ่มเติมจากพนักงานสอบสวน สน.ดุสิต เมื่อวันที่ 30 พ.ย. 2563

พ.ต.ท.อภิศิษฎ์ โรจน์อนนท์ รองผู้กำกับการ (สอบสวน) สน.ดุสิต ได้แจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมในข้อหา  “มั่วสุมกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไป กระทําการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดการวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง ตามประมวลกฎหมายอาญา ม.215, กีดขวางทางสาธารณะจนอาจเป็นอุปสรรคต่อความปลอดภัยหรือความสะดวกในการจราจร ตามประมวลกฎหมายอาญา ม.385 และกีดขวางการจราจร ตาม พ.ร.บ.การจราจรทางบกฯ”  เบื้องต้น ฟรานซิสปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา 

ทั้งนี้บุญเกื้อหนุนได้เดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหา ม.110  เมื่อวันที่ 16 ต.ค.2563 เมื่อทราบจากสื่อว่าตนมีหมายจับ  เขาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุม ไว้ที่บก.ตชด.ภาค 1 และนำตัวไปขออำนาจศาลฝากขังเมื่อวันที่ 17 ต.ค. 2563 ก่อนได้รับการประกันตัว ด้วยหลักทรัพย์มูลค่า 200,000 บาท ทั้งนี้ศาลยังได้ยกคำร้องฝากขังครั้งที่ 3 ของพนักงานสอบสวน ตั้งแต่วันที่ 2 พ.ย. 2563 

คดีข้างต้นยังมีผู้ต้องหาอีก 2 คนได้แก่ เอกชัย หงส์กังวาน และ สุรนาถ แป้นประเสริฐ โดยเหตุแห่งคดีสืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 14 ต.ค. 2563 มีการชุมนุมของกลุ่มประชาชนในชื่อ “คณะราษฎร 2563” ได้ประกาศรวมตัวที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยตั้งแต่เวลา 8 โมงเช้า ก่อนเคลื่อนขบวนไปยังทำเนียบรัฐบาล แต่ถูกสกัดอยู่ที่แยกนางเลิ้ง ขณะแกนนำอยู่ระหว่างเจรจาเพื่อขอให้เปิดทางไปทำเนียบรัฐบาล โดยมีประชาชนกลุ่มหนึ่งรอสมทบอยู่ที่บริเวณ ถ.พิษณุโลก ด้านหน้าทำเนียบรัฐบาลและบริเวณแยกนางเลิ้ง ได้มีขบวนเสด็จผ่านบริเวณดังกล่าว โดยไม่มีการแจ้งเตือนล่วงหน้าจากเจ้าหน้าที่ อย่างไรก็ดี ขบวนเสด็จสามารถเคลื่อนตัวต่อไปได้ โดยไม่มีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้นแต่อย่างใด 

ตร.ย้อนแจ้งข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ 2 ผู้ชุมนุม #เด็กนนท์พร้อมชนเผด็จการ ตั้งแต่ 29 ก.ค.

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน รายงานว่าเมื่อวันที่ 4 ธ.ค. 2563 ที่สภ.เมืองนนทบุรี น.ส.ปาริชาติ เลิศอัคระรัตน์ และน.ส.ศศณัฐ เจริญราษฎร สองอดีตสมาชิกกลุ่มการศึกษาเพื่อความเป็นไท ซึ่งได้รับหมายเรียกในข้อหาฝ่าฝืนพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ได้เดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหา ก่อนพบว่าทั้งสองคนถูกกล่าวหาดำเนินคดีจากการเข้าร่วมชุมนุม #เด็กนนท์พร้อมชนเผด็จการ ตั้งแต่เมื่อวันที่ 29 ก.ค. 2563

ก่อนหน้านี้ ในส่วนของศศณัฐได้รับหมายเรียกครั้งที่ 2 จากสภ.เมืองนนทบุรี ลงวันที่ 9 พ.ย. 63 ให้ไปรับทราบข้อกล่าวหาฝ่าฝืนพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 มาตรา 9 โดยมี พ.ต.ท.ภาสกร ไชยทวีวงศ์ รองผู้กำกับสืบสวนสภ.เมืองนนทบุรี เป็นผู้กล่าวหา ขณะที่ปาริชาติ ตำรวจนำหมายเรียกไปปิดหมายที่บ้านซึ่งเธอไม่ได้อาศัยอยู่ ทำให้ไม่ได้รับหมายเรียก แต่ต่อมาได้ทราบว่าตนเองถูกออกหมาย จึงเดินทางมาพร้อมกัน

