ชี้ยุค 'โจ ไบเดน' แรงกดดันทางเศรษฐกิจจากปัญหาสิทธิมนุษยชนจะมีมากขึ้น

'อนุสรณ์ ธรรมใจ' ชี้ยุค 'โจ ไบเดน' แรงกดดันทางการค้าและเศรษฐกิจจากปัญหาสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยจะมีมากขึ้น ไทยต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบสากลเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจและการค้า


แฟ้มภาพ: flickr.com/Joe Biden (CC BY-NC-SA 2.0)

6 ธ.ค. 2563 นายอนุสรณ์ ธรรมใจ อดีตคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ ม. รังสิต และ อดีตกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิสภาวิจัยแห่งชาติ สาขาเศรษฐศาสตร์ ประเมินว่าประเทศไทยรวมทั้งประเทศอาเซียนบางประเทศอาจได้รับแรงกดดันทางการค้าและเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นจากปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนและความไม่เป็นประชาธิปไตยเพิ่มขึ้นในระยะสี่ปีนับจากนี้หลังจากกลุ่มสมาชิกวุฒิสภาในสหรัฐอเมริกา 9 ท่านนำโดยบ็อบ เมเนนเดซ กมธ.ต่างประเทศ เสนอข้อมติวุฒิสภาเพื่อสนับสนุนข้อเรียกร้องประชาธิปไตยและหลักนิติธรรมในประเทศไทย แทมมี ดักเวิร์ธ ส.ว. เชื้อสายไทย ขอให้ผู้นำไทยรับฟังประชาชนและเคารพหลักการประชาธิปไตย นอกจากการดำเนินนโยบายของรัฐบาลโจ ไบเดน น่าจะมีการนำเอาประเด็นทางด้านสิทธิแรงงานและด้านสิ่งแวดล้อมมาอยู่บนเวทีเจรจาทางการค้าระหว่างประเทศมากขึ้น 

กระบวนการโลกาภิวัตน์ภายใต้ยุคสมัยโจ ไบเดนจะแตกต่างไปจากสมัยโดนัล ทรัมป์ โลกควรจะมีกติกาการค้าที่เป็นธรรมและให้ความสำคัญกับมาตรฐานประชาธิปไตย มาตรฐานสิ่งแวดล้อมและแรงงานมากขึ้น น่าจะมีการขยายความเชื่อมโยงประเด็นทางด้านการค้ากับประเด็นสิ่งแวดล้อม แรงงานและสิทธิมนุษยชนเพิ่มขึ้นอีกซึ่งไทยต้องรับมือให้ดี ประเทศไทยต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบสากลเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจและการค้าอันจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อภาคธุรกิจอุตสาหกรรมส่งออกของไทย หลักการค้าเสรีสามประการจะกลับคืนมา ไม่ว่าจะเป็น หลัก Rule-based system (เปลี่ยนไปเป็นระบบ Deal-based system สมัยทรัมป์) หลักการค้าต้องไม่เลือกปฏิบัติ Non-Discrimination หลักปฏิบัติเยี่ยงคนชาติ (National Treatment) 

สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯภายใต้ “รัฐบาลโจ ไบเดน” น่าจะใช้ Non-Tarriffs Barriers หรือ ข้อกีดกันทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษีในการตอบโต้ต่อจีนและประเทศเอเชียบางประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะประเทศที่มีปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชน สิทธิแรงงานและปัญหาสิ่งแวดล้อม แนวโน้มด้านสงครามการค้าโดยรวมย่อมผ่อนคลายขึ้นแต่ไม่หมดไป เพราะสหรัฐฯ ยังต้องการจำกัดการขยายอิทธิพลและบทบาทจีนในภูมิภาคและในโลก รวมทั้ง บารมีของสหรัฐอเมริกาในฐานะผู้นำโลกทางเศรษฐกิจและการเมืองจะกลับคืนมาพร้อมกับบทบาทของเงินดอลลาร์สหรัฐฯ และ ลิบรา (Libra) หรือ Diem โดยเฉพาะบทบาทของ Libra หรือ Diem ที่เป็นเงินดิจิทัล (Digital Money) จะพลิกโฉมระบบการเงินแบบดั้งเดิมที่มีธนาคารกลางเป็นเสาหลัก ความวิตกกังวลของผู้กำหนดนโยบายการเงินทั่วโลกลดลงเมื่อ Diem ต้องผูกกับเงินดอลลาร์สหรัฐฯ เป็น Stable coin และทำให้ Diem (Libra) ใช้แทนเงินสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯและเงินสกุลหลักอื่น ๆ เช่น ยูโรหรือเยน ได้ การเปิดตัวเพื่อนำมาใช้ในเดือน ม.ค. 2021 แม้นจะอยู่ในรูปแบบจำกัด แต่ย่อมส่งผลต่อระบบการเงินและระบบเศรษฐกิจโลก ในส่วนของไทยนั้น เราควรพิจารณาศึกษาดูว่า ไทยควรจะจัดเก็บ Equalization Tax กับ บริษัทไฮเทคต่างชาติที่ขายบริการดิจิทัลและบริการทางการเงินในประเทศไทยหรือไม่ แต่ต้องป้องกันไม่ให้ภาระภาษีถูกผลักไปที่ผู้บริโภค

นายอนุสรณ์ วิเคราะห์ถึงความเคลื่อนไหวของกลุ่ม ส.ว. ในสหรัฐฯ นำโดย ส.ว. บ๊อบ เมเนนเดซ ว่า ส.ว. เมเนนเดซนั้นมีบทบาทอย่างมากในการเสนอให้มีการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่อประเทศละตินอเมริกาหลายประเทศที่มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพของสื่อมวลชน อย่างล่าสุด ส.ว. บ๊อบ เมเนนเดซ ได้เรียกร้องให้รัฐบาลทรัมป์กดดันรัฐบาลประเทศเอลซัลวาดอร์ที่มีการละเมิดต่อหลักการประชาธิปไตยและหลักการปกครองโดยกฎหมาย (Rule of Law) 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

พื้นที่ประชาสัมพันธ์