คดีนี้ยังมีนายชินวัตร จันทร์กระจ่าง แกนนำเครือข่ายคนรุ่นใหม่นนทบุรี ซึ่งถูกออกหมายเรียกด้วย แต่ยังไม่ได้เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหา

พ.ต.ท.บำเพ็ญ ไวยรจนา รองผู้กำกับสอบสวนสภ.เมืองนนทบุรี ได้เป็นผู้แจ้งข้อกล่าวหาต่อทั้งสองคน โดยระบุว่าเมื่อวันที่ 29 ก.ค. 63 เวลา 15.00 ถึง 19.50 น. ทั้งสองคนได้เป็นแกนนำในการจัดชุมนุม โดยได้ร่วมกันจัดการชุมนุมเรียกร้องทางการเมืองบริเวณลานกิจกรรมท่าน้ำนนทบุรี มีผู้เข้าร่วมชุมนุมประมาณ 150 คน ในลักษณะเป็นการรวมกลุ่ม ซี่งในช่วงการประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ตามมาตรา 9 (2) ห้ามมิให้มีการจัดชุมนุมมั่วสุม ณ ที่ใดๆ ประกอบข้อกำหนดที่ออกตามความในมาตรา 9 แห่งพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ฉบับที่ 1 การห้ามการชุมนุมมั่วสุมกัน ณ ที่ใดๆ ในสถานที่แออัด หรือกระทำการอันเป็นการยุยงให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย

ปาริชาตและศศณัฐได้ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยจะให้การเพิ่มเติมเป็นหนังสือต่อไป ทั้งสองคนยังได้ปฏิเสธจะลงลายมือชื่อในบันทึกการแจ้งข้อกล่าวหา เนื่องจากเห็นว่ามีข้อเท็จจริงตามบันทึกที่ไม่ถูกต้องตามความเป็นจริง

หลังจากนั้นพนักงานสอบสวนได้ให้ทั้งสองคนพิมพ์ลายนิ้วมือเพื่อตรวจสอบประวัติอาชญากรรม และลงบันทึกประจำวันเอาไว้ ก่อนให้ปล่อยตัวไป โดยไม่มีการควบคุมตัว และนัดหมายให้มาส่งสำนวนให้พนักงานอัยการในวันที่ 23 ธ.ค. 2563 เวลา 9.00 น.

สำหรับปาริชาติ อายุ 19 ปี และศศณัฐ อายุ 18 ปี เคยร่วมทำกิจกรรมกับกลุ่มการศึกษาเพื่อความเป็นไท ก่อนหน้านี้ปาริชาตยังถูกแจ้งข้อกล่าวหาตามพ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะฯ ในคดีการชุมนุม #ม็อบ30ตุลา ที่บริเวณเซ็นทรัล เวสต์เกต นนทบุรี เมื่อวันที่ 30 ต.ค. 2563 โดยได้ยินยอมให้ตำรวจเปรียบเทียบปรับในชั้นสอบสวน

ในส่วนการชุมนุม #เด็กนนท์พร้อมชนเผด็จการ เมื่อวันที่ 29 ก.ค. 2563 จัดโดยเครือข่ายเยาวชนและนักเรียน นักศึกษาในพื้นที่จังหวัดนนทบุรี ร่วมกับกลุ่มเด็กนนท์พร้อมชนเผด็จการ เพื่อสนับสนุน 3 ข้อเรียกร้องของเยาวชนปลดแอกในช่วงดังกล่าว

'อั๋ว จุฑาทิพย์' จ่ายค่าปรับ 3,350 บาท ชุมนุมหน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ หลังอัยการฟ้อง 4 ข้อหา 

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน รายงานว่าเมื่อวันที่ 4 ธ.ค. 2563 ที่ศาลแขวงพระนครเหนือ ศาลพิพากษาปรับ “อั๋ว” จุฑาทิพย์ ศิริขันธ์ นักศึกษาและนักกิจกรรม ในความผิดฐาน ไม่แจ้งการชุมนุมตาม พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะฯ, ฝ่าฝืน พ.ร.บ.ความสะอาดฯ, พ.ร.บ.จราจรฯ และ พ.ร.บ.ควบคุมการโฆษณาด้วยเครื่องขยายเสียงฯ รวม 3,550 บาท กรณีการชุมนุมหน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เมื่อเย็นวันที่ 4 ก.ย. 63 เพื่อให้กำลังใจอานนท์ นำภา และ “ไมค์” ภาณุพงศ์ จาดนอก และเรียกร้องให้ปล่อยตัว หลังเมื่อวันที่ 3 ก.ย. 63 ศาลอาญาเพิกถอนการให้ประกันตัวทั้งสองในคดีการชุมนุมเยาวชนปลดแอก 

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 11 พ.ย. 2563 พนักงานสอบสวน สน.ประชาชื่น ได้แจ้งข้อหา ไม่แจ้งการชุมนุม ฝ่าฝืนมาตรา 10 ของ พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะฯ โดยจุฑาทิพย์ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา พนักงานสอบสวนนัดส่งสำนวนให้พนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีแขวง 1 ในวันที่ 30 พ.ย. 2563 ซึ่งอัยการนัดให้จุฑาทิพย์มาฟังคำสั่งว่า จะฟ้องหรือไม่ในวันที่ 4 ธ.ค. 2563

ต่อมา ในวันที่ 4 ธ.ค. 2563 พนักงานอัยการมีคำสั่งฟ้อง และยื่นฟ้องจุฑาทิพย์ต่อศาลแขวงพระนครเหนือ รวม 4 กรรม 4 ข้อหา ได้แก่ 

1. เมื่อวันที่ 4 ก.ย. 2563 จำเลยได้จัดงานชุมนุมสาธารณะเพื่อให้กำลังใจผู้ต้องขังภายในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ และกล่าวข้อความปราศรัยให้ปล่อยตัว โดยมีลักษณะเป็นการชุมนุมเรียกร้องในที่สาธารณะ โดยไม่แจ้งการชุมนุมต่อผู้รับแจ้งก่อนการชุมนุมไม่น้อยกว่า 24 ชม. อันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะฯ

2. ในวันดังกล่าว จำเลยได้ใช้เครื่องขยายเสียงเชิญชวนให้ประชาชนมาร่วมชุมนุมโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ควบคุมการโฆษณาด้วยเครื่องขยายเสียงฯ

3. จำเลยยังได้นำผ้ามาผูกโบว์และนำดอกไม้มาวาง แขวน และติดที่บริเวณประตูทางออกเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ โดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.รักษาความสะอาดฯ

4. จำเลยกับผู้ร่วมชุมนุมได้ยืนขวางบริเวณทางเท้าหน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ในลักษณะที่เป็นการกีดขวางการจาราจร โดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.จราจรฯ

หลังศาลรับฟ้อง ได้ถามคำให้การเบื้องต้น เนื่องจากคดีมีเพียงโทษปรับ จุฑาทิพย์จึงให้การรับสารภาพ พร้อมทั้งยื่นคำร้องประกอบคำรับสารภาพ ขอให้ศาลลงโทษสถานเบาหรือรอการลงโทษ เนื่องจากจำเลยเป็นนักศึกษา การกระทำที่ถูกกล่าวหาก็เป็นการใช้เสรีภาพในการชุมนุมที่รัฐธรรมนูญให้การรับรอง โดยไม่ได้ก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่ประชาชนทั่วไปเกินสมควร   

ศาลแขวงพระนครเหนือมีคำพิพากษาในวันเดียวกัน พิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามฟ้อง ให้ลงโทษทุกกรรม ข้อหาไม่แจ้งการชุมนุมปรับ 5,000 บาท, ข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.บ.ความสะอาดฯ ปรับ 1,000 บาท, ข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.บ.จราจรฯ ปรับ 500 บาท และข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.บ.ควบคุมการโฆษณาฯ ปรับ 200 บาท รวมปรับ 6,700 บาท จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงเหลือโทษปรับทั้งสิ้น 3,350 บาท 

จนถึงขณะนี้ จุฑาทิพย์ถูกดำเนินคดีจากการแสดงออกทางการเมืองแล้วรวม 8 คดี นอกเหนือจากคดีนี้และคดีผูกโบว์ขาวที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยและหน้ากระทรวงกลาโหม ซึ่งชำระค่าปรับแล้ว จุฑาทิพย์ยังถูกดำเนินคดีอีก 5 คดี โดยเป็นคดีที่มีเฉพาะข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ 3 คดี อีก 2 คดีมีข้อหา “ยุยงปลุกปั่น” ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 ทั้ง 5 คดียังอยู่ในชั้นสอบสวน

ทั้งนี้ ในวันที่ 7 ธ.ค.ที่จะถึงนี้ จุฑาทิพย์จะเข้ารับทราบข้อหาเพิ่มเติมในข้อหา “ดูหมิ่น หมิ่นประมาท หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์” ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ในคดีชุมนุมหน้ารัฐสภาเมื่อวันที่ 24 ก.ย. 2563 ซึ่ง สน.บางโพ ออกหมายเรียกลงวันที่ 27 พ.ย. 2563  หลังจุฑาทิพย์เดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหาตามมาตรา 116 แล้วเมื่อวันที่ 25 พ.ย. 2563

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์